นานกว่าห้าปีแล้ว ที่ทำเนียบขาวและหน่วยข่าวกรองระดับนำของสหรัฐฯ ถูกสั่นคลอน หลังถูกอดีตเจ้าหน้าที่นาม Edward Snowden เปิดโปงโครงการลับสุดยอด PRISM ซึ่งสามารถเจาะเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์ของ 9 องค์กรใหญ่ด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วย Microsoft, Google,, Facebook, Yahoo!, Apple, AOL, Paltalk, Skype และ Youtube

ไปจนถึงการดักฟังโทรศัพท์ รวมถึงโปรแกรมสื่อสารอื่นๆ เพื่อหาข้อมูลที่ “อาจ” เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ แม้ในอีกด้าน มันคือการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และอิสระในการแสดงออกทางความคิดของประชาชน

ขณะเดียวกัน การเปิดโปงนี้ ก็ทำให้ Snowden ต้องลี้ภัยทางการเมือง ละทิ้งทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงานอันมั่นคง บ้านพัก หรือแม้แต่ครอบครัว

และนี่คือ 10 วาทะเด็ดจากเจ้าตัว Edward Snowden ทีวิพากษ์หน่วยงานรัฐ ถึงเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้อย่างเจ็บแสบ

 

#10

 

 

“สภาความมั่นคงแห่งชาติ กำลังจุดไฟเผาอนาคตของอินเตอร์เน็ต และพวกคุณคือคนที่จะดับไฟนั้น”

นับแต่หายตัวไปอย่างลึกลับที่ฮ่องกง หลังการเปิดโปง Prism-gate

นี่คือการปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกของ Snowden ในงาน SXSW 2014

ด้วยวิธีที่ดูจะย้อนแย้งไม่น้อย เพราะเป็นการ teleconference ผ่านแพลตฟอร์ม Google Hangout ของหนึ่งใน 9 บริษัทที่เจ้าตัวแฉว่ายินยอมมอบข้อมูลผู้ใช้ให้แก่รัฐบาลสหรัฐ

แต่สาระสำคัญจากปากเจ้าตัวก็ยังเป็นเช่นเดิม พร้อมเรียกร้องให้บรรดาผู้พัฒนาทั้งหลายพยายามหาทางป้องกันไม่ให้หน่วยงานรัฐสามารถเจาะเข้าสู่ระบบเพื่อดึงข้อมูลที่ต้องการไปได้

 

#9

 

 

“ทุกเรื่องที่ Facebook, Google, Amazon รู้เกี่ยวกับคุณ ขอเพียงรัฐบาลถามว่าพวกเขามีข้อมูลอะไรของคุณบ้าง บริษัทเหล่านี้พร้อมจะประเคนข้อมูลให้ และในหลายกรณี มันเกินกว่าขอบเขตที่กฏหมายครอบคลุมด้วยซ้ำ”

Snowden เพิ่งให้สัมภาษณ์แบบ exclusive กับ La Repubblica ของอิตาลี เมื่อเร็วๆนี้

ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาห้าปี นับแต่เขาเปิดโปงโปรเจกต์ PRISM ต่อสาธารณชน

ด้วยความเชื่อที่ว่าสายสัมพันธ์ระหว่างองค์กรใหญ่ๆเหล่านี้ กับภาครัฐ มีแต่จะแนบแน่นยิ่งขึ้น

 

#8

 

 

“หลายเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อเมริกันที่บางครั้ง ความถูกต้องเป็นคนละเรื่องกับกฏหมาย”

Snowden กล่าวถึงบทบาทของ ทั้ง CIA และ NSA ที่อยู่เบื้องหลังหลายๆเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์

ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Brian Williams ผู้ประกาศของสถานีโทรทัศน์ NBC เมื่อเดือนพฤษภาคม 2014

 

#7

 

 

“ตอนแรกที่ ลอร่า ถามว่าเธอจะบันทึกภาพการพบกันของเราได้รึเปล่า ผมค่อนข้างอึดอัด สุดท้าย ผมว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ทำตามคำขอของเธอ เพราะเราได้ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการทำโปรดักชั่น และคู่ควรกับรางวัลที่ได้รับแล้ว ผมหวังว่ารางวัลนี้จะดึงผู้คนให้มาสนใจหนังเรื่องนี้มากขึ้น และได้แรงบันดาลใจที่ว่าหากคนธรรมดาอย่างเราๆร่วมมือกันแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้”

Snowden แสดงความยินดีกับ Laura Poitras ที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สารคดี จาก Citizenfour เมื่อ 22 ก.พ. 2015

 

#6

 

 

“อเมริกาเป็นประเทศที่ดีนะ แต่โครงสร้างของอำนาจที่มีอยู่กำลังพยายามแทรกแซงอิสรภาพของประชาชนอยู่”

ในการให้สัมภาษณ์กับ Glenn Greenwald ผู้สื่อข่าวของ The Guardian ที่ฮ่องกง เมื่อเดือนมิถุนายน 2013

Snowden ยอมรับว่าเคยอยากเดินทางกลับไปสหรัฐ แต่ด้วยหลายๆเหตุผลไม่อาจทำได้ และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุด ก็คือรัฐบาล

 

#5

 

 

“โครงการเหล่านี้ ไม่เคยถูกใช้เพื่อต้านการก่อการร้าย สิ่งที่พวกเขาทำ มีเพียงการสอดแนมในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการแทรกแซงทางการทูตเท่านั้น พวกเขาทำไปเพื่ออำนาจล้วนๆ”

ส่วนหนึ่งจากจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนในบราซิล อธิบายบทบาท และจุดประสงค์ของโครงการ PRISM และโปรเจกต์อื่นๆของ NSA

 

#4

 

 

“การปฏิบัติการลับอาจเป็นอำนาจที่ชั่วร้ายที่สุดของรัฐบาล เพราะเป็นการใช้งานเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

ในการให้สัมภาษณ์กับ La Repubblica ครั้งล่าสุด เมื่อกลางเดือนมีนาคม 2018

Snowden ให้ความเห็นถึงท่าทีของอดีตประธานาธิบดี Barack Obama ต่อ CIA และ NSA ที่เปลี่ยนไป หลังเข้ารับตำแหน่ง

เมื่อแทบไม่ได้ปฏิรูปองค์กรเหล่านี้ตามที่ประกาศไว้ในระหว่างหาเสียง แต่กลับหันมาสนับสนุนโปรเจกต์ PRISM แทน

 

#3

 

 

“การถูกประณามว่าเป็นคนขายชาติโดย Dick Cheny คือเกียรติยศสูงสุดที่ผมได้รับในฐานะชาวอเมริกันคนหนึ่ง”

ตอบโต้ Dick Cheney ผ่านสื่อ ภายหลังถูกอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวโจมตีว่าเป็นคนทรยศ ระหว่างไปออกรายการ Larry King Now

 

#2

 

 

“ธุรกิจที่มีรายได้จากการรวบรวมข้อมูลส่วนตัว และนำไปขาย เคยถูกเรียกตรงๆว่าเป็นงานสอดส่องชาวบ้าน การรีแบรนด์ตัวเองใหม่ว่าเป็นโซเชียลมีเดีย คือการลวงโลกที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นับแต่กระทรวงสงครามเปลี่ยนชื่อเรียกตัวเองเป็นกระทรวงกลาโหม”

Snowden ทวีตข้อความพาดพิงถึงอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดีย

หลังมีรายงานว่าข้อมูลผู้ใช้งาน Facebook กว่า 50 ล้านคนหลุดรอดออกไป โดยช่องว่างของระบบ จนมีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุด

 

#1

 

 

“การแย้งว่าคุณไม่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพราะคุณไม่มีอะไรต้องปกปิด

ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า คุณไม่สนใจเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น เพียงเพราะคุณไม่มีอะไรจะพูด”

Snowden ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บแคม กับ Matt Zoller Seitz ในรอบพรีเมียร์ภาพยนตร์ของ Oliver Stone เรื่อง “Snowden”

ถึงประเด็นที่ว่า “หากไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นจะต้องกลัว” หรือ If you have nothing to hide, you have nothing to fear.

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว …เราอยากรู้ว่าคุณๆทั้งหลาย

ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์มากแค่ไหน หากผู้มีอำนาจมีสิทธิ์ที่จะเจาะทุกระบบเข้าไปตรวจสอบการใช้ชีวิตของเราได้จริง อย่างที่ Snowden ว่าไว้….

และถ้าคุณไม่เห็นด้วย มีวิธีใดบ้างที่คุณจะป้องกันตัวเองจากเรื่องเหล่านี้?

ทุกวันนี้ Snowden ยังใช้ชีวิตแบบเก็บตัวเงียบในที่ใดที่หนึ่งบนโลก เพื่อหลบหนีการตามล่าของหน่วยข่าวกรองที่ทรงอิทธิพลที่สุด แต่ก็ยังปรากฎตัวผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อแสดงความเห็นถึงกรณีเหล่านี้ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปอยู่เสมอ โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่เจ้าตัวทวีตเหน็บแนมโซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่งอย่าง Facebook และกระทรวงกลาโหมสหรัฐอย่างเจ็บแสบ

จนทีมงาน AHEAD.ASIA ต้องกลับไปทบทวนถึงเรื่องราวของเจ้าตัวอีกครั้ง

และเป็นที่มาของ 10 วาทะเด็ดจากอดีตเจ้าหน้าที่ CIA และ NSA ผู้ถูกนิยามว่าเป็นทั้งคนทรยศและผู้รักชาติในเวลาเดียวกันจาก Citizenfour จนถึง Snowden หลายคนน่าจะรู้จักผู้ชายคนนี้กันพอสมควรแล้ว

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน