ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว OpenAI บริษัทวิจัยโดยไม่หวังผลกำไร ซึ่งร่วมก่อตั้งขึ้นโดย Elon Musk (Tesla/SpaceX) และ Sam Altman CEO ของ Y Combinator สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ กลางงาน The International (TI 2017) การแข่งขัน Dota2 ที่ใหญ่ที่สุดประจำปี

 

ตัวต่อตัว มืออาชีพยังแพ้


ด้วยการส่งบอทที่พัฒนาขึ้น เพื่อประลองแบบ 1 ต่อ 1 กับ Danylo “Dendi” Ishutin ผู้เล่นมืออาชีพจากทีม Natus Vincere และเอาชนะไปได้ทั้งสามรอบ (โดยเฉพาะรอบที่ 3 นั้น Dendi เป็นฝ่ายขอถอนตัวไม่ลงแข่งด้วย)

 

 

ครั้งนั้น Greg Brockman CTO ของ OpenAI อธิบายผ่านบล็อกของบริษัทว่า บอทตัวนี้ถูกฝึกให้แข่งกับตัวเองนานกว่า หนึ่งพันชั่วอายุคน โดยมีมนุษย์ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้

อันที่จริง Dendi ไม่ใช่เหยื่อรายแรกของเจ้าบอทตัวนี้ เพราะผู้เล่นระดับโลกคนอื่นๆ อย่าง Syed Sumail “SumaiL” Hassan หรือ Artour “Arteezy” Babaev ก็ล้วนแต่เคยพ่ายต่อมันมาแล้วเช่นกัน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า บอท จะไร้เทียมทานไปซะทีเดียว

เพราะเมื่อมีการเปิดให้ผู้เล่นคนอื่นๆที่สนใจ ทดลองแข่งขันด้วย โดยมีรางวัลเป็นไอเทมพิเศษ ปรากฎว่ามีผู้เล่นอย่างน้อย 50 คนที่เอาชนะมันได้

ด้วยกลยุทธ์ที่ทำให้ตัว AI สับสน โดยลากครีปของฝ่าย AI และเดินวนเป็นวงกลม จนตัดสินใจไม่ถูกว่าต้องทำอะไร จนแพ้ไปในที่สุด

 

จากตัวต่อตัว สู่ 5 ต่อ 5

ครั้งนั้น Brockman เคยทิ้งท้ายไว้ว่า จะพัฒนาบอทให้สามารถลงแข่งขันเป็นทีม ในแบบ 5 ต่อ 5 ก่อนจะทำการเปิดตัว OpenAI Five ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

ความท้าทายในการพัฒนาบอทประเภททีมนั้น ถือว่าซับซ้อนกว่าบอทตัวแรกไปอีกระดับ

เพราะในการลงแข่งแบบเป็นทีม หมายความว่า AI แต่ละตัวต้องทำงานและแก้ปัญหาร่วมกัน

ส่วนรูปแบบการฝึกนั้น OpenAI Five ซึ่งใช้ GPU 256 คอร์ และ CPU 128,000 คอร์ ในการรันระบบ จะเรียนรู้รูปแบบต่างๆ ผ่านการเล่นเกมกับตัวเอง คิดเป็นเวลา 180 ปี ในทุกๆวัน

โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง ที่ต่างออกไปจากการการแข่งขัน อย่างเช่น การมีสัตว์ส่งของประจำตัวผู้เล่นแต่ละคน หรือ ไม่มีการเก็บไอเทมพิเศษในเกมส์

 

พร้อมท้าทายมือโปร

ในการเปิดตัว OpenAi Five เมื่อเร็วๆนี้ ผลปรากฎว่าทีมบอทเอาชนะทีมของผู้เล่นสมัครเล่นได้แล้ว

ดูเผินๆ หลายคนอาจคิดว่าไม่แตกต่างจากข่าวเมื่อปีก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการพัฒนาที่น่าทึ่งอย่างมากในรอบปี ถึงขนาดคนระดับ Bill Gates ยังทวีตถึงว่า “นี่เป็นอีกเหตุการณ์สำคัญในการพัฒนา AI ชนะคนได้ เพราะการเล่นเกมประเภทนี้ ต้องอาศัยทีมเวิร์คและการร่วมมือกันอย่างมาก”


และเป้าหมายต่อไปของผู้พัฒนาคือ การส่งทีมลงแข่งขันกับผู้เล่นอาชีพ ในงาน TI 2018 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้

 

ทำไมต้องใช้เกม?

คำถามจากหลายๆคน คือทำไม ทีมผู้พัฒนาถึงเลือกที่จะใช้เกมในการพัฒนาตัวปัญญาประดิษฐ์

คำตอบคือ ถ้าตัว AI สามารถเรียนรู้ที่จะเล่นเกมได้ ก็มีแนวโน้มที่ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในโลกของความเป็นจริง เพราะเกมประเภท MOBA หรือ Real Time Strategy มีจุดเด่นตรงที่ผู้เล่นไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ทั้งหมดของเกมได้โดยตรง

และหากพัฒนาให้บอทเล่นแบบ 5 ต่อ 5 ได้ ก็จะเป็นการยกระดับอัลกอริธึมไปอีกขั้น เพราะที่ผ่านมา อัลกอริธึมมักเขียนให้ทำงานแบบเดี่ยวๆ ไม่ได้ร่วมงานกัน

และเกมประเภท MOBA ในสไตล์ Dota 2 มีความซับซ้อนกว่าเกมกระดานอย่าง หมากล้อมหรือหมากรุก เพราะการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ผู้เล่นสามารถเลือกรูปแบบได้มากถึง 250 วิธี

 

AHEAD FACTS

  • OpenAI คือบริษัทวิจัยแบบไม่หวังผลกำไร เพื่อศึกษาวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) ให้เป็นสมบัติของมนุษยชาติ และไม่เป็นภัยกับมนุษย์ โดย จะเปิดเผยผลงานวิจัยพร้อมยกสิทธิบัตรให้เป็นของสาธารณะ
  • นอกจาก Elon Musk (ปัจจุบันลาออกแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ Tesla) และ Sam Altman แล้ว ผู้ร่วมก่อตั้งคนื่อนๆก็คือ lya Sutskever ผู้อำนวยการวิจัย, Greg Brockman อดีต CTO ของ Stripe และพนักงานในทีมวิจัย
  • ด้าน DeepMind ของ Google ก็ทำการพัฒนาบอท สำหรับเล่น StarCraft เกมประเภท Real-time Strategy ที่มีความท้าทาย ร่วมกับ Blizzard ผู้พัฒนาเกมดังกล่าวด้วย

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน

Comments

comment

Boriwat Opal

Boriwat Opal

AHEAD TEAM at AHEAD ASIA
ชื่อ โอปอ ครับ ชอบศิลปะและเพลงประหลาดๆ เสพติดการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ตลอดเวลา
Boriwat Opal