“ต่อต้านไม่ได้ ก็ให้เข้าร่วม” คือวิธีคิดของ David Sosna CEO และผู้ร่วมก่อตั้งของ Personetics ในการริเริ่มนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้กับการทำธุรกรรมการเงิน เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว

“แทนที่จะต่อต้าน เราหาทางใช้มันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกรรมทางการเงินคล่องและง่ายเหมือนคุณใช้งาน Google แทน”

Sosna ก่อตั้ง Actimize ขึ้น เพื่อตอบโจทย์เรื่องการลดความเสี่ยงด้านธุรกรรมทางการเงิน และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจนี้

ก่อนจะขายให้ NICE Systems ไปบริหารงานต่อ และหันมาปั้น Personatics เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง AI ผู้ช่วยทางการเงินของธนาคารชั้นนำทั่วโลก

ทั้ง RBC ในแคนาดา, Banca Transilvania ของโรมาเนีย, Discount Bank ในอิสราเอล, Metro Bank ในสหราชอาณาจักร และ Tandem สตาร์ทอัพธนาคารออนไลน์

 

จากรถไร้คนขับสู่บัญชีธนาคาร

 

 

ด้วยทักษะที่เรียนรู้จาก Deep Learning ทำให้ AI สามารถวิเคราะห์และจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายได้ดีกว่าสมองของมนุษย์

รวมถึงการตัดสินใจในด้านต่างๆด้วย

และ Sosna ก็นำจุดนี้มาใช้ในการพัฒนา Personetics ปัญญาประดิษฐ์ที่จะทำหน้าที่ควบคุมและตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทนเรา

ซึ่งต่างจาก AI ของสตาร์ทอัพอย่าง Betterment หรือ Nutmeg ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในด้านการลงทุน

“หลักการมันก็คล้ายๆกับรถยนต์ไร้คนขับนั่นแหละครับ เพียงแต่เรามาประยุกต์ใช้กับการบริหารเงินในบัญชีธนาคารแทน – เมื่อเราเข้าใจว่าคุณมีเป้าหมายอะไร ภาระผูกพันของคุณคืออะไร และรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาทำให้เครื่องจักรเข้าใจและตัดสินใจแทนคุณไม่ได้…”

“เผลอๆ อาจจะตัดสินใจได้ดีกว่าคุณด้วยซ้ำ”

 

เรื่องเงิน เรื่องยาก

 

 

สิ่งที่ Sosna พูดถึงคือการตัดสินใจด้านการเงินที่ผิดพลาดซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่าของคนทั่วไป ที่ไม่มีความรู้เรื่องการเงินมากพอนั่นเอง

“คุณมีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่าย แต่คุณก็อยากแบ่งบางส่วนไว้เป็นเงินเก็บ ในสถานการณ์แบบนี้ คนมักจะตัดสินใจผิดพลาดเสมอ” Edward Maslaveckas CEO ของ Bud ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่หลายคนคุ้นเคยดี

ด้วยสัญชาตญาณ (หรือที่ถูกสอนกันมา) เรามักเลือกเก็บเงินออมสำรองไว้บางส่วน (Nest Egg) แม้ว่าดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันจะดำดิ่งที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินก็ตาม

เพราะนอกจากจะไม่งอกเงยอย่างที่ควรเป็นแล้ว มูลค่าของเงินก้อนนั้นจะยิ่งลดไปทุกวันตามอัตราเงินเฟ้อด้วย

“การออมเงินแบบเดิม ไม่ตอบโจทย์การเงินอีกแล้ว” Maslaveckas กล่าวถึงการทำงานของ Bud ซึ่งอยู่เบื้องหลัง artha ปัญญาประดิษฐ์ด้านการเงินของ HSBC

“artha จะวิเคราะห์เงินในบัญชีและภาระผูกพันของคุณ และตัดสินใจแทนคุณว่าควรจะทำกับเงินออมเหล่านั้นอย่างไร”

Personetics ก็เช่นกัน มันสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่าย เพื่อหารายจ่ายที่ไม่จำเป็นของคุณ ระบุว่าเงินก้อนไหนควรใช้ เงินก้อนไหนควรเก็บ

ซึ่งแม้ผิวเผินจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หลายคนก็มักทำผิดพลาดแบบสุรุ่ยสุร่าย

เช่นการสมัครสมาชิกรายเดือนกับบริการต่างๆ หรือการซื้อของเล็กๆน้อยๆทางออนไลน์ ที่แต่ละชิ้นหรือแต่ละบริการ อาจไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่เมื่อรวมกันเข้า ก็กลายเป็นเงินก้อนโตที่หมดไปแบบไม่ทันรู้ตัว

 

AHEAD TAKEAWAY

“จริงๆแล้ว การเงินการธนาคารมันไม่ได้ง่ายลงเลย คุณลองดูก็ได้ว่ามีใครนั่งอ่านชีทในเอ็กเซล และเข้าใจทุกอย่างว่าการเงินของตัวเองเป็นยังไง” Sosna ย้อนถามถึงคำว่า “ง่าย” ในโลกการเงิน

“ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน AI จะตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆทางการเงินได้ดีกว่าเราแน่นอน คำถามคือเมื่อไหร่เท่านั้นเอง…”

เอาเข้าจริงๆแล้ว ต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน เรื่องบัญชี การเงิน หรือการลงทุน ก็ยังเป็นเรื่องยากเกินความเข้าใจของหลายคนอยู่ดี

เงินค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เงินกู้ รีไฟแนนซ์ หนี้บัตรเครดิต หรืออีกสารพัดเรื่อง ที่ถ้าต้องมานั่งทำความเข้าใจทุกอย่าง น่าจะไม่เหลือเวลาในชีวิตไปทำอย่างอื่น

จนเมื่อฟินเทคหลายๆรายนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ หลายเรื่องธุรกรรมการเงิน ที่เคยเป็นปัญหาสำหรับเรา ก็คลี่คลายกลายเป็นความสะดวกสบายแทน

และสุดท้าย ก็คงต้องยอมรับอย่างที่ Sosna ว่าไว้ คือเมื่อเราหนีมันไม่พ้น การหาประโยชน์จากมัน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม AI ทั้งหลายถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทำงานยากๆแทนเรา

ไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตอย่าง “การเงิน”

 

เรียบเรียงจาก

AI-Powered Bank Accounts Of Tomorrow Are Solving The Biggest Problem With Your Finances — You

 

อ่านเพิ่มเติม

AI – Machine Learning – Deep Learning เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน