ในหน้าประวัติศาสตร์การบิน Kitty Hawk คือเมืองที่ตั้งของเนินเขา Kill Devil Hills สถานที่ซึ่ง Orville และ Wilber สองพี่น้องตระกูล Wright ได้รับการบันทึกในฐานะมนุษย์คู่แรกที่ “บินได้” และปัจจุบัน ชื่อนี้ก็ถูกนำมาใช้โดยสตาร์ทอัพจากซิลิคอน วัลลีย์ ที่พยายามจะเขียนบันทึกหน้าใหม่ของอากาศยาน ด้วยเครื่องบินส่วนตัวขนาดเล็กที่ชื่อ The Flyer

 

จากรถไร้คนขับสู่เครื่องบินส่วนตัว

 

Sebastian Thrun CEO ของ Kitty Hawk

 

เอ่ยชื่อ CEO ของ Kitty Hawk Corporation แล้ว หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี

เพราะ Sebastian Thrun คือผู้ก่อตั้ง Google X และ Stanley โปรเจกต์รถยนต์ไร้คนขับของ Google ที่พัฒนาต่อมาเป็น Waymo ในปัจจุบันนั่นเอง

นอกจาก Thrun ซึ่งได้รับการยกย่องจาก Fast Company ให้ติดท็อป 5 ของผู้มีไอเดียสร้างสรรค์ที่สุดในโลกธุรกิจ (most creative person in the business world) แล้ว ทีมพัฒนาของ Kitty Hawk Corporation ยังปรากฎชื่อของ Todd Reichert ผู้ก่อตั้ง Aerovelo สตาร์ทอัพผู้สร้างจักรยานที่เร็วที่สุดในโลกจากการบันทึกโดย Guinness Book World Record ในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนา

และที่สำคัญ Kitty Hawk ยังได้รับทุนสนับสนุนราว 100 ล้านดอลลาร์ จาก Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google และ CEO คนปัจจุบันของ Alphabet อีกด้วย

“เมื่อคุณลองมองภาพรวมของการคมนาคม ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางบนพื้น ซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย…แต่ถ้าคุณบิน คุณจะเป็นอิสระทันที และถ้าคุณบินได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยพาหนะที่ราคาถูกกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า จะเป็นยังไง” Thrun อธิบาย

 

มอเตอร์ไซค์? โดรน? เครื่องบินเล็ก?

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2017 Kitty Hawk ทำการทดสอบตัวโปรโตไทป์ของ The Flyer พร้อมเผยแพร่ภาพนิ่งและวิดีโอ สู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก

รุ่นต้นแบบนั้น ควบคุมด้วยแฮนเดิลบาร์คล้ายจักรยานเสือหมอบ ใช้มอเตอร์ใบพัด 8 ตัว และไม่มีค็อกพิต หนัก 220 ปอนด์ (ราว 99.7 กก.) โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเครื่องบินเบาพิเศษ (Ultralight Aircraft) โดย สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (FAA) เท่ากับว่าสามารถขึ้นบินได้โดยไม่ต้องใช้ใบอนุญาตนักบิน

Cimeron Morrissey หนึ่งในนักเขียนฟรีแลนซ์ที่มีโอกาสทดสอบ ให้ความเห็นว่ารูปแบบการขับขี่คล้ายกับมอเตอร์ไซค์มากกว่าการขับรถ

“คุณต้องนั่งคร่อมและโน้มตัวไปข้างหน้าเหมือนขี่มอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน และบังคับเหมือนกับเวลาคุณเล่นวิดีโอเกม”

 

ใครๆก็บินได้

 

 

จากมอเตอร์ไซค์บินได้ในปี 2017 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา The Flyer รุ่นล่าสุด ก็ถูกนำมาทดสอบอีกครั้ง โดยคราวนี้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน รวมถึงบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายได้มีโอกาสทดลองขับด้วย

The Flyer เวอร์ชั่น 2018 นั้นมีหน้าตาต่างไปจากตัวเดิมพอสมควร คือมีลักษณะของเครื่องบินมากขึ้น ห้องโดยสารมีลักษณะคล้ายค็อกพิตรถฟอร์มูล่าวัน และมาพร้อมกับคุณสมบัติคร่าวๆ คือ

  • สามารถออกตัวและลงจอดได้ในแนวตั้งเหมือนโดรน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใบพัดแบบ self-stabilized 10 ตัว ทำให้สามารถบินได้อย่างราบรื่น
  • ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ลิเธียม โพลิเมอร์ บินได้ราว 20 นาที  มีเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อย เทียบกับเท่ากับเครื่องตัดหญ้าที่อยู่ไกลออกไปราว 50 ฟุต หรือการตะโกนคุยกันจากระยะ 250 ฟุต
  • บริเวณใต้ท้องเครื่องเป็นทุ่นลอย เพื่อให้สามารถขึ้นบินและลงจอดบนผิวน้ำได้
  • บินได้สูงจากฟื้น 10 ฟุต ทำความเร็วได้ราว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง (32 กม./ชม.) แต่ Thrun มั่นใจว่าในอนาคต  จะทำความเร็วได้สูงสุดถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง

และที่สำคัญที่สุด คือออกแบบให้ควบคุมได้ง่ายกว่าเดิม ด้วยใช้จอยสติ๊กสองข้าง ต่อให้ไม่เคยขับ ก็ใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมงในการเรียนรู้

 

 

และที่สำคัญที่สุด คือทาง Kitty Hawk มั่นใจถึงขนาดเปิดให้พรีออร์เดอร์แล้ว ที่ https://flyer.aero/purchase/

 

AHEAD TAKEAWAY

Thrun นั้น จัดเป็นผู้ที่มีบทบาทไม่น้อยสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึงอย่าง รถยนต์ไร้คนขับ (driverless car)

การที่เจ้าตัวผันมาบริหาร Kitty Hawk เพื่อผลักดันการคมนาคมด้วยการบิน จึงเป็นประเด็นที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

เพราะเมื่อเร็วๆนี้ เจ้าตัวก็เคยให้สัมภาษณ์ในเชิงที่ว่าอีกห้าปีข้างหน้า แท็กซี่บินได้จะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว

ซึ่งดูจากแนวโน้มแล้วก็คงเกิดขึ้นแน่ เพราะบิ๊กเนมในสาย ride-sharing อย่าง Uber ก็ยังต้องปรับตัวกับเรื่องนี้เช่นกัน ยังไม่นับสตาร์ทอัพจากจีนหลายๆรายที่ทยอยเปิดตัวรถบินรุ่นต้นแบบกันไปบ้างแล้ว

ในกรณีของ The Flyer อาจจะยังไม่เห็นภาพชัดนัก แม้จะไม่ต้องมีใบอนุญาตในการบินพื่อขึ้นขับ รวมถึงไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่การอยู่ในหมวดนี้ ทำให้ถูกวางไว้เพื่อการสันทนาการเป็นหลัก ไม่สามารถบินผ่านชุมชนหรือเมืองที่มีคนอาศัยอยู่ได้ เช่นเดียวกับการถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 63 ไมล์/ชม.

อีกโปรเจกต์ของ Kitty Hawk ที่น่าจะถูกใช้งานในวงกว้างได้มากกว่า ก็คือ The Cora ซึ่งเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2010 โดยความร่วมมือกับรัฐบาลนิวซีแลนด์

The Cora มีลักษณะบางอย่างใกล้เคียงกับ The Flyer โดยเฉพาะการขึ้นบินในแนวตั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้รันเวย์ ซึ่งน่าจะเหมาะกับการใช้ในตัวเมือง ซึ่งมาพร้อมกับระบบไร้คนขับ แต่ก็สามารถเปลี่ยนโหมดเป็นแมนวลได้ในกรณีจำเป็น

หลังจากปฏิวัติวงการรถยนต์มาแล้วด้วย Stanley และ Waymo

Thrun และ Kitty Hawk น่าจะบอกเรากลายๆล่วงหน้าแล้วว่าอนาคตของคมนาคมไม่ได้อยู่ที่พื้นดินอีกต่อไป

แต่อยู่บนฟ้าแทน

 

เรียบเรียงจาก

Kitty Hawk Official Website

A new version of the ‘flying car’ backed by Google cofounder Larry Page is here

The flying car backed by Google’s cofounder just got a big update, and people can pilot it with less than an hour’s training

Kitty Hawk Flyer is your single-seat, all-electric flying machine

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน