ว่ากันว่าทศวรรษถัดไป เทคโนโลยีใหม่จะถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่งคมนาคมมากขึ้น เห็นได้จากการที่บริษัทน้อยใหญ่ต่างมุ่งมายังสนามของรถยนต์ไร้คนขับ, รถยนต์ไฟฟ้า, การใช้สมองกลเป็นส่วนประกอบสำคัญของรถ เช่นเดียวกับ ไจโรคาร์ (Gyrocar) รถยนต์สองล้อที่ผู้ผลิตจากจีนคุยฟุ้งว่าเป็น “ยานยนต์แห่งอนาคต” ทีเดียว

เป็นสิ่งที่มีการคิดค้นมากว่า 100 ปี แต่ไม่เคยมีใครผลิตออกสู่ตลาดได้จริง ทว่า Beijing Lingyun ตั้งมั่นว่าผู้คนจะได้ใช้ไจโรคาร์ของพวกเขา ภายใน ‘สองปีข้างหน้า’ นี้เท่านั้น

นี่คือยานยนต์แห่งอนาคตอันใกล้ จริงหรือไม่ ค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน

 

“นักลงทุนบอกว่า ผมไม่มีทางทำได้”

 

 

ได้แรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์คาร์ค่าย Ford ในปี 1961 ซึ่งใช้ ‘ไจโรสโคป’ (อุปกรณ์ที่อาศัยแรงเฉื่อยของล้อหมุนเพื่อช่วยรักษาระดับทิศทางของแกนหมุน ทำให้เอียงในทิศทางต่างๆ ได้โดยอิสระ หลักการนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลายสิ่ง อาทิ เข็มทิศ) เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสมดุล

Zhu Lingyun แห่ง Beijing Lingyun Intelligent Technology Co. ยืนยันว่าสิ่งที่เขาหยิบยกมาจากรถต้นแบบและภาพฝันในหนังไซไฟ กำลังจะเป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องจริงไปแล้วด้วยในรถตัวต้นแบบที่ถูกผลิตออกมาทดสอบวิ่งเป็นที่เรียบร้อย

เป้าหมายของบริษัทคือการพัฒนาและปรับปรุงให้ระบบต่างๆ ลงตัวสูงสุด เพื่อการวางตลาดภายในปี 2020

และภายในปีนี้ Beijing Lingyun มีโครงการจะเสาะหาพื้นที่เพื่อสร้างโรงงานทำสายพานการผลิตให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ที่จริง มีนักลงทุนบอกผมว่า โอกาสที่ผมจะทำให้ไอเดียกลายเป็นความจริง คือ 0” Zhu วิศวกรวัย 40 กล่าวหลังทดสอบการใช้งานรถต้นแบบโปรโตไทป์ ที่เขาตั้งชื่อให้มันว่า ‘1703’

“แต่ผมเชื่อมั่นเต็มร้อยว่านี่คืออนาคตของการคมนาคมในเขตเมือง เพราะมันมีคุณสมบัติเพียบพร้อม, ประหยัดพลังงาน และสามารถจัดการได้ง่าย ผมต้องทำมันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้”

Zhu ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวที่พยายามใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่, มอเตอร์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีไจโรสโคปที่ใช้ใน iPhone และ Segway เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ หรือรักษาสมดุล Lit Motors สตาร์ทอัพแห่งซาน ฟรานซิสโก ก็กำลังพัฒนารถไฟฟ้า (EV) สองล้อที่มีรูปทรงคล้ายคลึงกับของจีนอยู่ ซึ่ง New York Times รายงานในปี 2016 ว่าพวกเขาเคยได้เจรจาเรื่องปล่อยบริษัทให้ Apple Inc. เข้าเทคโอเวอร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม Lit Motors กลับหยุดนิ่งพัฒนาการในช่วงหลายเดือนหลัง เว็บไซต์ของพวกเขาแปะข้อความตัวเบ้งว่า ‘We’re Sorry! This Account Is Currently Unavailable.’ ไม่มีการตอบกลับอีเมล, ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ปรากฏอยู่ในเว็บ รวมถึงหน้าเพจ Facebook ก็ไม่มีโพสต์ใหม่มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

แต่ไม่ใช่สำหรับ Zhu

 

จาก 0 ถึง 60 ล้าน

 

 

รถยนต์สองล้อปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยสร้างตลาดได้จริงจัง เมื่อดูเหมือนว่าผู้บริโภคจะต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในรถ และเชื่อมั่นในความปลอดภัยของรถสี่ล้อลักษณะดั้งเดิม หรือไม่เช่นนั้น พวกเขาก็เลือกสมรรถนะความเร็วและดีไซน์โฉบเฉี่ยวของจักรยานยนต์ไปเลยมากกว่า

Zhu เตะตาเข้ากับ Gyron ของ Ford เป็นครั้งแรกในอินเทอร์เน็ตเมื่อราว 5 ปีก่อน เขาบอกว่าเขารู้สึกเหมือน “ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ” รถคันนั้นซึ่งมีความละม้ายคล้ายคลึงกับรถในการ์ตูนทีวีเรื่อง The Jetsons (ผู้ผลิตเดียวกับ The Flintstones) ถูกแพร่ภาพออกสื่อเป็นครั้งแรกเมื่อกลางปี 1961 บนปกแม็กกาซีน Car Life ก่อนจะถูกนำไปโชว์ตัวหนแรกที่ Detroit Motor Show ปีเดียวกันนั้น

Gyron มีที่นั่งสองที่นั่ง, ห้องโดยสารเหมือนห้องนักบิน และมีครีบหางเลียนแบบปีกเครื่องบินขับไล่ ดีไซน์เหล่านี้ได้รับความชื่นชอบจากผู้กลุ่มใหญ่ และมีการทำโมเดลออกขายเป็นล่ำเป็นสัน

กระนั้น มันก็ไม่เคยเข้าสู่ฐานการผลิตให้ออกมาเป็นรถที่ใช้งานได้จริง

ขณะที่ บริษัทของ Zhu ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาพฝันเหล่านั้นให้กลายเป็นจริง เขาเริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 3 ล้านหยวน (470,000 ดอลลลาร์) และเมื่อนับรวมตัวเขาแล้วก็มีพนักงานอยู่แค่ 4 คนเท่านั้น

สามปีให้หลัง เขาระดมทุนได้ 10 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มนักลงทุนเช่น China Broadband Capital Partners, Sequoia Capital, Hillhouse Capital Group และ GSR Ventures และมาตอนนี้เขาต้องการที่จะระดมทุนเพิ่มอีก 30 ล้านเหรียญเพื่อเตรียมการสำหรับการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด

เขาว่าบริษัทตอนนี้มีมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์

“ในหลายโอกาส รถยนต์ถูกใช้งานด้วยคนแค่คนเดียว ดังนั้นการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับตัวคนเดียวจึงมีโอกาสทางการตลาดแน่นอน” Li Jianwei จากกลุ่มทุน Sequoia Capital กล่าว

“ตราบใดที่พวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่ารถของพวกเขามีความน่าเชื่อถือและ ปลอดภัยมากเพียงพอ รัฐบาลก็จะค่อยๆ ยอมรับมัน เราใช้เงินลงทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการระยะยาว”

 

ยานอวกาศติดล้อ

 

 

ไจโรคาร์ของ Beijing Lingyun มีความยาวประมาณ 3 เมตร (10 ฟุต) และกว้าง 1 เมตร, มีที่นั่งที่เดียว, ไม่มีพวงมาลัยหรือคันเร่ง และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 100 กม. / ชม.

แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เป็นระยะทาง 100 ก.ม. และ Zhu มีไอเดียที่จะให้ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่และชาร์จไฟบ้านได้

รถสองล้อลักษณะนี้ จำเป็นต้องมีขาตั้ง (kickstand) แบบเดียวกับมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน เพื่อตั้งให้ตรงในขณะหยุดนิ่งหรือไม่ใช้งาน แต่เมื่อเริ่มออกตัวแล้ว ขาก็จะเด้งเก็บขึ้นโดยอัตโนมัติ

ตัวต้นแบบ 1703 สามารถขับเคลื่อนได้โดยอัตโนมัติตามแบบฉบับของรถยนต์ไร้คนขับ ในวิดีโอคลิปโปรโมตของบริษัท (ซึ่งเผยแพร่ไว้แล้วในเว็บไซต์) หญิงสาวคนขับทั้งแต่งหน้าแต่งตาและถ่ายเซลฟี่เล่นมือถือไปด้วยขณะรถกำลังขับเคลื่อนในลานจอด

ไม่มีทั้งพวงมาลัยและคันเร่ง (แต่มีเบรค) นั่นหมายถึงผู้ขับจะควบคุมรถคันนี้เหมือนกำลังเล่นเกมขับรถในคอมพิวเตอร์ – ใช้เมาส์ที่ติดตั้งอยู่ข้างประตูขวา และออกคำสั่งผ่านหน้าจอขนาด 24 นิ้ว

ไจโรสโคปที่เป็นตัวควมคุมสมดุลของรถไม่ให้หงายเก๋งพลิกคว่ำ ติดตั้งอยู่ใต้เบาะนั่ง ไฟสัญญาณทั้งหน้าและหลังรถใช้ไฟ LED

และเจ้าตัว 1703 ถูกออกแบบมาเพื่อสื่อถึงความ ‘ล้ำสมัย’ ที่สุดเท่าที่จะล้ำได้ ใช้สีขาวเป็นหลักทั้งนอกและในตัวถัง จนถึงเบาะนั่งที่ก็เป็นสีขาวเช่นกัน

ไม่แปลกที่บางคนจะคิดว่ามันคือ ‘ยานอวกาศติดล้อ’

 

จินตนาการที่กลายเป็นจริง

 

 

ในระหว่างการทดสอบวิ่ง รถคันนี้เงียบและมีความเสถียรสูง ทั้งยังว่องไวกว่ารถแบบดั้งเดิมเมื่อหักโค้ง

Zhu บอกว่าเขามีแผนจะสร้างรุ่นที่มีพวงมาลัยติดตั้ง เพื่อความสะดวกใจที่มากกว่าของลูกค้า (ซึ่งอาจไม่เชื่อมั่นนักในการควบคุมรถแบบเกมคอมพิวเตอร์) ซึ่งอาจจะเปิดตัวในโชว์รูมได้ก่อนด้วยซ้ำ โดยจะมีต้นทุนการผลิตที่ราว 16,000 ดอลลาร์ หากว่าบริษัทสามารถผลิตได้ประมาณ 5,000-10,000 คันต่อปี

แม้อาจยังต้องเผชิญอุปสรรคบางอย่าง เช่น ข้อกฎหมาย หรือ เรื่องของราคาขายที่อาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายนัก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์, ต้นทุนขั้นต่ำของ ไจโรคาร์ อยู่ที่ 16,000 ดอลลาร์ เทียบเท่ากับราคาขายซูเปอร์ไบค์อย่าง BMW S1000 ในสหรัฐฯ) แต่ Zhu ก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าบริษัทของเขาจะสามารถเข็นเจ้าไจโรคาร์ออกสู่ตลาดโลกได้จริง

“เรากำลังสร้างสิ่งที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไม่สามารถผลักดันออกสู่ตลาดได้มาเป็นเวลากว่า 100 ปี” เขากล่าว “ไจโรคาร์ แบกรับจินตนาการของผู้คนเกี่ยวกับการขนส่งในอนาคต”

 

AHEAD TAKEAWAY

ความจริงแล้ว ไจโรคาร์สองล้อ ถูกสร้างขึ้นใช้จริงตั้งแต่ยุคโบราณ ปี 1914 มาแล้วที่ลอนดอน กับ Schilovski Gyrocar ของ Dr. Pyotr Shilovsky

แต่ก็เป็นเพียงตัวต้นแบบ ไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อให้กลายเป็นรถในภาคอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับไจโรคาร์ของผู้ผลิตรายอื่นๆ รวมถึง Gyron ของ Ford ในปี 1961 ด้วย

อุปสรรคสำคัญ มีทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค, ราคาต้นทุน จนถึงแง่มุมทางกฎหมาย

ที่ประเทศจีน เวลานี้นับเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แต่อุปสรรคหลักในการดึงดูดมวลชนของ Beijing Lingyun ก็คือการตีความข้อกฎหมาย ว่าจะระบุให้มันเป็นรถยนต์หรือจักรยานยนต์

ในหลายประเทศอย่างอังกฤษ หรือไทย หากรถของคุณมีเพียง 2 ล้อแล้วล่ะก็ มันจะถูกตีความว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ทันที และสิ่งที่ตามมาก็คือการที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องตอบสนองกับกฎหมายที่ร่างไว้สำหรับมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ อาทิ แนวทางปฏิบัติ, อุปกรณ์ความปลอดภัย หรือค่าความจุเครื่องยนต์ (CC) อันเชื่อมโยงโดยตรงกับการสอบใบอนุญาตขับขี่ของหลายประเทศ

“คำถามสำคัญคือ พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ใช้งานตามท้องถนนสาธารณะอย่างสะดวกได้หรือเปล่า” Nannan Kou รองประธานอาวุโสของ Bloomberg New Energy Finance ในปักกิ่ง กล่าว “ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำให้รถประเภทนี้กลายเป็นของเล่นแบบพรีเมี่ยม แทนที่จะเป็นเครื่องมือการขนส่งที่มีประโยชน์”

นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของอรรถประโยชน์ แม้ Zhu Lingyun จะโฆษณาว่าให้ความสะดวกสบายและคล่องตัวสูง และคาดหวังจะให้วิ่งบนท้องถนนเมืองจีนได้ภายใน 2 ปี แต่การที่รถจำกัดผู้โดยสารแค่ ‘คนเดียว’ เท่านั้น ก็ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคเช่นกัน

ว่าการลงทุนเงินก้อนไม่ใช่เบาไปกับเจ้าไจโรคาร์ สู้ซื้อมอเตอร์ไซค์ดีๆ สักคันที่อย่างน้อยก็นั่งได้ 2 คน จะดีกว่าหรือเปล่า

Beijing Lingyun ต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งของการเป็น ‘ของเล่นคนรวย’ กับรถยนต์แห่งอนาคตที่สามารถใช้งานได้จริง ไปให้ได้

 

เรียบเรียงจาก
The Two-Wheeled Electric Car of the Future Is Being Tested in China

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน