รวมพล 6 ประเภทคน มาสาย

แม้ Antoine de Saint-Exupery จะเคยว่าไว้“ไม่มีคำว่าสายเกินไปในการลงมือทำบางสิ่ง” แต่สำหรับเรื่องของหน้าที่การงานแล้ว การ มาสาย แม้เพียง 1 นาที ก็ถือว่าสาย และนั่นอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กับเพื่อนร่วมงาน, เจ้านาย, ลูกน้อง ที่มารอตามเวลานัดแต่เนิ่นๆ

William Vanderbloemen ผู้ก่อตั้ง Vanderbloemen Search Group กล่าวว่า เมื่อใครสักคนมาสาย หรือแม้แต่ตัวเขาเอง สิ่งที่จะลอยฟุ้งอยู่ ณ ที่ประชุมก็คือ ‘ความนัย’ ที่สื่อถึงพฤติกรรมของคนๆ นั้น โดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดออกมา

และนี่คือตัวอย่าง 6 ประเภทคนมาสาย พร้อมกับ ‘ความนัย’ ที่ปรากฏจากตัวผู้คนเหล่านั้น

 

#1

ดราม่ากลบเกลื่อน

ทุกบริษัทมีคนประเภทนี้ และทุกคนต่างรู้จักคนประเภทนี้

พวกเขาจะวิ่งหน้าตาตื่นหัวเหอฟูเข้ามาในออฟฟิศเป็นประจำ (เสื้อรีดบ้างไม่รีดบ้าง…ส่วนใหญ่จะไม่) และทำทีคึกคักกระตือรือร้นกลบเกลื่อน …หลังจากที่คุณรอเขาอยู่เนิ่นนาน

นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ “ขอโทษที ผมมีเรื่องดราม่า”

ความเกียจคร้านชนิดนี้ส่งผลกระทบให้ชีวิตขาดการควบคุม แทนที่จะควบคุมมันได้ ชีวิตของพวกเขาจะถูกควบคุมโดยข้ออ้างของความดราม่าไปแทน

“ในการวิเคราะห์วิจัยที่ผมทำมาเป็นพันๆ ครั้งในตลอดหลายปี ผมไม่เคยพบลูกค้าที่ร้องขอทีมงานจอมดราม่า ตรงกันข้าม คนส่วนใหญ่ยินดีจะทำงานร่วมกับคนที่สงบนิ่งอยู่เสมอ” Vanderbloemen กล่าว

และตรงกันข้ามเช่นกันกับความดราม่าของพวกเขา – ที่จริงแล้วการมาทำงานให้ตรงเวลาต่างหากสามารถช่วยลดทอนความตึงเครียดลงไปได้

ตามการประมาณการ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเครียด (สินค้า, หนังสื่อ, อื่นๆ) ในสหรัฐอเมริกา คืออุตสาหกรรมมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ แต่คุณจะไม่ต้องเสียสตางค์ไปกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินจำเป็น ถ้าเพียงคุณ ‘รักษาเวลาให้เป็น’ เท่านั้นก็พอ

 

#2

ทองไม่รู้ร้อน

เคยเจอไหม ใครบางคนที่เปิดประตูเดินดุ่มเข้ามานั่งให้ห้องประชุม โดยไม่ได้สำเหนียกตัวเองเลยว่ามาสาย “อ้าว พวกคุณกำลังรอผมอยู่เหรอ?”

นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ “ฉันเป็นคนสำคัญ ใครจะทำไม”

สำนวนเก่าเป็นเรื่องจริงเสมอ – we measure what matters (คุณค่าของคนเกิดจากการกระทำ) ถ้าคุณมาเข้าประชุมตรงเวลาเสียอย่าง นั่นย่อมหมายถึงคุณให้ความเคารพต่อเวลาของทุกคน ในทางตรงกันข้าม พวกทำทีทองไม่รู้ร้อน ไม่ใส่ใจเวลาชาวบ้าน จะมีภาพพจน์ที่ไม่ดีติดตัวไปทันที และเป็นเรื่องยากที่จะกู้คืนด้วย

 

#3

แล้วไงใครแคร์

คนบางคนเดินเข้าที่ประชุมสาย และทำเนียนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ “I don’t care.”

Vanderbloemen กล่าวว่า “การตรงต่อเวลาแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถปฏิบัติตามคำสัญญาได้ มันต้องย้อนไปที่ช่วงการสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ว่าบริษัทต้องการทราบว่าผู้สมัครที่เป็นตัวเลือกคนไหนจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบ้าง การมาทำงานตรงเวลาหมายถึงคุณสามารถตอบสนองข้อตกลงแรกๆ ของเราได้”

“การมาสายแล้วไม่เอ่ยคำขอโทษใดใด? มันเป็นการแสดงออกว่าคุณไม่สามารถทำงานนี้ได้ และคุณก็ไม่สนใจเสียด้วย”

 

#4

ตัวปัญหา

“คุณต้องไม่เชื่อแน่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้างระหว่างทางที่มาทำงาน…” ซึ่งก็ถูกแล้วล่ะ ไม่มีใครเชื่อคุณหรอก

นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ “ผมมีปัญหา…และผมคือตัวปัญหา”

ไม่มีบริษัทไหนหรอกที่อยากจะลงทุนจ้างพนักงานที่เดี๋ยววันนี้มีปัญหา เดี๋ยววันนั้นก็มีปัญหา บ่อยครั้งที่ผู้คนจะตอบสนองกับข้อผิดพลาดด้วยข้อแก้ตัว ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นว่านั่นคือต้นเหตุของการมาสาย

“ใช่ สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องไม่ใช่ครั้งแล้วครั้งเล่า และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว การตอบสนองที่ดีที่สุดก็คือการพยายามควบคุมข้อผิดพลาดเหล่านั้นให้ได้ และเรียนรู้จากมัน”

 

#5

จอมชักแม่น้ำ

มีกี่ครั้งกันที่คุณได้รับอีเมลหรือข้อความจากใครบางคน ในเช้าของวันที่มีนัดประชุม ด้วยการร่ายเหตุผลต่างๆ นานาว่าพวกเขาจะมาสาย

บางครั้งเหตุผลของพวกเขาก็ฟังขึ้น แต่ส่วนใหญ่ล่ะ?

นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ “อย่าเชื่อฉัน”

“ที่จริงผมชอบนะกับความพยายามอธิบายเหตุผลของพนักงาน” Vanderbloemen ระบุ “แต่หากว่ามันคือการร่ายเหตุผล 3 หน้ากระดาษ แล้วคนๆ นั้นก้าวเข้าออฟฟิศมาพร้อมแก้วสตาร์บัคส์ มันก็น่าสงสัยแล้วล่ะ”

วิธีที่คุณตอบสนองต่อข้อผิดพลาด สร้างความแตกต่างสำหรับผู้พบเห็นได้เสมอ แต่การใช้เวลาชักแม่น้ำทั้งห้ามาแจกแจงเพียงเพราะอันที่จริงคุณต้องเข้าคิวซื้อกาแฟนาน มันจะลดทอนความน่าเชื่อถือของคุณลงไปโดยตรง

 

#6

คุณชาย/คุณนายสายเสมอ

ข้อนี้เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด และไม่ว่าคุณจะทราบหรือไม่ แต่นัยจากท่าทีของคนประเภทนี้คือ…

“คุณพึ่งพาอะไรฉันไม่ได้ทั้งนั้น”

การมาตรงเวลาช่วยให้คุณสามารถควบคุมชีวิตได้ ใช่ที่บางครั้งผู้คนก็มาสายเพราะติดขัดบางประการจริงๆ คุณจะเข้าใจได้ทันทีถ้ามาลองขับรถบนถนนในฮูสตันดูสักครั้ง แต่ในท้ายที่สุด การมาตามนัดก็คือข้อตกลงพื้นฐาน

“หากคุณทำลายความไว้วางใจของผมอย่างต่อเนื่องด้วยการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของเรา อย่างน้อยผมก็จะคิดว่าคุณไม่สามารถพึ่งพาได้ และที่แย่ที่สุดคือผมจะไม่เชื่อคำสัญญาใดๆ ของคุณอีก”

Vanderbloemen Search Group ทำการสัมภาษณ์งานมานับหมื่นคน สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นอะไรที่ง่ายๆ พื้นๆ แต่อาจมีค่ามากที่สุด และยังเป็นตัวคัดกรองผู้สมัครที่ดีออกจากส่วนที่เหลือ

ก็คือการตรงต่อเวลา

 

AHEAD TAKEAWAY

นอกจากจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแล้ว William Vanderbloemen ยังเป็นเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับการทำงานถึง 3 เล่ม ทั้ง ‘Culture Wins: The Roadmap to an Irresistible Workplace’, ‘Next: Pastoral Succession That Works’ และ ‘Search: The Pastoral Search Committee Handbook’ นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญสายนี้อย่างแท้จริง

ท่ามกลางประสบการณ์การทำงานหลายสิบปี Vanderbloemen ยังเคยรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลของ Fortune 200 มาด้วย นั่นทำให้เขาได้ทำงานกับคนเป็นจำนวนมาก และมองเห็นว่าปัญหาเรื่องการ ‘มาสาย’ คือสิ่งแรกๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นงานแขนงไหนก็ตาม

สิ่งที่ Vanderbloemen เน้นย้ำ ก็คือการมาสายที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้เสมอไป เพียงแต่อย่าให้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกินไป จนกระทบต่อความน่าเชื่อถือของคนๆ นั้นโดยตรง

William Shakespeare กล่าวไว้ว่า “มาเร็วเกินไป 3 ชั่วโมง ดีกว่ามาช้าไปเพียง 1 นาที”

เพราะบางที 1 นาทีนั้นอาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลย ก็เป็นได้

 

เรียบเรียงจาก
The 6 Worst Kinds of Late People (And The Message They’re Sending)

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
30
Shares
Previous Article
Anker

สตีเว่น หยาง แห่ง Anker: เจ้าพ่อวงการเพาเวอร์แบงค์

Next Article
The Block Club

The Block Club : ชุมชนคนบล็อกเชน

Related Posts