การต่อยอดธุรกิจของคนดังและเซเลบทั้งหลาย ไม่ได้มีเพียงแค่การผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการ มีกิจการของตัวเองเท่านั้น อีกทางเลือกที่กำลังบูมไม่แพ้กัน คือการเป็นนักลงทุน Venture Capitalist หรือ VC ในสตาร์ทอัพหรือธุรกิจใหม่ๆที่น่าสนใจ

ถ้าคุณรู้สึกว่าหน้าตาของ Ben Horowitz, Marc Andreessen หรือ Peter Thiel ไม่เร้าใจพอ

เราขอแนะนำ Venture Capitalist ห้าคนที่การันตีได้ว่าไม่ใชแค่หล่ออย่างเดียว แต่ยัง “ฉลาดเลือก” ในการลงทุนด้วย

 

#5

Jared Leto

 

 

คนส่วนใหญ่จะจำ Jared Leto ได้จากบทบาท Joker ใน Suicide Squad

แต่อาชีพนักแสดงเป็นแค่ส่วนหนึ่งในธุรกิจของ Leto เท่านั้น เพราะหมอนี่ยังเป็นทั้งผู้อำนวยการสร้าง และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และทีวีซีรีส์หลายเรื่อง

รวมถึงบทบาทนักร้องนำวงร็อค Thirty Second to Mars ด้วย

ในด้านธุรกิจ Leto ยังก่อตั้งธุรกิจของตัวเองหลายๆอย่าง (ที่มักเชื่อมโยงกับ Thirty Second to Mars) อีกด้วย

เช่น The Hive บริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง, The One and Only Golden Tickets ที่ให้บริการตั๋วคอนเสิร์ตและอีเวนท์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึง VyRT แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง

ส่วนในแง่ของการเป็น VC นั้น Leto ลงทุนในธุรกิจที่มากับไอเดียใหม่ๆ อย่าง

Surf Air สายการบินที่ให้บริการแบบอันลิมิเต็ดโดยเก็บค่าสมาชิกรายเดือน

Robinhood Markets บริการเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยไม่เสียค่าคอมมิชชั่น

DocuSign ผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงิน และลายเซ็นอิเลคทรอนิคส์ (เพิ่งเข้าตลาดหุ้น NASDAQ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา)

Headspace แพลตฟอร์มสอนการฝึกจิตและทำสมาธิแบบออนไลน์

 

#4

Leonardo Dicaprio

 

 

Dicaprio ไม่ได้เป็นแค่ร่างอวตารของนักธุรกิจ อย่าง Howard Hughes (Aviator) นายหน้าค้าหลักทรัพย์ Jordan Belfort (The Wolf of Wallstreet) หรือนักต้มตุ๋น Frank Abanel (Catch Me If You Can) เท่านั้น

บทบาทนอกจอภาพยนตร์ของเจ้าตัว ก็ยังคลุกคลีกับการทำธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในบริษัทและสตาร์ทอัพใหม่ๆที่มาพร้อมไอเดียน่าสนใจหลายราย

หนึ่งในตัวเลือกลงทุนของ Dicaprio ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ Beyond Meat และ Beyond Burger ผู้ผลิตเบอร์เกอร์มังสวิรัติ และเนื้อเทียมที่มีหน้าตา สี กลิ่น และรสชาติถอดแบบจากเนื้อสัตว์ ซึ่งมีนักลงทุนระดับบิ๊กเนมมาร่วมด้วย อาทิ Bill Gates, Biz Stone และ Evan Williams ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter เพราะการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ นั้นส่งผลถึงอัตราการก่อมลภาวะโดยตรง

MIndMaze สตาร์ทอัพสาย Healthcare จากสวิส ซึ่งกำลังพัฒนา MASK ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ VR ที่ติดตั้งเซนเซอร์ เพื่อตรวจจับการแสดงออกทางสีหน้าของผู้สวมใส่ โดยปัจจุบันได้ถูกนำมาทดลองใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

Casper Mattresses สตาร์ทอัพผู้ผลิตเครื่องนอน พร้อมบริการทดลองใช้ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 25 แบรนด์กลุ่ม ‘Digitally Native Vertical Brands’ หรือ DNVBs

Solarin สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มนักลงทุนและผู้ทำธุรกิจโดยเฉพาะ

 

#3

Justin Timberlake

 

 

เจ้าของบทบาท Sean Parker ผู้ผลักดันให้ Facebook กลายเป็นแพลตฟอร์มที่คนรู้จัก ใน The Social Network

และในชีวิตจริง Timberlake ที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีอยู่แล้ว ก็เลือกที่จะลงทุนในของถนัดของตัวเอง

อาทิ Miso Media สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์การเรียนการสอนดนตรีสำหรับผู้เริ่มต้น และ Myspace อดีตโซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่ง ในยุคก่อน Facebook

รวมถึง Stipple แพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถ tag ผู้คน สถานที่ หรือวัตถุต่างๆที่ปรากฏในภาพได้ จนได้รับการขนานนามจาก TechCrunch ว่าเป็น ‘AdWords สำหรับภาพ’

 

#2

Robert Downey Jr

 

 

แม้จะไม่ใช่เจ้าของ Stark Industries เหมือนในภาพยนตร์ แต่ Robert Downey Jr ก็สนใจในเรื่องเทคโนโลยีเป็นพิเศษ และมีกองทุน VC ของตัวเองในชื่อ Downey Ventures ซึ่งก่อตั้งร่วมกับภรรยา Susan

ธุรกิจที่ Downey Ventures เลือกลงทุนนั้น จะเจาะกลุ่มไปที่สตาร์ทอัพสายดิจิทัลมีเดียเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นอินคิวเบเตอร์ให้กับบริษัทที่กำลังพัฒนาธุรกิจบันเทิงที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวนำด้วย

นอกจากการลงทุนในนาม Downey Ventures แล้ว Downey Jr ยังลงทุนใน MasterClass เว็บไซต์ที่เปิดคอร์สสอนแบบออนไลน์ผ่านวิดีโอ ร่วมกับ Jay-Z ด้วย

 

#1

Ashton Kutcher

 

 

Steve Jobs ในโลกภาพยนตร์ คือเซเลบที่เลือกเดินสาย Venture Captialist แบบจริงจัง ในชีวิตจริง

Kutcher และคู่หู Guy Oseary ผู้จัดการส่วนตัวของ Madonna ปั้นกองทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ของตัวเองจนแตะหลัก 250 ล้านดอลลาร์ ในเวลาเพียงหกปี หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยที่เกินกว่า 8.5 เท่า ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ทั่วไปของคำว่า “ดี” ในมุมมองของ Marc Andreessen แห่ง Andreessen Horowitz อยู่มาก

เรื่องน่าทึ่งของ Kutcher คือไม่ได้มีพื้นฐานการศึกษาด้านธุรกิจมาก่อนเลย (เข้าเรียนที่ม.ไอโอวา สาขาวิศวกรรมไบโอเคมี ก่อนดร็อปกลางคัน เพราะชนะการประกวดโมเดลลิ่ง)

แต่จุดเด่นของเจ้าตัวคือการเป็น “ผู้ฟังที่ดี” พยายามซึมซับความรู้ต่างๆที่ไหลผ่านเข้ามา ทั้งในเรื่องการแสดงและการลงทุน

และเริ่มต้นในฐานะนักลงทุนแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่ยุคที่คำว่าสตาร์ทอัพยังไม่บูมอย่างทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Skype (ลงทุน 1 ล้านดอลลาร์ ตามคำแนะนำของ Andreessen ในปี 2009 ก่อนได้ผลตอบแทนเพิ่มถึง 4 เท่าในเวลาแค่ 18 เดือน หลัง Microsoft ซื้อกิจการไป)

ในปี 2010 Kutcher ก่อตั้ง A-Grade Investments ร่วมกับ Guy Oseary และ Ron Burkle และหนึ่งในดีลสำคัญที่สุด คือการลงทุน 2.5 ล้านดอลลาร์ใน Airbnb เมื่อปี 2011 ซึ่งประเมินกันว่าน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 90 ล้านดอลลาร์ในห้าปีถัดมา รวมถึง 5 แสนดอลลาร์ ใน Uber ซึ่งเติบโตเป็น 60 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

นอกจากทั้งสองดีล A-Grade Investments ยังลงทุนในสตาร์ทอัพระดับบิ๊กเนมอื่นๆ (ก่อนจะดัง) อย่าง Spotify, Bebo และ Box ด้วย

 

เรียบเรียงจาก

6 celebrities who are also prolific venture capital investors

How Ashton Kutcher And Guy Oseary Built A $250 Million Portfolio With Startups Like Uber And Airbnb

Leonardo DiCaprio Invests In VR Company MindMaze

 

อ่านเพิ่มเติม

5 ผู้ประกอบการ สายเซเลบ

หนังสือที่ MARC ANDREESSEN แนะนำให้คุณอ่าน

5 ข้อคิดจาก Ben Horowitz ในงาน New Economy Summit 2017

 

AHEAD TAKEAWAY

ในยุคที่ดารานักแสดงหรือเซเลบ ผันตัวมาเป็น Influencer จนเต็มหน้าจอสมาร์ทโฟน ทั้งใน YouTube, Facebook หรือ Instagram โดยอาศัยความมีชื่อเสียงของตนต่อยอดออกไป โดยเฉพาะประโยคฮิตอย่าง “การมีธุรกิจของตัวเอง”

อีกทางเลือกที่น่าสนใจ และมาแรงไม่แพ้กัน (โดยเฉพาะเซเลบในฮอลลีวู้ด และนักกีฬา) คือการเป็นนักลงทุน Venture Captial ให้กับ tech startup ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยงเสมอ แม้แผนการอาจฟังดูดี แต่ก็อาจส่งผลร้ายได้ เหมือนที่ Kevin Bacon และ Kyra Sedgwick เกือบหมดตัว เพราะตกเป็นเหยื่อในกรณีแชร์ลูกโซ่ของ Bernard Madoff อดีตประธาน NASDAQ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนทั่วสหรัฐ กว่า 50,000 ล้านดอลลาร์

นั่นหมายถึงการมีเงินเพียงอย่างเดียว ก็ใช่ว่าจะเป็นตัวแปรของความสำเร็จ

การมีที่ปรีกษาที่ดี และให้เวลากับการศึกษาข้อมูลต่างๆอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เหมือน Kutcher ที่ถือเป็นเบอร์ต้นๆของ VC สายเซเลบ น่าจะพอเป็นแนวทาง และบ่งบอกได้ว่าไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่คิดจะรวยทางลัด

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน