แม้ทุกวันนี้ กระแสของมหาเศรษฐี ที่ร่ำรวยจากเทคโนโลยีต่างๆจะมาแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในการจัดอันดับ The World’s Billionaires โดย Forbes ทุกครั้ง นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ปรมาจารย์ด้านการลงทุนแบบ VI จะยังมีชื่อในลำดับต้นๆเสมอ

 

อยากได้อะไร….ให้เป็นคนรวย

จุดเริ่มต้นของ บัฟเฟตต์ เกิดจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งที่พ่อพาไปทานมื้อเที่ยงกับ อาท โมล นักธุรกิจชาวดัตช์ ณ ภัตตาคารแห่งหนึ่ง บนถนนวอลล์สตรีท

อีกทั้งในวัย 10 ขวบ บัฟเฟตต์ รู้สึกทึ่ง เมื่อเห็นพนักงานนำใบยาสูบสารพัดชนิดมาให้ โมล เลือกผสมตามใจชอบ เป็นซิการ์แบบ custom-made หลังมื้ออาหาร

และรับรู้ว่าการจะเลือกทุกอย่างได้ตามต้องการแบบนี้ มีแต่ต้องสร้างตัวจนร่ำรวยเท่านั้น

 

ลองผิด ลองถูก จนรู้คำตอบ

บนเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง บัฟเฟตต์ ในวัยเยาว์ ก็เคยลองผิดลองถูกครั้งแล้วครั้งเล่าในสนามการเงิน

ก่อนเริ่มจับทางถูกเมื่อได้อ่านตำราของ บิลล์ เกรแฮม ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์และเจ้านายของเขาในเวลาต่อมา และกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านจากการเทรด ตั้งแต่อายุ 32

แต่ บัฟเฟตต์ ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะเขายังเดินหน้าสร้างมูลค่าทรัพย์สินในมือ ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเป็นมหาเศรษฐีลำดับต้นๆของโลก

ด้วยแนวคิดหลักในการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่ต่อยอดมาจากสิ่งที่ เกรแฮม สอนไว้นั่นเอง

 

หุ้นโปรดของ “จารย์ปู่”

และหนึ่งในการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ดีที่สุดของ บัฟเฟตต์ ก็คือการซื้อหุ้น 7% ของ Coca-Cola ในราคา 1 พันล้านดอลลาร์ เมื่อปี 1988

ตลอดระยะเวลาเกือบสามสิบปีที่ถือไว้ มูลค่าหุ้นที่ บัฟเฟตต์ ลงทุนไปกับ Coke ก็เพิ่มจากเดิมเกือบ 16 เท่า

ยังไม่นับเงินปันผลที่ไหลคืนกลับสู่บัญชีของเจ้าตัวในแต่ละปี เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 11%

แม้จะเคยมีคนทักท้วงว่าทำไม บัฟเฟตต์ ถึงสนับสนุนธุรกิจนี้ เพราะความสำเร็จของอุตสาหกรรมน้ำอัดลมนั้น เกี่ยวโยงกับสุขภาพของคนในสังคม

ปรมาจารย์สาย VI ที่ปัจจุบัน ถือหุ้น Coca-Cola อยู่ 400 ล้านหุ้น คิดเป็น 9% ของบริษัท ตอบคำถามนี้ ในงานประชุมประจำปีของ Berkshire Hathaway เมื่อเดือนสิงหาคม 2016 ไว้แบบนี้

 

ดื่มน้ำอัดลม วันละ 5 กระป๋องเอง

เขาเชื่อว่าไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันเรื่องการอายุยืนเป็นร้อยปีได้ เพียงแค่เปลี่ยนไปทานแต่ผักและน้ำ (water and broccoli) ตรงกันข้าม ทุกวันนี้ เขาอายุ 80 กว่าปีแล้ว แต่ยังดื่มน้ำอัดลมอย่างน้อยๆ วันละ 5 กระป๋อง หรือราวๆ 1 ใน 4 ของแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวัน

ยังไม่นับจังค์ฟูดอย่างมันฝรั่งทอด และของหวานอย่างไอศกรีมช็อคโกแลตชิพ หลังมื้อเช้า

ตราบใดที่เขายังอารมณ์ดี และกระตือรือล้นที่จะตื่นขึ้นมาทำงานในตอนเช้าของทุกวัน คำอธิบายแบบทีเล่นทีจริงของ บัฟเฟตต์ ที่ยังดูแข็งแรงดี แม้จะทานอาหารที่คนรักสุขภาพขยาด คือ …

“ผมลองเช็กสถิติแล้ว กลุ่มอายุที่มีอัตราการเสียชีวิตต่ำสุดคือเด็กหกขวบ…

ผมเลยตัดสินใจกินอะไรที่เหมือนเด็กหกขวบเขากินกัน”

 

เรียบเรียงจาก

Forbes 2017 Billionaires List: Meet The Richest People On The Planet

Warren Buffett’s Secret to Staying Young : I Eat Like a Six-year-old.

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า