Evan Spiegel CEO และผู้ก่อตั้ง Snapchat กล่าวเหน็บแนม Facebook ว่าอย่างดีสุด ก็ทำได้เพียงแค่ลอกเลียนฟีเจอร์ของฝ่ายตน แต่ไม่สามารถเข้าถึงคุณค่าความเป็นตัวตนได้ พร้อมยืนยันเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสร้างฐานผู้ใช้งานอย่างแน่นอน

มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ฟีเจอร์ Stories สำหรับโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอที่มีอายุแค่ 24 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้กด Like หรือแสดงความเห็น ที่ปรากฎใน Facebook รวมถึงแอพอื่นๆในเครือ อาทิ Instagram, Messenger และ WhatsApp เป็นเจตนาของ Mark Zuckerberg ในการลอกเลียนแบบคุณสมบัติเด่นของ Snapchat 

ล่าสุด Spiegel ได้ตอบคำถามถึงเรื่องนี้ ระหว่างงานสัมมนา Code Conference ที่แคลิฟอร์เนีย ว่า Snapchat ไม่ใช่แค่แอพที่สร้างฟีเจอร์หลากหลาย เรายังมีปรัชญาพื้นฐานที่ขัดต่อโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิมด้วย” Spiegel กล่าว “ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิมถึงรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคาม เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ผู้คนจะตระหนักได้ว่าการแข่งขันกันกับเพื่อนๆ เพื่อแย่งยอด Like และการเป็นจุดสนใจ คือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์และไม่ใช่เรื่องดีนัก”

Spiegel อธิบายว่าการไม่ใส่ฟีเจอร์กด like เป็นเพราะอยากให้แอพของตนเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสนทนาติดต่อสื่อสาร มากกว่าแค่เป็นสื่อออนไลน์ และนับเป็นความแตกต่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ Facebook ฉะนั้น การลอกเลียนฟีเจอร์สำคัญๆไปใช้จึงไม่ส่งผลกระทบกับตนแต่อย่างใด

“พวกเขาจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการพยายามเปลี่ยน DNA ของบริษัทตัวเอง และ DNA ของพวกเขาคือการที่ผู้คนจะแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงจุดสนใจในโลกออนไลน์ ฉะนั้น คุณค่าของเราจึงเป็นเรื่องยากที่จะลอกเลียนแบบ” Spiegel ระบุ

 

รับชมการให้สัมภาษณ์ของ Spiegel ได้ที่นี่

AHEAD TAKEAWAY

ไม่น่าแปลกที่ Mark Zuckerberg จะตามจองล้างจองผลาญ Snapchat เป็นพิเศษ โทษฐานที่ Spiegelเคยบอกปัดข้อเสนอ 3,000 ล้านดอลลาร์จากอีกฝ่ายไป

เมื่อไม่ได้ถือครองกิจการ ก็เลยลอกเลียนแบบฟีเจอร์มาดื้อๆ ทั้งการสร้างเอฟเฟกต์แต่งภาพ ซึ่งคล้ายกับฟิลเตอร์ Lens, การสแกน QR code, ลูกเล่นระหว่างเปิดกล้องเซลฟี่ และฟีเจอร์ Stories

แม้แต่ Kevin Systrom ซีอีโอ Instagram ยังเคยยอมรับว่าเครดิตของฟีเจอร์นี้ต้องยกให้กับบริษัทของ Spiegel “พวกเขาต้องได้เครดิตทั้งหมด เมื่อคุณเป็นผู้คิดค้น มันก็สุดยอดเสมอ เหมือนที่ Instagram ควรได้เครดิตในการทำให้ฟิลเตอร์แต่งภาพเป็นที่นิยม”

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ต่างๆ นานาที่ Facebook เคยใช้ ก็มีส่วนทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ เป็นโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 ของโลกด้วย จำนวนผู้ใช้ Active Users กว่า 2,234 ล้านคนทั่วโลกเลยทีเดียว หรือราวๆสิบเท่าของบริษัทที่ Spiegel ตั้งขึ้นเลยทีเดียว

 

เรียบเรียงจาก
Evan Spiegel: Facebook can copy our features, but ‘our values are hard to copy’
Facebook copied Snap a fourth time, and now all its apps look the same
Timeline of Facebook copying Snap in Instagram, Messenger

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน