Telegram คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการชุมนุมแบบไร้แกนนำในยุคปัจจุบัน ด้วยบทบาทสองด้าน คือทั้งเป็นแอปพลิเคชั่นรับส่งข้อความแบบเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และช่องทางถ่ายทอดข้อมูลจากผู้ดูแลระบบไปยังกลุ่มผู้ติดตาม

ฟิล ฮาวเวิร์ด ผู้อำนวยการจากสถาบันอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ให้ทรรศนะถึงความสำเร็จของ Telegram ที่สามารถสร้างพรอกซี เซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก จนเปิดทางให้ผู้ใช้ชาวรัสเซียได้ ทั้งที่ตัวแอปถูกทางการสั่งบล็อก จนสุดท้าย รัฐบาลรัสเซียต้องยอมถอนคำสั่งดังกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่าเป็น “ชัยชนะของ พาเวล ดูรอฟ เหนือ วลาดิเมียร์ ปูติน และรัฐบาลรัสเซีย”

(อ่านเพิ่มเติม รัสเซีย กดดัน Apple และ Google ถอด Telegram จากสโตร์)

อเล็กซานเดอร์ เฮราซิเมนกา ซึ่งกำลังศึกษางานวิจัยเรื่องโฆษณาชวนเชื่อในโลกออนไลน์ มองว่าเหตุผลหลักที่ ดูรอฟ ก่อตั้งและพัฒนา Telegram นั้น ไม่ได้มีเป้าหมายที่ผลกำไร

แต่ต้องการสถานะของการเป็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี (Tech Entrepreneur) เพื่อดึงดูดนักลงทุน สำหรับโปรเจกต์อื่นๆในอนาคต

มาดูกันว่าหนังสือ 8 เล่มที่มีส่วนสำคัญ ในการหลอมรวมวิธีคิดของ ชายที่หาญกล้าท้าทายประธานาธิบดี ปูติน มีอะไรบ้าง

 

“Flow: The Psychology of Optimal Experience”

โดย มิฮาลี ชิคเซนมิฮาย

 

 

เป็นหนังสือด้านจิตวิทยาที่เขียนโดย มิฮาลี ชิคเซนมิฮาย ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดด้าน positive psychology ซึ่งเน้นด้านความสุขในชีวิตและการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ

ประเด็นหลักของหนังสือเล่มนี้ คือการชี้ว่าความสุขในชีวิต ไม่ได้ขึ้นกับวัตถุที่เรามี แต่มาจากกิจกรรมที่สร้างความพอใจสูงสุดให้ จนเราเลือกที่จะจดจ่อกับมัน ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow

ดูรอฟ เคยให้สัมภาษณ์กับ Huffington Post ว่านี่คือหนังสือที่เขาอยากมอบให้เป็นของขวัญกับเพื่อนมากที่สุด

 

“The Power Of Now”

โดย เอ็กค์ฮาร์ท โทลเล

 

 

หนังสือรวบรวมแนวคิดเชิงปรัชญาของหนึ่งในผู้นำด้านจิตวิญญาณของโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของเซเลบมากมาย ตั้งแต่ โอปราห์ วินฟรีย์ จนถึง ปารีส ฮิลตัน ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก ถึง 33 ภาษา

ปัจจุบัน มีฉบับแปลไทยแล้ว ในชื่อ “พลังแห่งจิตปัจจุบัน ทางสู่การตื่นรู้และเยียวยา” แปลและเรียบเรียงโดย พรรณี ชูจิรวงศ์ สำนักพิมพ์ OMG books

 

“Tao Te Ching”

โดย เล่าจี๊อ

 

 

หนึ่งในหนังสือที่ แจ๊ค หม่า นิยมพกติดตัวไว้หยิบขึ้นมาอ่านทบทวนเสมอ

เต้า เต๋อ จิง เป็นคัมภีร์ภาษาจีน ซี่งเชื่อกันว่า เล่าจื๊อ เป็นผู้แต่ง กล่าวถึงธรรมชาติและปรัชญาเป็นหลัก มีเนื้อหาครอบคลุมกว้างตั้งแต่เรื่องดาราศาสตร์ จนถึงการเมือง รวมทั้งสิ้น 81 บท และมีการแปลเป็นภาษาต่างๆมากมาย ทั้ง ไทย อังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศส

ดูรอฟ แนะนำหนังสือเล่มนี้ให้คนที่ติดตามแอคเคาท์ Instagram ของเขาลองอ่าน

สำหรับฉบับแปลไทย มีการแปลไว้ไม่ต่ำกว่า 20 สำนวน ตั้งแต่ฉบับแรกของ เสถียร โพธินันทะ ในชื่อ “เมธีตะวันออก” เมื่อ พ.ศ. 2506 จนถึงฉบับล่าสุด คือ “เต้าเต๋อจิง : คัมภีร์เต๋า” โดย สรวงอัปสร กสิกรานันท์ สำนักพิมพ์นกฮูก พ.ศ. 2558

อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนจาก เต้า เต๋อ จิง ของ แจ๊ค หม่า

“The Black Swan”

โดย นาสซิม ทาเล็บ

 

 

หนึ่งในหนังสือซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริหารชั้นนำมากมาย หนึ่งในนั้น ก็คือ เจฟฟ์ เบโซส แห่ง Amazon

นาสซิม นิโคลัส ทาเล็บ ผู้เขียน เรียกเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบต่อชีวิตของเรา ในด้านต่างๆว่า Black Swan โดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่ วิลเลียม เดอ วลามิง พบหงส์ดำในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการทำลายความเชื่อเดิมๆของมนุษย์มานานนับร้อยปี ที่ว่าหงส์มีแต่สีขาวเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครพบหงส์สีอื่นนั่นเอง

ในปัจจุบัน เราจะพบเหตุการณ์หรือสิ่งที่เป็น Black Swan มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ในแง่ธุรกิจ ก็คือการเตือนผู้ประกอบการ นักลงทุน นักธุรกิจ ว่าไม่ควรประมาท และพยายามทำความเข้าใจว่ายังมีสิ่งที่เราไม่เคยเห็น หรือสิ่งที่อาจยังไม่เกิดขึ้นอีกมาก

 

“Hackers & Painters: Big Ideas from the Computer Age”

โดย พอล เกรแฮม

 

 

หนังสือที่เขียนโดย พอล เกรแฮม หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Y Combinator แอคเซเลอเรเตอร์ชั้นนำ ที่มีส่วนปั้นสตาร์ทอัพดังๆมากมาย อาทิ Airbnb, Dropbox, Twitch ฯลฯ

“Hackers & Painters…” เป็นการรวบรวมบทความที่ เกรแฮม เขียนถึงคุณสมบัติที่นักพัฒนาหรือโปรแกรมเมอร์ที่ดีควรมี รวมถึงแนวคิดในการสร้างอนาคตและประสบความสำเร็จ

ดูรอฟ เป็นหนึ่งในคนที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้ และแนะนำให้คนอื่นๆลองอ่านดู จากบทสัมภาษณ์ใน sobaka.ru

 

“The Art of Non-Conformity”

โดย คริส กิลเลอโบ

 

 

กิลเลอโบ นำเสนอแนวคิดเรื่องการใช้ชีวิต “ด้วยกฎที่คุณเขียนขึ้นเอง”

ซึ่งตรงกับโลกยุคปัจจุบันที่คนในเจเนอเรชั่นใหม่จำนวนมาก หันหลังให้กับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทำงานในบริษัท การมีชีวิตครอบครัว เรื่อยไปถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างวิถีมินิมอลลิสต์ หรือการท่องเที่ยวแนวใหม่ ฯลฯ

ฉบับแปลไทยของเล่มนี้ ใช้ชื่อว่า “ชีวิตไม่ติดกรอบ” แปลโดย ธีร์ ทิพกฤต สำนักพิมพ์อมรินทร์ How-To

 

“An Introduction to Zen Buddhism”

โดย ดี. ที. ซูซุกิ

 

หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในฐานะ “ตำราเซนที่ทรงอิทธิพลทางความคิดมากที่สุดในโลกตะวันตก”

เป็นการรวบรวมบทความที่ ดี. ที. ซูซุกิ เขียนไว้ในวารสาร New East เพื่อแนะนำแนวคิดเกี่ยวกับเซนแก่ผู้สนใจ ซึ่งต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยในฉบับภาษาเยอรมันนั้น ได้ คาร์ล จุง นักจิตวิทยาชั้นนำมาร่วมเขียนคำนิยามให้ด้วย

 

“The 48 Laws of Power”

โดย โรเบิร์ต กรีน

 

 

อธิบายถึงวิธีได้มาซึ่งพลังอำนาจ ด้วยวิธีที่อาจไม่ถูกต้องนัก พร้อมอ้างอิงตัวอย่างในประวัติศาสตร์จริง ซึ่งผู้อ่านสามารถเรียนรู้ที่จะนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆได้ ทั้งการเดินตามกฏเหล่านี้ หรือแม้แต่การรู้ไว้เพื่อให้เท่าทันคนอื่นๆซึ่งคิดจะถืออำนาจเหนือกว่า

Durov เคยแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ผู้ร่วมงานหลายๆคนที่ VK อ่าน ก่อนขายหุ้นในมือให้ Ivan Tavrin และตัดสินใจลี้ภัยออกนอกประเทศในเวลาต่อมา

ฉบับแปลไทย ใช้ชื่อว่า “อำนาจ กฎทอง 48 ประการของการสร้างอำนาจที่คุณไม่อาจปฏิเสธ” โดย วรรณพร ไกรเลิศ

เรียบเรียงจาก

How the founder of the Telegram messaging app stood up to the Kremlin — and won

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า