Howard Schultz ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ประธาน Starbucks แล้ว ภายหลังบริหารงานแบรนด์กาแฟชื่อดังมาเกือบ 4 ทศวรรษ โดยมีการคาดหมายว่าจะผันตัวไปเล่นการเมือง เพื่อชิงตำแหน่งประธานธิบดีสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ปีข้างหน้า

Schultz วัย 64 เริ่มต้นทำงานกับ Starbucks ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีกและการตลาดในปี 1982 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งเก้าอี้ซีอีโอในปี 1987 ลากยาวมาจนถึงปี 2000 จึงได้สละตำแหน่งไป แต่ก็กลับมาสวมหัวโขนอีกครั้งในระหว่างปี 2008-2016 ที่ซึ่งเขาถูกแทนที่โดย Kevin Johnson ซีอีโอคนปัจจุบัน ส่วนตัว Schultz เปลี่ยนไปรับตำแหน่งประธานบอร์ดบริหาร

ล่าสุดวันนี้ ทั้งบริษัทและตัว Schultz ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเขาเตรียมจะยุติเส้นทางการทำงานอันยาวนานลงแล้วในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ โดยจะมี Myron Ullman อดีตประธานและซีอีโอ J.C. Penney เข้ารับตำแหน่งแทนต่อไป

“ใครจะจินตนาการได้ว่าเราจะมาไกลกันขนาดนี้ จาก 11 สาขาในปี 1987 มาวันนี้เรามีสาขามากกว่า 28,000 แห่งใน 77 ประเทศทั่วโลก” ประธาน Starbucks ระบุในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน

“แต่ตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่ใช่มาตรวัดความสำเร็จเสียทีเดียว เพราะเราเปลี่ยนแนวทางการดื่มกาแฟของคนเป็นล้านๆ คนได้ และยังได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนในแต่ละชุมชนทั่วโลกให้ดีขึ้นด้วย”

มีการคาดหมายจากสื่อหลายเจ้าว่าผู้บริหารวัย 64 จะพาตัวเองไปสู่เส้นทางการเมือง และอาจถึงขั้นลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับ Donald Trump ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ปี 2020

Schultz เคยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล Trump มาหลายครั้ง และยังเคยกล่าวกับ New York Times ว่า “ผมมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับประเทศของเรา ถึงสิ่งที่เติบโตขึ้นและที่ยืนของเราในเวทีโลก สิ่งหนึ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดคือการตอบแทนสังคม แต่ผมยังไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ตอนนี้ผมอยากเปิดกว้างให้มากที่สุด การทำงานสาธารณะก็เป็นหนึ่งในนั้น และผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต”

การประกาศลงจากตำแหน่งของ Schultz ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สัปดาห์นี้ทันที แต่ก็ยังไม่ถือว่ากระทบภาพรวม ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 21,000 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่การเปิดขายสู่สาธารณะ (IPO) ในปี 1992 และเวลานี้มีร้านสาขาอยู่ถึง 28,000 แห่งใน 77 ประเทศทั่วโลก โดยมีสาขาใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ในประเทศจีน

 

AHEAD TAKEAWAY

Howard Schultz เผยว่าอันที่จริง ตัวเขาและบอร์ดคาดหมายถึงการประกาศลาออกไว้ตั้งแต่เดือนก่อน แต่แผนถูกระงับไปชั่วคราวเนื่องจากคดีเกี่ยวกับชายผิวสีที่เกิดขึ้นในฟิลาเดลเฟีย

ช่วงกลางเดือน เม.ย.  พนักงานในร้านสาขาแห่งหนึ่งในฟิลาเดลเฟียได้แจ้งจับชายผิวสี 2 คนที่เข้ามาอยู่ในร้านโดยไม่สั่งเครื่องดื่มหรืออาหาร ซึ่งกลายเป็นกระแสแง่ลบว่าพวกเขาเลือกปฏิบัติและมีทัศนคติเหยียดสีผิว จน Schultz มีการสั่งปิดร้านทุกแห่งในสหรัฐฯ เป็นเวลา 4 ชั่วโมง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่ออบรมสร้างมาตรฐานการจัดการใหม่

ในการบริหารของ Schultz ตั้งแต่ยุค 80 เป็นต้นมา ร้านกาแฟแห่งนี้ผ่านอะไรมามากมาย นอกจากกรณีเหยียดผิวล่าสุดแล้ว ก็เคยเป็นประเด็นเรื่องสิทธิของเพศที่สาม, ความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ, สิทธิของทหารผ่านศึก, อาวุธปืนและความรุนแรง ไปจนถึงหนี้สินของนักเรียน

ทุกครั้งที่เกิดปัญหา แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเช่นกันว่าแบรนด์ Starbucks แทบไม่เคยสั่นคลอน ยังคงสร้างยอดขายและกระจายสาขาออกไปทั่วโลกในทุกวัน

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ Schultz ชายที่สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ผู้ปลุกปั้น Starbucks’ อย่างแท้จริง

 

เรียบเรียงจาก
Howard Schultz to step down as Starbucks executive chairman
Schultz to Step Down as Starbucks Executive Chairman

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน