ในบรรดาองค์กรด้านเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก Google คือหนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทในชีวิตของเรามากมาย ไล่ตั้งแต่ เว็บเสิร์ชเอ็นจิน, YouTube, Google Maps, ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และอื่นๆอีกมากมาย

จุดกำเนิดของทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปในปี 1995 เมื่อ ผู้ก่อตั้ง Google ทั้งสองคน คือ Sergey Brin และ Larry Page เจอกันเป็นครั้งแรก ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และช่วยกันต่อยอดโปรเจกต์ Backrub หัวข้อทำวิทยานิพนธ์เรื่อง World Wide Web ของ Page จนกลายเป็นเสิร์ชเอ็นจิน ที่ทำงานได้ดีกว่าเจ้าอื่นๆที่มีอยู่ในเวลานั้น อย่าง Alta Vista หรือ Excite ด้วย อัลกอริทึมที่มีระบบการให้คะแนน (PageRank) ที่ทำให้การค้นหาแม่นยำกับประเด็นที่ผู้ใช้งานต้องการจริงๆ

 

Larry Page (ซ้าย) และ Sergey Brin สอง ผู้ก่อตั้ง Google

 

จนเมื่อ Google เวอร์ชั่นแรก ถูกปล่อยสู่สาธารณชน ในเดือนสิงหาคม 1996 หรือ 1 ปี หลังจาก Brin และ Page เจอกันเป็นครั้งแรก มันก็มีส่วนพลิกโฉมโลกของอินเทอร์เน็ตไปตลอดกาล

ตัว Page นั้น ขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เล็ก เพราะพ่อและแม่ต่างก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีพื้นทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และในการเรียนระดับปริญญาเอก ที่สแตนฟอร์ด เจ้าตัวก็เลือกสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ต่อ จนได้พบกับ Brin นั่นเอง

เราจะไปดูกันว่าหนังสือ 6 เล่มที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจของอัจฉริยะ อย่าง Brin มีเล่มไหนบ้าง

 

“My Inventions: The Autobiography of Nikola Tesla”

โดย Nikola Tesla

 

Tesla เป็นที่รู้จักของผู้คนน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งประดิษฐ์ที่เขาเป็นคนคิดค้น ไม่ว่าจะเป็นกฎของสนามแม่เหล็ก ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า

เล่มนี้คือหนังสืออัตชีวประวัติที่เจ้าตัวเป็นคนเขียนเองกับมือ และตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1919 ภายในบอกเล่าทั้งเรื่องราวการค้นพบสิ่งต่างๆที่น่าทึ่ง รวมถึงปัญหาด้านจิตใจที่เจ้าตัวต้องทนทุกข์ทรมานตลอดทั้งชีวิต

“ตอนอายุ 12 ผมตัดสินใจว่าอยากเป็นนักประดิษฐ์ จากนั้น ก็มีคนมอบหนังสือเล่มนี้ให้ พออ่านจบ ผมถึงกับร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าชีวิตเขาเต็มไปด้วยความล้มเหลว หาทุนวิจัยไม่ได้ แม้แต่สิ่งประดิษฐ์ที่เขาเป็นคนคิดค้นขึ้นมา คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือเขา เพราะเขาไม่ถนัดทำการตลาด หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมไม่อยากเป็นเหมือนเขา ผมจึงตัดสินใจที่จะเรียนรู้ทั้งเรื่องธุรกิจ วิศวกรรม รวมถึงวิทยาศาสตร์” Page กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่เขาได้รับจาก Tesla ผ่านหนังสือเล่มนี้

 

“Surely You’re Joking, Mr. Feynman! (Adventures of a Curious Character)”

โดย Richard P. Feynman

 

 

Richard P. Feynman คือนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ผู้ให้กำเนิดวิชากลศาสตร์ควอนตัม เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 1965 ร่วมกับ Julian Schwinger และ Sin Itiro Tomonaga

นอกจากผลงานวิจัยแล้ว Feynman ยังมีงานเขียน เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านฟิสิกส์สู่วงกว้าง ด้วยการแทรกอารมณ์ขัน และเรื่องราวความเป็นปุถุชนของนักฟิสิกส์ไว้หลายเล่ม

“Surely You’re Joking, Mr. Feynman!” เล่าเรื่องส่วนตัวของการเป็นนักฟิสิกส์แบบที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิด เช่น การถูกปลุกขึ้นมาตอนตี 4 เพื่อรับฟังข่าวว่าเขาได้รับรางวัลโนเบล หรืองานอดิเรกอย่างการเล่นกลองบองโก

ขณะเดียวกัน ก็สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับฟิสิกส์แบบที่คนทั่วไป “จับต้องได้” อย่างทฤษฎีพลวัตไฟฟ้าเชิงควอนตัม หรือความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับก๊าซฮีเลียม

นอกจาก Page แล้ว Sergey Brin อีกหนึ่ง ผู้ก่อตั้ง Google ก็เป็นแฟนหนังสือของ Feynman เช่นกัน

 

“What Do You Care What Other People Think?”

โดย Richard P. Feynman

 

 

ภาคต่อของ “Surely You’re Joking,..” ที่บอกเล่าชีวิตส่วนตัวของ Feynman หลังได้รับรางวัลโนเบล

ผสมผสานทั้งอารมณ์ขันของชีวิตการทำงานใน NASA และการค้นหาสาเหตุที่ทำให้กระสวยอวกาศ Challenger ระเบิดกลางอากาศจนนักบินเสียชีวิตทั้งลำ จนเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก

 

“QED: The Strange Theory of Light and Matter”

โดย Richard P. Feynman

 

 

ในช่วงรอยต่อจาก Albert Einstein ก่อนถึงยุคของ Stephen Hawking นั้น Feynman คือนักฟิสิกส์ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดก็ว่าได้ ทั้งบทบาทสำคัญในโครงการ Manhattan ที่สร้างระเบิดปรมาณูเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สอง และแผนฐาน Feynman diagram ที่ช่วยให้เข้าใจ และคำนวณเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดในปฏิกิริยาระหว่างอนุภาคมูลฐานได้

และก่อนจะมี TED Talk ที่ให้ความรู้กับผู้คนแบบเข้าถึงได้ง่ายอย่างในปัจจุบัน หนังสือของ Feynman คือหนึ่งในตำราทางเลือก ที่จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจทฤษฎีฟิสิกส์ที่เข้าใจยากได้โดยไม่ต้องรู้จักศัพท์เทคนิคทุกคำ

 

“Pleasure of Finding Things Out”

โดย Richard P. Feynman

 

 

ตำรานอกระบบอีกเล่ม จาก Feynman ซึ่งยังคงคอนเซปต์จากเล่มก่อนๆ คืออธิบายเรื่องราวในเชิงฟิสิกส์ที่ดูเหมือนจะซับซ้อน และจับต้องไม่ได้ ให้เข้าใจง่าย เหมือนกำลังนั่งคุยกัน

ความพิเศษของเล่มนี้ คือการแบ่งเป็นบทสั้นๆ เพื่อให้ง่ายแก่การเลือกอ่าน ทั้งที่เป็นบทสัมภาษณ์ การบันทึกสิ่งที่เจ้าตัวเลคเชอร์ในห้องเรียน ฯลฯ

 

“Snow Crash”

โดย Neal Stephenson

 

 

นวนิยายแนวไซไฟ ที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Time ให้ติดหนึ่งในลิสต์ 100 นิยายภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด

ด้วยการผสมผสานตำนานของชาวสุเมเรียน แนวคิดเรื่องเทคโนโลยี VR การวิพากษ์การเมืองในโลกอนาคต และความตื่นเต้นเร้าใจ ในสไตล์ Tom Clancy เข้าด้วยกัน

ทั้งหมดนี้ถูกเขียนขึ้นในปี 2000 ก่อนที่เทคโนโลยีคลาวด์ จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

Snow Crash ยังเป็นหนังสืออีกเล่ม ที่ Page และ Brin ชื่นชอบเหมือนกันอีกด้วย

 

AHEAD FACTS

  • ชื่อ Google แผลงมาจากคำว่า googol แปลว่า เลขหนึ่ง ตามด้วย ศูนย์ 100 ตัว ซึ่งบริษัทมักจะใส่ลูกเล่น ooooooo ไว้ในโลโก้ของบริษัทในหลายๆโอกาส เ่ช่น Gooooooooooooooooogle
  • ในปี 1998 Page และ Brin เคยพยายามขายอัลกอริทึม PageRank ให้กับ Yahoo! ในราคา 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อจะได้กลับไปทุ่มเทกับการเรียน แต่ Yahoo! ปฏิเสธ
  • ในปี 2002 Yahoo! ยังมีโอกาสซื้อกิจการของ Google อีกรอบ แต่ดีลนี้ก็ล้มอีกครั้ง เพราะ Terry Semel CEO ของ Yahoo! มองว่ามูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ที่ Google เรียกร้องมาสูงเกินไป
  • Alexa Internet บริษัทให้บริการข้อมูลเรื่องแทรฟฟิคอินเทอร์เน็ต ระบุว่า google.com คือเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าใช้งานมากที่สุดในโลก
  • ส่วน Yahoo! ประสบปัญหา จนต้องขายกิจการให้ Verizon ในปี 2017 ด้วยมูลค่า 4,480 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2017

ทุกวันนี้ Google (หรือ Alphabet) นั้น เติบโตไปไกลกว่าการเป็นแค่เสิร์ชเอ็นจินแล้ว หนึ่งในเทคโนโลยีที่ทางบริษัทกำลังพัฒนา และเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถสนทนากับเราได้เหมือนคนจริงๆ ตามคลิปนี้

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments