การซื้อและขายกิจการในโลกของธุรกิจถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ยิ่งถ้าสตาร์ทอัพรายไหนสร้างชิ้นงานดี มีทิศทางน่าสนใจ มีโอกาสประสบความสำเร็จเติบใหญ่ได้ในอนาคต ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่บริษัทที่ใหญ่กว่าหรือกลุ่มทุนขนาดยักษ์จะเข้าฮุบ แต่ทุกอย่างในโลกล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย และราคาที่ Jyoti Bansal (อดีต) เจ้าของ AppDynamics ต้องจ่ายไปเพื่อให้กิจการของตัวเองขายได้เป็นเงินมหาศาลถึง 3,700 ล้านดอลลาร์ ก็หนักหนาอย่างไม่น่าเชื่อ

ราคาที่ต้องจ่ายเหล่านั้น คือการแทบไม่ได้หลับได้นอนตลอด 4 วันก่อนการปิดดีล, กาแฟที่หมดไปเป็นกระสอบ และยาแก้ปวดที่ถูกอัดลงท้องเป็นกำมือๆ

 

ประตูอีกบาน

 

 

คืนหนึ่งในนิวยอร์ก ของเดือน ม.ค. 2017 สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง AppDynamics สตาร์ทอัพเจ้าของแอพพลิเคชันเชิงวิเคราะห์ APM และ ITOA แห่งซาน ฟรานซิสโก กำลังอยู่ในอารมณ์เริงร่าเฉลิมฉลอง

เพราะอีกไม่ช้า บริษัทแห่งนี้กำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้น NASDAQ นั่นทำให้ผู้บริหารหลายคนของพวกเขาลงทุนตัดสูทมาฉลอง แต่งหล่อแต่งสวยมาเพื่อการณ์นี้

แต่อารมณ์ของ Jyoti Bansal ตรงกันข้าม

เพราะก่อนหน้านั้น นักธุรกิจชาวอินเดียไม่ได้หลับได้นอนมา 4 วัน ร่วม 96 ชั่วโมงที่ Bansal เข้าประชุมบอร์ดครั้งแล้วครั้งเล่า, เดินทางเข้าพบกับฝ่ายกฎหมายของบริษัท และเดินวนไปมาทั่วบริเวณห้องอาหารของบริษัท เพื่อให้ตื่นตัวพร้อมเข้าประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ทุกอย่างใกล้ถึงบทสรุป ทว่าสิ่งที่พนักงาน AppDynamics หลายคนยังไม่ล่วงรู้ ก็คือบริษัทอาจจะไม่ได้เปิดขายหุ้นสาธารณะแต่อย่างใด

เพียง 5 วันก่อนการเปิดขายหุ้น IPO ครั้งนั้น Bansal ได้รับข้อเสนอจาก Cisco บริษัทเครือข่ายไอทีระดับโลก ที่สนใจจะเข้าเทคโอเวอร์กิจการทั้งหมดของ AppDynamics

ซึ่งในตอนแรก Bansal และทีมของเขาตัดสินใจปฏิเสธไป

แต่ Cisco ไม่ยอมล่าถอย พวกเขากลับมาพร้อมกับข้อเสนอที่สอง และสาม ด้วยตัวเลขสุดท้าย มูลค่า 3,700 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ Bansal ถึงกับตาเบิกโพลง เมื่อมันคือเงินที่มากกว่าที่พวกเขาจะได้จากการทำ IPO ถึงเกือบ 2 เท่า

“มันเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจมาก แน่นอนที่สุด” Bansal กล่าว “ผมคิดว่า 2 พันล้านดอลลาร์จะเป็นมูลค่าในตลาดของเรา นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวังจากการทำ IPO

“และถ้านั่นคือราคาที่คุณจะได้ทั้งหมดจาก IPO แล้ว คุณจะตกลงขายบริษัทของคุณที่ตัวเลขเท่าไหร่ดี?”

Bansal เลือกปิดประตูบานแรกของการทำ IPO แล้วนำบริษัทเข้าสู่ประตูบานที่สอง…ซึ่งมีค่าตอบแทน 3,700 ล้านดอลลาร์

 

กาแฟล้านกว่าแก้ว

ย้อนกลับไปก่อนหน้าจะปิดดีล ยิ่งนาฬิกาบอกเวลาเดินหน้าไปมากขึ้นเท่าไหร่ ระดับของความกดดันที่ Bansal กับทีมของเขาต้องเจอ ก็ยิ่งมหาศาลขึ้นเท่านั้น

พวกเขาควรจะขายมันจริงๆ รึเปล่า? ถ้าตกลงขาย ทีมจะผิดหวังไหม? การเข้าซื้อกิจการจะมีโครงสร้างอย่างไร? มันจะเป็นเรื่องดีกว่าหรือไม่ในการเก็บรักษาบริษัทเอาไว้ แล้วพาเข้าสู่ IPO ตามแผนการเดิม?

“มีการถกเถียงกันมากในกลุ่มของเรา ว่าเราจะตกลงรับข้อเสนอดีหรือเปล่า” นักธุรกิจวัย 40 เผย “ไม่มีใครหลับลง ผมดื่มกาแฟ แก้วแล้วแก้วเล่า เหยือกแล้วเหยือกเล่า และกินยา Advil เข้าไปแบบไม่ได้นับจำนวน รู้สึกว่าในสี่วันนั่น ผมจะฟุบหลับไปสัก 2 ชั่วโมงเห็นจะได้”

ความกดดันยังเพิ่มมากขึ้นตรงที่การประชุมของทีม AppDynamics กับ Cisco จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างลับๆ ขั้นแปะป้าย ‘ลับสุดยอด’ ก็ว่าได้ เพื่อที่พวกเขาจะยังสามารถนำตัวเองเข้าสู่ IPO ได้อยู่ หากท้ายที่สุดแล้วไม่มีการตกลงซื้อขายกิจการกันเกิดขึ้น

“มันเป็นเรื่องที่ลึกลับมาก แม้แต่นายธนาคารของเราก็ไม่ทราบเรื่องนี้ เราไม่ต้องการให้เรื่องนี้หันเหความสนใจไปจากการเสนอขายหุ้น ดังนั้นเราจึงยังคงทำ Roadshow เสนอขายหุ้นต่อไปตามแผน”

 

ปิดดีล

 

 

ในการพิจารณาข้อเสนอจากทาง Cisco สิ่งที่ Bansal กังวลมากที่สุดก็คือความรู้สึกของพนักงานของเขา ที่ร่วมบากบั่นสู้งานกันมานานนับสิบปี

AppDynamics มีพนักงานนับพันคน” Bansal ว่า “พวกเขาจำต้องเดินทางต่อไปกับบริษัทแห่งนี้ เรามีความกังวลกันจริงๆ ว่าการถูกฮุบกิจการจะส่งผลอย่างไรต่อตัวตนของบริษัท และต่อวัฒนธรรมของบริษัทเรา”

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่าการตกลงปล่อยขายคือมติส่วนใหญ่ของพนักงาน

“ในฐานะผู้ก่อตั้ง การจะขายบริษัทออกไปแล้วได้เงินเท่าไหร่ มันก็อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคุณมากมายนัก”

“แต่เรามีพนักงานอย่างน้อย 400 คนที่จะได้เงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อคน หากว่าเราตกลงขาย ซึ่งคุณต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับพวกเขา เงิน 1 ล้านนั่นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาได้ในพริบตา”

1 วันก่อนการเสนอขายหุ้น Bansal เรียกทีมของเขาที่เดินทางไปอยู่ในนิวยอร์กเพื่อเดินเรื่องกับ Nasdaq มาประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เขาตัดสินใจแจ้งให้ทุกคนรับรู้ว่า AppDynamics จะไม่ทำ IPO แล้ว และจะไม่มีการฉลองเปิดบริษัทในฐานะการเป็นมหาชน

“ผมบอกกับพวกเขา ‘เฮ้ ทุกคน กลับมาจากนิวยอร์คกันได้เลย’ และผมรู้สึกได้ทันทีว่าทุกคนอึ้งไป พวกเขาไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไร สีหน้าของพวกเขาแสดงออกชัดมากว่ารู้สึกเศร้า เพราะเราตื่นเต้นกันมากจริงๆ กับการทำ IPO เราต้องใช้เวลาทำใจกับเรื่องนี้พอสมควร”

สำหรับ Bansal ช่วงเวลานั้นให้ความรู้สึกทั้งสุขสมและหม่นหมอง ผสมปนเปกันไป

“มันยากที่จะละทิ้งบริษัทที่คุณลงมือสร้างขึ้นมาเอง ผมแค่รู้สึกว่าผมต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และนี่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”

งานฉลองต้อนรับการเข้าสู่ IPO ยุติไป แต่พวกเขาได้ฉลองกับอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า ใน 2 เดือนให้หลัง เมื่อการขายกิจการให้ Cisco ลุล่วงด้วยดี

หลังจากการถ่ายโอนบริษัท ตัวของ Bansal เองยังพอมีส่วนร่วมกับ AppDynamics อยู่บ้าง แต่ก็ในเพียงฐานะที่ปรึกษาพิเศษเท่านั้น ทางที่เขาเลือกเดินต่อคือการสร้างโครงการใหม่ เช่น Harness.io บริษัทซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติ

ที่ซึ่ง Bansal หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะกลายเป็นกิจการที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์…แห่งที่ 2 ของตัวเขา

 

AHEAD TAKEAWAY

ก่อตั้งในปี 2008 โดย Jyoti Bansal หนุ่มอินเดียแท้ (ได้รับกรีนการ์ดปี 2000) ผู้ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีมซอฟท์แวร์ของ Wily Technologies มาก่อน

AppDynamics ได้รับเงินระดมทุนก้อนแรกเป็นจำนวน 206.5 ล้านดอลลาร์ และสร้างบริษัทให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีพนักงานกว่า 1,000 คน มีลูกค้าบริษัทใหญ่ที่ใช้บริการวิเคราะห์ระดับสูงของพวกเขาอาทิ Netflix, Electronic Arts หรือ HBO

CNBC ยังเคยให้เครดิต AppDynamics ว่าเป็น “ผู้เซฟชีวิต Game of Thrones” มาแล้ว ในการช่วยวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุว่าเพราะอะไรยอดผู้ชมซีรี่ส์จึงน้อยลงในบริการสตรีมมิ่ง

Forbes เคยยกให้ AppDynamics เป็นอันดับ 9 ของ 100 บริษัทคลาวด์คอมพิวเตอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2016 ด้วย

การปล่อยกิจการให้กับ Cisco เมื่อปีที่แล้ว ถือได้ว่าเป็นดีลที่มีราคาสูงที่สุดของ Cisco ในยุคซีอีโอคนใหม่ Chuck Robbins ซึ่งพวกเขายอมรับว่ามีความสนใจใน AppDynamics มาพักใหญ่แล้ว และต้องรีบชิงลงมือเทคโอเวอร์ก่อนบริษัทจะเข้าตลาดหุ้น

Bansal และ David Wadhwani (ซีอีโอ) ได้ร่วมกันสร้าง AppDynamics ให้เป็นหนึ่งในบริษัทซอฟต์แวร์ที่เติบโตเร็วที่สุด โดยการจัดหาแพลตฟอร์มแอพพลิเคชันอัจฉริยะซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกองค์กร” Asheem Chandna ของบริษัทพาร์ทเนอร์ Greylock กล่าวไว้

เห็นได้ชัดว่าก่อนจะมาถึงการรับข้อเสนอมหาศาล 3,700 ล้านดอลลาร์ Bansal และทีมงาน ต้องฝ่าฟันอะไรมาเยอะเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพ อย่างน้อยก็ลงทุนลงแรงมาร่วม 10 ปีเพื่อให้บริษัทเป็นที่เชื่อถือในวงกว้าง

ส่วนการที่ Bansal แทบไม่ได้หลับได้นอนตลอด 4 วันก่อนปิดดีล, กาแฟที่ลงคอไปเป็นถังๆ และยาแก้ปวดที่ถูกอัดลงท้องเป็นกำมือๆ นั่น เป็นเพียงส่วนประกอบยิบย่อยของการสร้าง ‘สตาร์ทอัพชั้นดี’ ขึ้นมาเท่านั้น

 

เรียบเรียงจาก
Jugs of coffee, lots of Advil, and no sleep for 4 days: A startup founder reveals what it was like to sell his company for $3.7 billion
Cisco buys tech IPO candidate AppDynamics for $3.7 billion

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน