Amazon บรรลุข้อตกลง คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ผ่านทางบริการ Amazon Prime Video เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ฤดูกาลละ 20 นัด เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีผู้ให้บริการไลฟ์สตรีมมิ่งได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดในสหราชอาณาจักรด้วย

ที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซได้เริ่มขยับตัวเข้าสู่บริการไลฟ์สตรีมมิ่งการแข่งขันกีฬาบ้างแล้ว นอกเหนือจาก video-on-demand โดยเมื่อฤดูกาล 2017-2018 ทางบริษัทได้จับมือกับ NFL เพื่อถ่ายทอดสด “Thursday Night Football” จำนวน 10 เกม คิดเป็นมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันรายการอื่นๆ อาทิ เทนนิสวิมเบิลดัน และยูเอสโอเพ่นอีกด้วย

สำหรับดีลล่าสุดนี้ เป็นแพ็คเกจระดับล่าง (Package F) พร้อมสิทธิ์แพร่ภาพแมตช์แข่งขันเพียง 2 สัปดาห์ คือช่วงวันหยุด Bank Holiday จำนวน 10 นัด และเทศกาล Boxing Day 26 ธ.ค. จำนวน 10 นัด แต่จะได้แพร่ภาพไฮไลท์การแข่งขันทุกแมตช์ตลอดฤดูกาล

ซึ่งทั้งหมดนี้ สมาชิก Prime ในสหราชอาณาจักร จะสามารถรับชมได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก ค่าบริการเดิมปีละ 79 ปอนด์ (ราว 3,400 บาท) หรือเดือนละ 7.99 ปอนด์

ในรายงานไม่มีการระบุมูลค่าของดีลนี้ แต่ทางสำน้กข่าว BBC ระบุว่าแพ็คเกจลักษณะเดียวกัน ซึ่งสถานี BT ซื้อไปนั้น มีมูลค่าอยู่ที่ 90 ล้านปอนด์ หรือราว 121 ล้านดอลลาร์

Richard Scudamore ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า “เรายินดีต้อนรับพวกเขาในฐานะพาร์ทเนอร์รายใหม่ที่น่าตื่นเต้น และเรารู้ว่า Prime Video จะให้บริการที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้แฟนๆ สามารถรับชมพรีเมียร์ลีกได้”

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะถือเป็นดีลสำหรับแพ็คเกจขนาดเล็กสุดที่มีการถ่ายทอดสดเพียง 20 นัดในช่วงเทศกาล

แต่ในแง่หนึ่ง นี่คือการชิมลางของ Amazon Prime ที่จะขยับจากบริการ video on demand มาสู่การแพร่ภาพคอนเทนท์แบบไลฟ์สตรีมมิ่งมากขึ้นในอนาคต

Richard Conway ผู้สื่อข่าวกีฬาของ BBC กล่าวว่า “แพ็คเกจลิขสิทธิ์ 2 ตัวล่างสุด ถูกสร้างมาเพื่อดึงดูดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ เช่น Netflix, Apple, Facebook หรือ Google เนื่องจากการสตรีมมิ่งออนไลน์ยังคงเพิ่มความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาเดียวคือบริษัทส่วนใหญ่เหล่านั้นล้มเหลวที่จะคว้าโอกาสนี้ แต่ตอนนี้ สิทธิ์เป็นของ Amazon แล้ว”

เพราะมีสถิติบ่งชี้ให้เห็นแล้วว่าจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทางสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เริ่มหันมาเสพคอนเทนท์แบบไลฟ์ด้วยอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลในปี 2017 ระบุว่าปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตโดยบัญชีวิดีโอสตรีมมิ่งต่างๆนั้น สูงถึงราว 2 ใน 3 ของการใช้งานทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 82% ภายในปี 2020

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ 45% ของผู้ชมไลฟ์วิดีโอเหล่านั้น “พร้อม” ที่จะจ่ายเงินสำหรับคอนเทนท์แบบเอ็กซ์คลูซีฟหรือออนดีมานด์วิดีโอ ของทีมกีฬาที่โปรดปราน ศิลปินที่ชื่นชอบ ฯลฯ

นั่นหมายถึงธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่รออยู่ในอนาคต

แม้ที่ผ่านมา การถ่ายทอดสดฟุตบอลในสหราชอาณาจักรจะยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ในเรื่องความอนุรักษ์นิยมหลายๆอย่าง

อาทิ ฟุตบอลวันเสาร์ คู่ 15.00 น. หรือ 21.00 น. ในบ้านเรา จะไม่มีการถ่ายทอดสด เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนออกจากบ้านไปชมเกมที่สนาม

แต่เมื่อเทคโนโลยีหมุนเร็วให้โลกเปลี่ยนไป บางที ดินแดนต้นกำเนิดของฟุตบอลก็อาจต้องปรับตัวตามเช่นกัน

 

เรียบเรียงจาก
Amazon just made history by buying rights to show live Premier League games
Premier League TV rights: Amazon to show 20 matches a season from 2019-2022

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน