ระบบตรวจจับใบหน้า

ตำรวจฟลอริดา เริ่มใช้ ระบบตรวจจับใบหน้า จาก Amazon แล้ว

กรมตำรวจออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทดสอบการใช้งาน  ‘Rekognition’ ระบบตรวจจับใบหน้า จาก Amazon เพื่อใช้รักษาความปลอดภัยภายในตัวเมืองออร์แลนโดแล้ว

เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า หรือ Face Recognition เริ่มถูกนำมาใช้ในด้านการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะในจีนซึ่งมีการใช้อย่างจริงจังในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายเมืองและมณฑล ขณะที่ทางฝั่งสหรัฐฯ ล่าสุด เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าแบบเรียลไทม์ที่สร้างโดย Amazon ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า ‘Rekognition’ ก็ได้ถูกเริ่มต้นทดลองใช้งานแล้วในบางพื้นที่ของเมืองออร์แลนโด ฟลอริดา หลังมีการบรรลุข้อตกลงซื้อขายกันก่อนหน้านี้

“เมืองออร์แลนโด้คือพาร์ทเนอร์เปิดตัวของเรา” Ranju Das ผู้อำนวยการฝ่ายซอฟท์แวร์ Rekognition กล่าว “พวกเขาติดตั้งกล้องไปทั่วเมือง กล้องที่ได้รับอนุญาตจะเป็นตัวสตรีมมิ่งข้อมูล ส่วนทางเราคือผู้ช่วยในการตรวจสอบ เราวิเคราะห์วิดีโอแบบเรียลไทม์ และตรวจจับใบหน้าตามฐานข้อมูลที่พวกเขามี”

กรมตำรวจออร์แลนโดชี้แจงว่านี่เป็นเพียง “โครงการนำร่อง” ที่กำลังดำเนินการ “ตามกฎหมายปัจจุบันที่มีการบังคับใช้” และยังกล่าวอีกว่าเทคโนโลยีนี้ “ยังไม่ได้ใช้ในการสืบสวน หรือในพื้นที่สาธารณะใดๆ เวลานี้”

ออร์แลนโดยังไม่ใช่เมืองเดียวที่รับเอา Rekognition เข้าไปใช้ โดยในรัฐโอเรกอน สำนักงานกองปราบวอชิงตัน มีการใช้เทคโนโลยีนี้ด้วยฐานข้อมูลภาพถ่ายใบหน้าของพลเมืองกว่า 300,000 ชิ้น และเจ้าหน้าที่ยังสามารถใช้แอพพลิเคชันในโทรศัพท์เพื่อสแกนจับคู่ใบหน้าของผู้ต้องสงสัยได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า กรมตำรวจแคลิฟอร์เนีย และแอริโซนา ก็ได้แสดงความสนใจในระบบนี้ และได้ติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดการใช้มายังวอชิงตันแล้ว

 

AHEAD TAKEAWAY

ในเมืองจีนที่มีการใช้เทคโนโลยี Facial-Recognition อย่างแพร่หลาย ก็ยังเกิดข้อสงสัยถึงความไม่เป็นส่วนตัวของประชาชนขึ้นอยู่บ้าง แม้ว่าเมืองจีนจะเป็นชาติที่รัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ค่อนข้างง่ายก็ตาม

ไม่ต้องสงสัยว่า เมื่อสิ่งนี้ได้ถูกนำมาใช้ในสหรัฐฯ จะเกิดกระแสไม่เห็นด้วยมากขนาดไหน

American Civil Liberties Union (ACLU) มีการส่งจดหมายเปิดผนึกถึง Jeff Bezos แล้วเพื่อแสดงการต่อต้าน โดยชี้ว่าเทคโนโลยีนี้เป็น “ช่องทางสำหรับการละเมิดโดยรัฐบาล” และยังระบุว่าสิ่งนี้ “ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อชุมชน รวมทั้งคนผิวสีและผู้อพยพ ไปจนถึงความไว้วางใจและความเคารพใน Amazon ด้วยเช่นกัน”

นี่คือปมที่ฝ่ายผู้คุ้มกฎหมายของสหรัฐฯ ต้องทำให้กระจ่างชัดและคลายข้อหวั่นวิตกของประชาชน หากต้องการผลักดันให้ระบบตรวจจับใบหน้า ถูกใช้งานอย่างจริงจังในระยะยาว

แม้ว่า Amazon จะชี้แจงว่าแง่ดีของเทคโนโลยีนี้มีมากกว่า “คุณภาพชีวิตของเราคงแย่ลงกว่านี้มากถ้าเราหันหลังให้เทคโนโลยี เพียงเพราะบางคนใช้มันเป็นเครื่องมือในทางมิชอบ ลองนึกดูว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเราโดนห้ามซื้อคอมพิวเตอร์ เพราะมันอาจถูกใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย” แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องพิสูจน์ทราบต่อประชาชนว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้อย่างโปร่งใสอย่างแท้จริง

 

เรียบเรียงจาก
Florida police are using Amazon’s creepy real-time facial-recognition tech

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Subscribe to Our Newsletter

Total
32
Shares
Previous Article
VPNhub

Pornhub เปิดตัว VPNhub ท่องเว็บไม่ระบุตัวตน

Next Article
Go-Jek

Go-Jek ทุ่ม 500 ล้านดอลลาร์ ขยายกิจการทั่วเอเชียอาคเนย์-มาไทยด้วย

Related Posts