Warren Buffett คือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับสามของโลกในปัจจุบัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 84,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเริ่มต้นลงทุน ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

แน่นอนว่าความสำเร็จระดับนี้เป็นเรื่องยากที่จะเลียนแบบ แต่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถเดินรอยตามเรื่องดีๆที่เจ้าตัวทำไว้ได้

และนี่คือข้อคิด 6 เรื่องที่เก็บตกจากการปาฐกถาของเจ้าตัวตามที่ต่างๆ ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ทั้งในหน้าที่การงานและชีวิตประจำวัน

 

#6

ลด ละ เลิก พฤติกรรมไม่ดี

 

 

ลึกๆข้างใน แทบทุกคนรู้ตัวอยู่แล้ว ว่ามีข้อเสียอะไรที่ทำให้เราไปไม่สุดทางซักที คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเอาชนะด้านมืดของตัวเองให้ได้ ก็คือ “ผมเห็นคนที่มีรูปแบบพฤติกรรมที่ส่งผลเสียกับตัวเองอยู่เต็มไปหมด ที่จริง ชีวิตพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากทำตัวของเขาเองนั่นแหละ”

ทางออกที่กูรูนักลงทุนเคยบอกไว้ระหว่างปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา ก็คือ “คุณต้องลด ละ เลิก พฤติกรรมพวกนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเรื่องพวกนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากความเคยชินมากกว่า การไม่ใส่ใจจะปรับปรุงจนเคยตัว มันจะกลายเป็นปัญหาย้อนหลังเมื่อมันกลายเป็นนิสัยไปแล้ว”

 

#5

อย่าเสี่ยงกับเรื่องไม่จำเป็น

 

 

เวลาได้รับคำแนะนำให้ออกจาก comfort zone หลายคนมักไม่เข้าใจ และแยกไม่ออก ว่าเรื่องไหนควรเสี่ยง เรื่องไหนไม่ควรเสี่ยง หรือควรเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ หรือเรื่องส่วนตัว

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ คำแนะนำก็คือ “ถ้าคุณต้องเสี่ยงในเรื่องที่สำคัญหรือจำเป็นกับชีวิตคุณจริงๆ ก็จงลงมือทำ แต่ถ้ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น มันก็ไม่คู่ควรที่จะเสี่ยง ผมไม่สนหรอกว่าอัตราความเสี่ยงจะอยู่ที่ 99 ต่อ 1 หรือ 1,000 ต่อ 1 ถ้ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ก็ไม่ต้องไปเสี่ยง”

 

#4

หาแม่แบบใกล้ตัว (และพัฒนาตัวเองตาม)

 

 

ในการปาฐกถาครั้งหนึ่ง เขาแนะให้เด็กๆลองนึกชื่อเพื่อนร่วมห้องหนึ่งคน ที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต และเราพร้อมจะมีรายได้เพียงแค่หนึ่งในสิบของคนๆนั้นไปตลอดชีวิต

“คุณอาจจะต้องเลือกคนที่คุณเข้ากับเขาได้ดีที่สุด คนที่มีคุณสมบัติของผู้นำในตัว คนที่สามารถปลุกเร้าให้คนอื่นๆทำตามความสนใจของเขาได้ หรืออาจจะเป็นคนที่จริงใจ ตรงไปตรงมา และให้เครดิตกับทุกคนที่เป็นเจ้าของไอเดีย”

ขณะที่ Buffett นั้น เขามี Benjamin Graham เป็นไอดอล จึงพยายามหาโอกาสไปทำงานด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธหลายครั้ง เพราะ Graham ต้องการทำงานกับคนเชื้อสายยิวเท่านั้น แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมใจอ่อน เพราะความตั้งใจจริงของ Warren ในวัยหนุ่ม

 

#3

พัฒนาจุดเด่นในตัวคุณถึงขีดสุด

 

 

Buffett กล่าวบนเวที ต่อหน้านักศึกษา ม.จอร์เจีย สเตท ว่าการต่อยอดศักยภาพและความรู้ของเดิมที่มีติดตัวออกไป เป็นเรื่องสำคัญกว่าการพยายามฉีกตัวออกไปในเรื่องอื่นๆที่คุณอาจไม่คุ้นเคย

“Tom Watson Sr. ผู้ก่อตั้ง IBM เขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติตัวเองว่า ในเมื่อเขาไม่ใช่อัจฉริยะ แต่เขามีความถนัดบางอย่างอยู่ เขาก็จะพัฒนาตัวเองต่อเนื่องไปบนความถนัดเหล่านั้น นั่นแหละคือกุญแจสำคัญ ฉะนั้น ถ้าคุณรู้อะไรบางอย่าง และขัดเกลามันจนได้ดี เท่านั้นก็ถือว่าโอเคแล้ว”

 

#2

ทำในสิ่งที่คุณรัก

 

 

อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเคยได้ยินกันมาจนชินแล้ว แต่ Buffett ก็ยืนยันว่า “แพสชั่น” คือองค์ประกอบสำคัญสำหรับความสำเร็จในหน้าที่การงานของคุณ

“ในโลกของธุรกิจ คนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ส่วนใหญ่ก็ทำในสิ่งที่ตัวเองรักทั้งนั้น ขณะที่คนจำนวนมากไปให้ค่ากับค่าตอบแทนสูงๆหรือความมั่นคงในหน้าที่การงานเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ลึกๆแล้ว คุณเองก็อยากจะหันหลังให้กับงานพวกนั้น เพื่อไปทำอย่างอื่น – สิ่งที่พวกคุณชื่นชอบจริงๆ”

 

#1

เลือกอยู่ท่ามกลางคนที่เก่งกว่า

 

 

ในการประชุมประจำปีของ Berkshire Hathaway เมื่อปี 2004 เจ้าตัวได้เจอกับเด็กวัย 14 ปีจากแคลิฟอร์เนียรายหนึ่ง พร้อมกับมอบเคล็ดลับความสำเร็จให้เด็กคนนั้นได้เรียนรู้

“การไปไหนมาไหนกับคนที่เก่งกว่าคุณมันดีกว่าแน่นอน ลองมองหาคนที่เก่งกว่า แล้วเธอจะถูกชักจูงไปทางนั้นเอง”

เพราะเมื่อคุณอยู่ใกล้คนเก่ง โอกาสที่คุณจะได้ซึมซับข้อดี และบุคลิกบางอย่างในตัวคนเหล่านั้นก็มีมากขึ้น และสิ่งเหล่านั้น จะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองได้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะในฐานะผู้นำ คนงาน นักลงทุน หรือแม้แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

 

AHEAD FACTS

  • เขาให้สัมภาษณ์ในสารคดีว่า ขอเงินภรรยามาใช้ วันละไม่เกิน 3.17 ดอลลาร์ หรือราวๆ 105 บาทเท่านั้น ซึ่งหมดไปกับการทานมื้อเช้าที่ McDonald’s
  • แรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากรวย คือการที่พ่อพาเขาไปนั่งทานอาหารเที่ยงกับนายหน้าค้าหุ้นรายหนึ่ง และเห็นอีกฝ่ายสามารถสั่งใบยาที่ต้องการมาพันซิการ์ได้ตามต้องการ เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เจ้าหนู Warren ที่มีอายุเพียง 10 ขวบ รู้ว่าหากมีเงิน คุณก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามต้องการ และเริ่มซื้อหุ้นทันทีในปีถัดมา
  • ตอนเป็นวัยรุ่น เขามีรายได้เดือนละ 175 ดอลลาร์ (ซึ่งมากกว่าพ่อ และครูที่สอนเขาในโรงเรียน)
  • เขาแทบไม่สนใจเทคโนโลยี เขาใช้ฟีเจอร์โฟนเป็นหลัก ไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานส่วนตัว และเคยส่งอีเมลเพียงครั้งเดียวในชีวิต (ถึง Jeff Raikes ประธานฝ่ายธุรกิจของ Microsoft)
  • เขาให้สัมภาษณ์ว่า เขาใช้เวลา 80% ของแต่ละวันไปกับการอ่านหนังสือ
  • ทรัพย์สิน 99% ที่เจ้าตัวถือครองอยู่ ได้มาหลังอายุ 50 และมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของเจ้าตัว สูงกว่าค่า GDP ของประเทศอุรุกวัย ในปี 2017
  • ในปี 2013 บริษัท Berkshire Hathaway เคยทำเงินได้ถึง 37 ล้านดอลลาร์ “ต่อวัน” แต่ Buffett มีรายได้ต่อปี แค่ 100,000 ดอลลาร์ และแทบไม่ได้ใช้เงินในแต่ละวัน

 

เรียบเรียงจาก

6 Common Sense Things You Must Do to Be Happy and Successful

24 mind-blowing facts about Warren Buffett and his $84.7 billion fortune

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน