Mark Zuckerberg ประกาศในงานสัมมนาประจำปี F8 ที่ศูนย์ประชุม McEnery Convention Center ใน ซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย วานนี้ ถึงแผนการปรับปรุง Facebook รวมถึงแอพอื่นๆในเครือ ทั้ง Instagram, Oculus และ WhatsApp เช่นการเตรียมสร้างฟีเจอร์หาคู่, ยืนยันการวางตลาดแว่นความจริงเสมือน (Virtual reality – VR) และการปรับโฉมแอพสนทนา Messenger ให้เรียบง่ายมากขึ้น

และนี่คือ 5 ประเด็นหลักจากที่ Zuckerberg ขึ้นเวทีพูด ในวันแรกของงาน F8 2018

 

#1

ฟีเจอร์หาคู่ Facebook Dating

 

 

การดึงไอเดียของแอพอื่นๆมาพัฒนาเอง ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Facebook เหมือน Marketplace ที่ดึงมาจาก Craigslist หรือ Stories ที่เลียนแบบจาก Snapchat

และฟีเจอร์ล่าสุดที่จะนำมาใช้เมื่อเร็วๆนี้ คงไม่พ้นการลอกแอพหาคู่เดต อย่าง Tinder โดย Zuckerberg อธิบายว่าฟีเจอร์นี้ มีขึ้นเพื่อเชื่อมคนที่สนใจใกล้เคียงกัน (จากอีเวนท์หรือกรุ๊ปเดียวกัน) ได้นัดพบกันโดยตรง คนที่ใช้ฟีเจอร์นี้จะส่งข้อความถึงกันได้โดยใช้เพียงชื่อหน้าเท่านั้น และยังแชทกันได้โดยแยกส่วนจากแอพ Messenger ด้วย

“นี่จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงและเป็นระยะยาว ไม่ใช่การนัดหาคู่นอน” Zuckerberg กล่าว “เราออกแบบโดยเน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อนของคุณจะไม่เห็นโปรไฟล์ของคุณ และคุณจะได้รับการแนะนำ (suggested) ถึงคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่อนของคุณเท่านั้น”

ผู้บริหารวัย 33 ระบุว่าฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาให้ดึงดูดผู้ใช้ที่ตั้งค่าสถานะ ‘โสด’ มากกว่าตั้งเป็นอื่น ขณะที่ Chris Cox ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Facebook เผยว่าการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติม อันรวมถึงวันเปิดตัวใช้งาน จะมีขึ้นอีกครั้งภายในปีนี้หลังผ่านการทดสอบการใช้

 

#2

ยืนยันการขาย Oculus Go

 

 

หลังใช้เวลาพัฒนาอยู่นานหลายปี ในที่สุด Oculus Go ก็ใกล้จะได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยก่อนงาน F8 ไม่กี่ชั่วโมง Amazon ก็จัดการเปิดพรีออร์เดอร์แว่น VR ที่ผลิตโดย Facebook

และบนเวที F8 Zuckerberg ก็ยืนยันกำหนดวางขาย Oculus Go อย่างเป็นทางการ ที่ราคา 199 ดอลลาร์ หรือราว 6,300 บาท สำหรับโมเดลพื้นฐานขนาด 32GB และ 249 ดอลลาร์ (ราว 7,900 บาท) ในรุ่น 64GB

Oculus Go สร้างขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ เช่นการรับชมงานปาร์ตี้, เล่นเกม multiplayer, รับชมคอนเสิร์ตหรือภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังรองรับ Oculus TV ที่รวบรวมคอนเทนท์จากผู้ผลิตชั้นนำไว้อย่างเช่น ESPN, Netflix, Showtime และอื่นๆ ทั้งนี้ แว่น VR ตัวนี้ยังเป็นอุปกรณ์อิสระ ไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแต่อย่างใด

 

#3

ปรับโฉม Messenger

 

 

Facebook ยอมรับว่าตั้งแต่แยก Messenger ออกมาเป็นแอพอีกตัว มีการใส่ฟีเจอร์ไว้มากเกินไป แต่จากนี้จะพยายามทำให้ ‘เรียบง่ายขึ้น’ ซึ่งจะเพิ่มความเร็วในการใช้งานได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้ ‘dark mode’ ปรับเป็นพื้นสีดำตัวอักษรสีขาว เพื่อรองรับจอสมาร์ทโฟนที่เป็น OLED

“เมื่อคุณส่งข้อความ คุณย่อมต้องการอะไรที่เรียบง่ายและมีความรวดเร็ว” Zuckerberg กล่าว “ตอนนี้เราจะทำการรีดีไซน์ Messenger ให้โฟกัสไปยังไอเดียนี้”

อย่างไรก็ตาม นอกจากการลดทอน ก็จะมีการเพิ่มบางสิ่งเข้าไปด้วย เช่น ‘AR for Messenger’ ที่แบรนด์ต่างๆ จะสามารถส่งวัตถุเสมือนจริงไปให้ผู้ใช้ทดลองได้ เช่นการวางเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน หรือเทียบรองเท้ากับชุดที่สวมใส่ ซึ่งตอนนี้มี 4 เจ้าที่เข้าร่วม ได้แก่ ASUS, Kia, Nike และ Sephora

รวมถึงบริการแปลข้อความแชท ‘M Translations’ โดยช่วงแรกจะแปลได้เพียง 2 ภาษาคือสเปนและอังกฤษ และจะเริ่มใช้งานในสหรัฐอเมริกาก่อน โดยออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อและผู้ขายในฟีเจอร์ Marketplace

 

#4

เพิ่มลูกเล่นของ Instagram Stories

 

 

ฟีเจอร์ Stories ที่นำมาใช้กับ Instagram และ Facebook ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเตรียมเพิ่มลูกเล่นให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะกับ Instagram ที่้ผู้ใช้จะสามารถใช้ฟิลเตอร์ AR ใบหน้าของคนดังได้ และสามารถเชื่อมโยงการใช้งานกับแอพภายนอกอื่นๆ ได้เช่น GoPro หรือ Spotify

ผู้ใช้สามารถตัดคลิปจากแอพ GoPro เพื่ออัพโหลดโดยตรงขึ้นสู่ Stories ได้ และสามารถแชร์เพลงที่กำลังฟังจาก Spotify มายังฟีเจอร์นี้ได้เช่นกัน

นอกจากนั้น ยังจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ Video Call เพื่อพูดคุยเป็นกลุ่มด้วย

 

#5

เพิ่มฟีเจอร์ให้ WhatsApp

 

 

WhatsApp จะไม่มีการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เหมือน Messenger โดยจะมีการเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปบางจุดเช่น Video Call เป็นกลุ่ม หรือใช้สติ๊กเกอร์ รวมถึงจะขยายขอบเขตสำหรับการใช้ในกลุ่มธุรกิจ (WhatsApp For Business) แต่ยังไม่มีการเผยรายละเอียดในตอนนี้

การใช้สติ๊กเกอร์ของ WhatsApp ถือเป็นการเดินตามรอยแอพแชทยอดนิยมอย่าง Messenger, Line หรือ WeChat และพวกเขายังเตรียมเปิดให้บุคคลภายนอกสามารถสร้างคอลเล็กชั่นสติ๊กเกอร์ของตัวเองได้ด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

ในการขึ้นกล่าววันแรก Mark Zuckerberg ไม่ได้เอ่ยถึงกรณี Cambridge Analytica หรือ Aleksandr Kogan เพิ่มเติมอีก เพียงแค่แซวตัวเองเล็กๆ สำหรับการขึ้นให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อต้นเดือนที่แล้วเท่านั้น

ประเด็นสำคัญสุดของการขึ้นเวที อยู่ที่การเพิ่มฟีเจอร์หาคู่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการ ‘ตัดขา’ แอพหาคู่โดยตรงอย่าง Tinder ซึ่งผูกติดบัญชีผู้ใช้กับ Facebook มาโดยตลอด

แม้จะยังไม่ยืนยันวันเปิดตัว แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังการประกาศ ราคาหุ้นของ Match Group บริษัทเจ้าของแอพ Tinder และ OkCupid ก็รูดลงมาถึง 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 46.22 ดอลลาร์ ลงมาเหลือ 36.12 ดอลลาร์ต่อหน่วย เท่านั้น

นี่ยังนับเป็นการยืนยันทางอ้อมของ Facebook ว่าพวกเขากำลังทำให้ตัวเองเป็นแพลตฟอร์ม ‘ครอบจักรวาล’ มีหมดทั้งครอบครัวเพื่อนฝูง, หาแฟน, ตลาดขายสินค้า, งานอีเวนท์, เป็นหนังสือพิมพ์และทีวีออนไลน์ ฯลฯ

 

เรียบเรียงจาก
The 5 biggest announcements from Facebook’s F8 developer conference keynote
Facebook is taking on Tinder with new dating features
Facebook is completely redesigning Messenger to make it simple again
F8 2018: New Tools for Businesses and People to Deepen Connections in Messenger

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน