ทุกวันนี้ สตาร์ทอัพ เทคโนโลยีสายต่างๆกำลังเบ่งบานเต็มที่ในโลกธุรกิจ ดูได้จากตัวเลขการระดมทุนในช่วง 12 เดือนหลัง ที่มีมูลค่าถึง 3,600 ล้านดอลลาร์ จนนับเป็นสถิติใหม่

แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่สตาร์ทอัพทั่วทั้งโลกเป็น

มีสตาร์ทอัพมากมายที่ประสบปัญหา แต่ไม่เป็นข่าว มีกี่บริษัทที่พยายามแก้ปัญหาด้วยการระดมทุน และพบว่าเงินไม่สามารถแก้ไขได้ทุกอย่าง

เพราะทุกธุรกิจมีความเสี่ยง การสร้างสตาร์ทอัพขึ้นมา ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

จึงเป็นที่มาของ ‘Oceans’ ทีมงานที่จะช่วยมอบคำปรึกษาให้กับบรรดาสตาร์ทอัพที่ต้องการคำแนะนำ ซึ่งประกอบด้วย 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ที่มีประสบการณ์กับองค์กรใหญ่ยักษ์ ทั้ง Facebook, Google, Apple และ Foursquare มาแล้ว

วันนี้ 2 ใน 3 ผู้ก่อตั้ง Oceans อย่าง จอช ราห์น และ สตีเวน โรเซนบลาทท์ จะมาให้คำแนะนำกับคุณแบบเจาะลึก ว่าอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ สตาร์ทอัพ ล้มไม่เป็นท่า

หลบเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ให้ดี ถ้าอยากให้ธุรกิจของคุณไปรอด

#1
โฟกัสเงินแทนที่จะเน้นธุรกิจ

จอช ราห์น ที่เคยทำงานให้ Facebook เล่าว่าผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ที่เขาได้สนทนาด้วย มักโฟกัสไปที่การระดมทุน มากกว่าจะพยายามแก้ไขข้อบกพร่องภายในบริษัท

#2
ทำหลายอย่างพร้อมกัน

แน่นอนว่าผู้ประกอบการหลายๆคน มีความสามารถมากพอจะทำหลายสิ่งพร้อมกันได้ แต่ ราห์น เชื่อว่าผู้ก่อตั้งควรจะใช้จุดแข็งเพียงจุดเดียวของตัวเองให้หนักแน่น

“มันไม่ใช่การทำเรื่องพื้นๆ สามสิ่งพร้อมกัน นี่คือเรื่องของการใช้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของแต่ละคน ไปยังแต่ละจุด”

“เมื่อคุณทำมันและระบุขอบเขตของมัน คุณจะสามารถพิชิตได้ทุกอย่าง”

#3
จ้างคนผิด

ราห์น ผู้ซึ่งเคยจ้างงานบุคคลากรให้เข้าสู่ Facebook มาร่วม 300 คน ชี้ว่าผู้ประกอบการไม่ควรละเลยถึงความสำคัญในการ ‘ใช้คนให้ถูกกับงาน’

การคว้าคนความสามารถพื้นๆ เข้ามาร่วมงาน สามารถทำลายผลิตภัณฑ์ของคุณได้ ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งพิเศษขนาดไหนก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม “คนที่เก่งที่สุดเมื่ออยู่ในทีมที่ดีที่สุด สามารถทำให้สินค้าพื้นๆ กลายเป็นสิ่งวิเศษได้”

#4
คิดว่าตัวเองเจ๋งสุดในบริษัท

“ตอนเข้าทำงานที่ Facebook กฎข้อแรกที่ผมพบก็คือ การจะจ้างใครก็ตาม ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานแทนคุณได้ทันทีตั้งแต่วันแรก” ราห์น ว่า “ตอนนั้นผมจ้างงานคนมาสัก 100 คนได้ นั่นหมายถึงว่าผมมีตัวแทนเป็นกองทัพ”

แม้ว่าในทางหนึ่ง การทำแบบนี้จะสั่นคลอนสถานะของตัวคุณเอง แต่ Rahn ชี้ว่ามันจะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้

“มันดูตลกดีที่ตัวผม จากที่เคยเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง กลายเป็นคนที่ฉลาดน้อยที่สุดไปเสีย มันทำให้ผมรู้สึกไม่มั่นคงในช่วงแรกๆ แต่สิ่งนี้แหละที่จะเป็นเรื่องยืนยันว่าบริษัทจะไม่มีทางด้อยคุณภาพลง”

#5
รับแรงกดดันไม่ไหว

แรงกดดันขนาดใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่ มักบีบให้คุณรีบตัดสินใจ แต่ ราห์น แนะว่าเรื่องที่ควรทำ คือถอยออกมาเพื่อประเมินมันดูใหม่

“ผู้ก่อตั้งหลายๆคนตัดสินใจจ้างคนเร็วเกินไป หรือพยายามที่จะแก้ปัญหาให้เร็วเกินไป เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันเหมือนมีปืนกำลังจ่อที่ศีรษะ” เขากล่าว “มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจว่า คุณต้องมีความอดทนอดกลั้นระดับสูงเพื่อจะสร้างบางสิ่งที่สุดพิเศษ”

#6
ไม่ยอมรับถึงปัญหาที่มี

“ถ้าคุณไม่สามารถยอมรับได้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหา มันก็คงมีบางอย่างผิดพลาดแล้ว” สตีเวน โรเซนบลาทท์ อดีตประธาน Foursquare ชี้ชัด

“คุณจำเป็นต้องซื่อสัตย์และยินดีที่จะยอมรับว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทุกคนต่างก็มีปัญหา และทุกสตาร์ทอัพที่ผมเคยทำงานด้วยก็ล้วนแต่มีปัญหา แต่คุณต้องถ่อมตนเข้าไว้และต้องตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เวิร์ค”

#7
ไม่โปร่งใสกับพนักงาน

“ยิ่งคุณโปร่งใสได้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีขึ้นมากเท่านั้น” โรเซนบลาทท์ กล่าว

“ถ้าผมต้องทำงานกับผู้ก่อตั้งที่ไม่ค่อยจะโปร่งใส สิ่งแรกที่ผมจะคิดก็คือ ยังมีอะไรอีกบ้างที่ผู้ก่อตั้งคนนี้ไม่ได้บอกกับเรา? คุณต้องสามารถตอบคำถามที่ยากๆ ได้เสมอ”

#8
ปากหนัก

“ผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่มักมีความกลัว” ราห์น กล่าว “พวกเขาอาจจะระดมทุนได้ 10 หรือ 20 ล้านจากนักลงทุน ก่อนจะขายสตาร์ทอัพที่ปั้นขึ้นมา ทั้งที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีทีมชั้นยอด เพียงเพราะไม่กล้าจะพูด ‘ขอบคุณที่ลงทุน แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังต้องการความช่วยเหลือ'”

ราห์น เสริมว่าผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพควรที่จะกล่าวอย่างเปิดอกและตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่เป็นไปได้กับบรรดาผู้ลงทุน โดยเฉพาะเมื่อบอร์ดบางคนอาจจะมีความเชี่ยวชาญพิเศษที่สามารถช่วยเหลือในบางสิ่งได้ “บางครั้งผู้ก่อตั้งก็ต้องทำลายกำแพงลง เพื่อเชื่อมต่อกับสมาชิกในบอร์ดบริหาร”

“พวกเขาไม่ควรหวาดหวั่นในการจะสร้างบทสนทนาแบบเจาะลึกถึงแก่นกับผู้ลงทุนของตัวเอง”

เรียบเรียงจาก
8 common mistakes startup founders make, according to former executives at Facebook and Foursquare

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า