Apple อาจสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทแรกในโลก ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1,000,000 ล้านดอลลาร์ (หนึ่ง-ล้าน-ล้าน ดอลลาร์) หลังราคาหุ้นของบริษัทในปัจจุบัน มีมูลค่ารวม อยู่ที่ 950,000 ล้านดอลลาร์ ด้านนักวิเคราะห์คาด อาจเกิดขึ้นในไม่กี่วันหรือภายในสัปดาห์หน้าด้วย

ปัจจุบัน ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของ Apple หลังปิดการซื้อขายเมื่อเย็นวันศุกร์ อยู่ที่ 191.70 ดอลลาร์ต่อหนึ่งหน่วย ส่งผลให้มูลค่ารวม ขาดอีก 50,000 ล้านดอลลาร์ ก็จะได้รับการบันทึกว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าถึงหลักล้านล้านดอลลาร์ (trillion) รายแรกในโลก

และเมื่อมีการย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลในรอบปีที่ผ่านมา จะพบว่าราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิต iPhone เพิ่มขึ้นถึง 32 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลจากยอดขายสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ของบริษัท ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 14.4% นับเป็นมูลค่าถึง 38,000 ล้านดอลลาร์ทีเดียว ขณะที่ดีไวซ์อื่นๆอย่าง iPad, AppleWatch ไปจนถึงเครื่อง Macintosh ต่างก็มียอดขายที่ดีขึ้นในไตรมาสล่าสุดเช่นกัน

ขณะเดียวกัน พวกเขายังได้แรงส่งจากการเข้าลงทุนถือหุ้นครั้งใหญ่โดย Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ที่กว้านซื้อไป 250 ล้านหน่วย

สำหรับท็อปไฟฟ์มูลค่าบริษัทของสหรัฐในปัจจุบัน มีดังนี้ โดย Microsoft ซึ่งมีการขยับตัวขึ้นจากเดิมถึง  46% ก็มีมูลค่าเท่ากับ Alphabet ในอันดับ 3 แล้ว ส่วน Amazon คือรายที่มีโอกาสไล่ตามอันดับหนึ่งได้ทัน หลังเติบโตขึ้นถึง 75% ในปีที่ผ่านมา และมีมูลค่าอยู่ที่ 819,000 ล้านดอลลาร์

  1. Apple 950,000 ล้านดอลลาร์
  2. Amazon 819,000 ล้านดอลลาร์
  3. Alphabet 780,000 ล้านดอลลาร์
  4. Microsoft 780,000 ล้านดอลลาร์
  5. Facebook 545,000 ล้านดอลลาร์

George Salmon นักวิเคราะห์จาก Hargreaves Lansdown กล่าวว่า การขึ้นถึงหลักนั้นเหลือคำถามเพียงว่า ‘เมื่อไหร่’ เท่านั้น

“แม้ว่า Facebook, Google และ Amazon จะดึงดูดความสนใจผู้คนให้จับจ้องตัวเลขราคาหุ้นของพวกเขาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายถึงบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกากำลังมีบทบาทมากในตลาดหุ้นทั่วโลก”

“อย่างไรก็ตาม มันคือ Apple หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่และเก่าแก่ ที่อยู่ในตำแหน่งโพลสำหรับการก้าวข้ามกำแพง 1 ล้านล้านดอลลาร์”

 

AHEAD TAKEAWAY

ความแรงของ Amazon ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จน Jeff Bezos กลายเป็นคนรวยที่สุดในโลกแทนที่ของ Bill Gates ทำให้มีการประเมินว่ายักษ์ใหญ่แห่งอีคอมเมิร์ซ จะกลายเป็นบริษัทแรกที่พุ่งขึ้นสู่หลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีประเด็นสำคัญจากการควบรวม Whole Foods และการเน้นทำตลาดกับ Amazon Prime จนถึงการเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยี AI อย่างแข็งขัน

อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมในปัจจุบัน จะเห็นว่าค่ายผลไม้ยังคงยึดบัลลังก์ผู้นำมูลค่าบริษัทได้อยู่ ด้วยเหตุผลหลายๆประการ ที่มากกว่าแค่ การเป็น “ผู้ผลิต iPhone”

นับแต่หมดยุคของ Steve Jobs ภาพลักษณ์ของบริษัท มักถูกมองแบบง่ายๆ ว่าพึ่งพาเฉพาะยอดขายของอุปกรณ์เรือธงอย่าง iPhone เป็นหลัก

แต่ในความเป็นจริง แม้ iPhone จะยังเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของบริษัท แต่ก็ไม่อาจถือว่าเป็นทุกอย่างสำหรับค่ายผลไม้แห่งนี้

ในสามเดือนแรกของปี 2018 iPhone ทุกรุ่นขายรวมกันได้ทั้งสิ้น 52.5 ล้านเครื่อง

แต่ธุรกิจอื่นๆของบริษัทก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างสินค้าในกลุ่ม Wearables (AppleWatch, AirPods และ Beats) ก็เติบโตขึ้นกว่า 50% ในปีที่ผ่านมา จนมีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านดอลลาร์

ส่งผลให้ พวกเขาเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มนี้ชนิดที่คู่แข่งรายอื่นๆเทียบไม่ติดเลยก็ว่าได้ (อันดับ 2 อย่าง Fitbit มีรายได้ในปีที่ผ่านมา เพียง 1,400 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 1 ใน 5 เท่านั้น)

และอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือกลุ่มบริการต่างๆ อาทิ App Store, AppleMusic, iCloud และ ApplePay

ปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการประเภทชำระค่าสมาชิกทั่วโลก อยู่ในมือทั้งสิ้น 270 ล้านคน ซึ่งเชื่อมโยงกับดีไวซ์ต่างๆของบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ และทำรายได้ให้กับบริษัทไม่ต่ำกว่า 9,200 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนลงทุนในฐานะ VC กับธุรกิจอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศอีกมากมาย อาทิ Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถอันดับหนึ่งของจีน Flyby Media, Learnsprout และหุ้นในสตาร์ทอัพอื่นๆอีกมากมาย ประเมินมูลค่าว่าอาจสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ จึงไม่น่าแปลก ถ้ามูลค่าของ Apple จะแตะหลักล้านล้านดอลลาร์ในที่สุด

คำถามจึงไม่ใช่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ แต่เป็นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง

 

Apple is close to becoming first the US company worth $1 trillion
AAPL leads race to become world’s first $1tn company

AAPL proved that it is no longer just an iPhone company

Apple’s latest billion-dollar business: Venture capital?

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน