ขึ้นชื่อว่า Apple นี่คือบริษัทเทคโนโลยีเบอร์ต้นของโลก ซึ่งแม้จะมีการจ้างงานไปแล้วกว่า 2 ล้านตำแหน่งในสหรัฐอเมริกาและยังรับเพิ่มอยู่เรื่อยๆ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า การสัมภาษณ์งาน กับพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ในเดือน ก.ย. นี้ สองพี่น้อง Cameron กับ Tyler Haberman ฝาแฝด อายุเพียง 21 ปี จะเข้าทำงานในฐานะพนักงานใหม่ของ Apple หลังจบการศึกษาจาก Berkeley’s Haas School of Business แห่ง University of California

การที่ Apple ตัดสินใจรับทั้งคู่เข้าทำงานพร้อมกัน ยังไม่น่าทึ่งเท่ากับเหตุการณ์ก่อนหน้าการเข้าสัมภาษณ์

เมื่อ Tyler เข้าสัมภาษณ์สายกว่าเวลานัดร่วม 10 นาที ขณะที่ Cameron เกือบจะต้องยกเลิกการสัมภาษณ์กลางคันหลังโดนผึ้งต่อย

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เมื่อทั้งคู่มีเทคนิคกลเม็ดเคล็ดลับมากพอในการเข้าสัมภาษณ์ ดังนี้…

 

 

#1

เล่าเรื่องให้น่าสนใจ

แฝด Haberman ที่มีปูมหลังของครอบครัวเป็นชนชั้นแรงงาน ไม่ได้มีความถนัดเรื่องเทคโนโลยีนัก แต่ทั้งคู่ชดเชยจุดนั้นด้วย ‘เรื่องราว’ ที่โดดเด่นแทน

ทั้งคู่เติบโตมาใน Visalia ชุมชนในแคลิฟอร์เนีย ที่อุดมไปด้วย แก๊งอาชญากรรม, ปืน, ยาเสพติด, ความรุนแรง และไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก พวกเขาไม่รู้จักว่า SAT คืออะไร กระทั่งขึ้นชั้นมัธยมปลาย

คู่แฝด Haberman ไม่เคยได้ขึ้นเครื่องบินเลยด้วยซ้ำ คุณพ่อของพวกเขาทำงานเป็นช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ ส่วนแม่เป็นพนักงานร้านขายของชำ

แต่ทั้งคู่ก็ยังได้เข้าเรียนที่ UC Berkeley ท่ามกลางเด็กที่มีเกรดเฉลี่ยสูงกว่า และมาจากครอบครัวร่ำรวยกว่า สุดท้ายทั้งคู่ก็ทำได้ดี ทั้งเรื่องการเรียน และกิจกรรมนอกหลักสูตร

Cameron เล่าว่าก่อนสัมภาษณ์ ทั้งคู่เรียบเรียงเรื่องในช่วงที่โตขึ้นมาเตรียมไว้ถึงสามแบบ แต่ทั้งสามแบบ ก็สามารถแสดง ‘ความเป็นตัวตน’ ออกมาได้เป็นอย่างดี

“อย่าบอกเล่าเรื่องราวที่คุณคิดว่าพวกเขาต้องการจะฟัง จงบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นของคุณจริงๆ เพราะที่จริงพวกเขาก็อยากฟังเรื่องแบบนี้นั่นแหละ” Cameron กล่าว

 

#2

ทำการบ้านมาให้ดี

หลังผ่านการสัมภาษณ์รอบแรก คู่แฝด Haberman จึงได้ไปต่อในรอบที่ 2 คำแนะนำของพวกเขาคือ “ไม่มีการเตรียมตัวแบบไหนที่มากเกินไป”

ทั้งคู่ศึกษาเว็บไซต์ของ Apple อย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจคุณค่าและผลิตภัณฑ์ของบริษัท และหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์หางานอย่าง Glassdoor ว่ามีคำถามไหนบ้างที่ถูกถามในระหว่างการสัมภาษณ์ และคู่แฝดก็ฝึกซ้อมโดยการตอบคำถามเหล่านั้น

“ผมคิดว่าเราเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจริงๆ”

 

#3

เซอร์ไพรส์กลับด้วยคำถาม

ผู้สัมภาษณ์มักเหลือเวลาไว้บ้างหลังการพูดคุยจบลง คู่แฝดบอกว่านี่คือโอกาสของผู้สมัครที่จะได้แสดงว่าตนทำการบ้านมาดี และการที่ผู้สมัครจะสานต่อการสนทนาได้ด้วยตัวเอง ยังเป็นการแสดงทักษะบางอย่างที่ผู้สัมภาษณ์มองหาด้วย

Cameron มีคำถามทีเด็ดประจำตัวคือ “ผมอยากถามว่า แผนการอาชีพของคุณเป็นแบบไหนก่อนที่คุณจะได้งานนี้ และมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างตั้งแต่ตอนนั้น?”

ถ้าการสัมภาษณ์เป็นไปด้วยดี Tyler จะพยายามผ่อนคลายการสนทนา ด้วยการตั้งถามเบาๆ เช่นถามว่าสุดสัปดาห์นี้ผู้สัมภาษณ์จะไปเที่ยวที่ไหน หรือพวกเขามักไปแฮงก์เอาต์ที่ไหนกันตอนหลังเลิกงาน Tyler บอกว่าเป้าหมายของเขาคือการแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ถามตอบแบบหุ่นยนต์

 

#4

สมัครเลยไม่ต้องรอตำแหน่งว่าง

จดหมายสมัครงาน ไม่ใช่สิ่งที่ทุกบริษัทต้องการ บางทีพวกเขาอาจต้องการเพียงประวัติการศึกษาหรือเรซูเม่ แต่แฝด Haberman ชี้ว่าถ้าคุณอยากได้งานนั้นจริงๆ ลงมือทำและส่งให้บริษัทที่คุณอยากทำงานให้เลย

“มันไม่ได้เสียเวลาหรืออะไรเลย” Tyler กล่าว

การส่งจดหมายจะทำให้คุณชิงความได้เปรียบแคนดิเดทคนอื่นๆ และสร้างความประทับใจเพิ่มเติมให้กับผู้สัมภาษณ์ได้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง, การเตรียมการ และความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้สมัครพร้อมหยิบยื่นให้กับบริษัทโดยไม่ต้องรอให้ออกคำสั่ง

 

AHEAD TAKEAWAY

ไม่ใช่อะไรที่สลับซับซ้อน เคล็ดลับสำคัญที่คู่แฝด Haberman แนะนำก็คือการเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด ไม่มีการเตรียมพร้อมแบบไหนที่จะมากเกินไป ในแง่นี้ยังหมายถึงการเตรียมพร้อมทาง EQ การแสดงออกถึงบุคลิกภาพที่ดี อย่างที่พวกเขาบอกว่า ผู้สมัครต้องคุยอย่างเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ถามไปตอบมาแบบโปรแกรมหุ่นยนต์

สำหรับ Apple พวกเขาเปิดเผยว่าได้สร้างงานกว่า 2 ล้านตำแหน่งในตลอด 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา จำแนกเป็นพนักงานของบริษัท 80,000 ราย, ซัพพลายเออร์เครือข่าย 450,000 ราย และอีก 1.5 ล้านรายที่อยู่ใน ecosystem ของ App Store

“ผู้คนที่มาอยู่กับเราไม่ได้เพียงสร้างสินค้า แต่ยังมาสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งหมด ความหลากหลายและไอเดียของพวกเขาคือแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในทุกสิ่งที่เราทำ”

ยังมีข้อมูลจากเว็บไซต์ indeed.com ที่เผยว่าตำแหน่งงานกว่า 10 ชนิดของ Apple มีค่าจ้างสูงกว่า 1 แสนดอลลาร์ต่อปี แม้แต่พนักงาน Mac Genius หรือผู้แนะนำสินค้าหน้าร้าน (ซึ่งต้องรู้ข้อมูลอย่างทะลุปรุโปร่ง) ก็ได้เงินดีถึงร่วม 4 หมื่นดอลลาร์ต่อปีแล้ว

เมื่องานดี เงินเด่นเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะเข้าทำงานกับพวกเขา

แต่ถ้ามีโอกาสได้เข้าสัมภาษณ์ คำแนะนำของคู่แฝด Haberman ย่อมจะเป็นประโยชน์

และไม่ได้จำกัดอยู่กับการสมัครงานในบริษัท Apple เจ้าเดียวเท่านั้นด้วย

 

เรียบเรียงจาก
Both of these 21-year-old twins landed full-time jobs at Apple — here’s how it happened, and their best interview advice
Apple Salaries in the United States

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Comments

comment

Shut Waroonkupt

Shut Waroonkupt

อดีตผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการนิตยสารฟุตบอล เจ้าของเพจ Soccer Fever Magazine นาทีนี้กำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของตัวเองที่ Ahead Asia
Shut Waroonkupt