Healthtech คืออีกหนึ่งสายของสตาร์ทอัพที่แตกหน่อมาจาก biotech, medtech และชีววิทยาศาสตร์ (Lifescience)

หลายปีที่ผ่านมา ในสหราชอาณาจักร มีความตื่นตัวในด้านนี้อย่างมาก ทั้งในปี 2014 ที่ Boris Johnson อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ร่วมเปิดตัว MedCity ที่เป็นโครงการร่วมระหว่าง มหาวิทยาลัย คิงส์คอลเลจ อ็อกซ์ฟอร์ด เคมบริดจ์ และ ยูซีแอล เพื่อมุ่งเน้นด้านนี้โดยเฉพาะ

ขณะที่เมื่อเร็วๆนี้ Sadiq Khan นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันของกรุงลอนดอน ก็เพิ่งในการสนับสนุนแอคเซเลอเรเตอร์โปรแกรม เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพ 32 รายที่มาพร้อมกับโซลูชั่นส์ด้านเทคโนโลยีให้กับวงการการแพทย์

และนี่คือ 5 สตาร์ทอัพสายนี้จากสหราชอาณาจักร ที่มาพร้อมกับไอเดียน่าสนใจ ซึี่งอาจพลิกโฉมหน้าวงการแพทย์ได้ในอนาคตอันใกล้

 

#5

Babylon Health

 

 

แอพพลิเคชั่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการนัดพบแพทย์เพื่อปรึกษาหรือตรวจอาการทั่วไป โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการจับคู่ผู้ป่วยกับแพทย์

เพียงใส่ข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วย อัพโหลดรูป จากนั้นตัว AI จะเข้าสู่ระบบของ NHS (บริการสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร) เพื่อจัดการนัดหมายให้ โดยอาจเป็นการคุยโทรศัพท์ หรือ video call ตามที่คนไข้ต้องการ

ในตัวแอพ ยังมีแชทบอท AI ซึ่งสามารถตอบคำถามทางการแพทย์ของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์อื่นๆที่น่าสนใจ อย่าง การส่งใบสั่งยาจากแพทย์ไปถึงร้านขายยาที่อยู่ใกล้คุณที่สุด รวมถึงการซิงค์เก็บข้อมูลสุขภาพของคุณผ่านดีไวซ์ต่างๆ

Babylon Health สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แต่จะชาร์จค่าบริการตามเวลาที่คุณปรึกษากับแพทย์ หรือสามารถเลือกบริการเหมาจ่ายรายเดือนที่ 5 ปอนด์ เพื่อปรึกษาได้ไม่จำกัดเวลา และ 25 ปอนด์ สำหรับการนัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักกายภาพ

 

#4

Big Health

 

 

Big Health ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย Colin Espie ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด พยายามนำเสนอทางเลือกใหม่ในการบรรเทาปัญหาสุขภาพจิต โดยไม่ใช้ยา นั่นคือการนอน

และตรวจวัดรูปแบบการนอนหลับของคุณ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Sleepio’ ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ มาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาคำแนะนำที่เหมาะที่สุดให้คุณนำไปปฏิบัติตาม

Big Health ยังทำงานร่วมกับองค์กรใหญ่ๆ อย่าง Comcast หรือ LinkedIn ด้วย เพื่อช่วยพัฒนาสุขภาพจิตของพนักงาน ให้ส่งผลเชิงบวกต่อการทำงานด้วย

 

#3

Vida

 

 

Vida ซึ่งก่อตั้งโดย Naushard Jabir อดีตนักวิเคราะห์ที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ เป็นผู้ให้บริการโฮมแคร์เซอร์วิส ที่นำเทคโนโลยีมาใช้แมทชิ่งผู้ดูแลกับผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

หลักการของ Vida คือการคีย์ข้อมูลของผู้ป่วยและความต้องการต่างๆลงในเว็บไซต์

จากนั้นตัวอัลกอริทึมจะทำหน้าที่จัดหาผู้ดูแลที่มีทักษะเหมาะสมสำหรับงานนั้นๆ พร้อมร่างตารางและแผนการดูแลซึ่งปรับให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ

 

#2

Touch Surgery

 

 

Touch Surgery เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับฝึกสอนศัลยแพทย์ ผ่านระบบจำลองแบบ 3 มิติ

จุดเริ่มต้นของ Touch Surgery จากการที่ศัลยแพทย์กลุ่มหนึ่ง มองเห็นว่าการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการฝึกผ่าตัด จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง เมื่อเทียบกับการฝึกกับศพของผู้บริจาค

นอกจากแบบฝึกหัดแล้ว ในแอพยังมีคำแนะนำต่างๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย รวมถึงสามารถให้ฟีดแบ็กถึงการซ้อมผ่าตัดได้ด้วย

ปัจจุบัน Touch Surgery ถูกนำมาใช้บ้างแล้ว โดยกลุ่มนักเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ในกรุงลอนดอน และได้รับความสนใจจาก VC ถึง 8 ราย จนสามารถระดมทุนได้มากถึง 21 ล้านดอลลาร์แล้ว

 

#1

Andiamo

 

 

Andiamo มีจุดเริ่มต้นจากเรื่องเศร้าของผู้ก่อตั้ง Naveed และ Samiya Parvez ที่เสียบุตรชาย Diamo ไปเพราะโรคสมองพิการ เมื่อปี 2012

ทั้งคู่ตัดสินใจมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่จะช่วยเหลือเด็กๆที่ป่วยด้วยการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในการสร้างกายอุปกรณ์ (orthotics) เพื่อทดแทนอวัยวะที่พิการหรือมีปัญหา

หลังเริ่มต้นได้ไม่นาน ไอเดียของทั้งคู่ก็ไปโดนใจ Sir Richard Branson แห่ง Virgin Group จนได้รับการสนับสนุนทั้งการเงิน และโอกาสในการร่วมงานกับ NHS ในที่สุด

 

เรียบเรียงจาก

UK health tech startups to watch

 

AHEAD TAKEAWAY

เมื่อโลกเรากำลังเข้าสู่ยุคของ ageing society กลุ่มสตาร์ทอัพที่มาแรงที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น Healthtech

เพราะในขณะที่เราทุกคนกำลังอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนไม่น้อย ก็พร้อมจ่ายเงินเพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เพราะจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของประชากรโลกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง

ในบ้านเราก็เช่นกัน จะเห็นได้จากอัตราการเกิดที่ลดต่ำลงเรื่อยๆในแต่ละปี (ตัวเลขที่น่ากลัวคือไทยมีอัตราการเติบโตของคนสูงอายุมากเป็นอันดับ 3 ของโลก หากวัดจากในปี 2558 ประชากรจำนวน 15.8% เป็นคนอายุมากกว่า 60 ปี และคาดว่าจะกลายเป็น 37.1% ในปี 2593)

ยังไม่นับการที่คนสูงวัยจากประเทศอื่นๆอพยพมาใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย ซึ่งนั่นหมายความว่า Healthtech ในบ้านเรา ก็มีโอกาสจะเติบโตได้อีกมาก หากได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

และสตาร์ทอัพจากยูเคทั้ง 5 รายนี้ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากจะมีรายใดนำไอเดียเหล่านี้ไปต่อยอดในรูปแบบของตัวเอง และปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน