Wall Street Journal เผย Tesla เตรียมงัดทุกกลยุทธ์มาใช้ เพื่อให้มีผลประกอบการเป็นบวกให้ได้เป็นครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งบริษัท โดยหนึ่งในนั้น คือการเจรจากับซัพพลายเออร์บางเจ้า เพื่อขอรีฟันด์เงินบางส่วนที่จ่ายไปตั้งแต่ปี 2016 คืน ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะบริษัทกำลังมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด

ผลประกอบการของผู้ผลิต EV ไฮเอนด์รายนี้ ติดตัวแดงมาตลอดนับแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2003 จนมีนักวิเคราะห์บางรายให้ทรรศนะว่าบริษัทอยู่ในความเสี่ยงจะล้มละลาย

แต่ภายหลังบรรลุเป้าหมายในการเร่งผลิตรถยนต์ รุ่น Model 3 ได้ถึง 5,000 คันต่อสัปดาห์ เมื่อเร็วๆ นี้ Elon Musk CEO ของบริษัทก็ยืนยัน ว่านอกจากไม่จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มแล้ว ยังจะทำกำไรเป็นครั้งแรกนับแต่ก่อตั้ง ภายในไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ของปีนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม Wall Street Journal ได้นำบันทึกช่วยจำของบริษัท ซึ่งซัพพลายเออร์ของบริษัทได้รับจากผู้จัดการฝ่าย Global Supply รายหนึ่ง เมื่อเร็วๆนี้ มาเผยแพร่ โดยภายในมีเนื้อหาเป็นการเจรจาขอให้ซัพพลายเออร์คืนเงินบางส่วนที่บริษัทได้ชำระให้ไปตั้งแต่ปี 2016 พร้อมอธิบายว่านอกจากจะส่งผลดีต่อสถานะของบริษัทแล้ว การเติบโตระยะยาวของบริษัทจะเป็นประโยชน์ต่อซัพพลายเออร์ด้วย

ด้าน Tesla ปฏิเสธจะให้ความเห็นเพิ่มเติมสำหรับรายงานดังกล่าว แต่อธิบายว่าบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาลดราคาชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์เหล่านี้ ซึ่งการขอเงินคืนจากโครงการในปี 2016 ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาด้วย เนื่องจากบางโครงการยังไม่เสร็จสิ้น นอกจากนี้ยังระบุว่าคำขอในบันทึกช่วยจำนี้ เป็นเรื่องปกติในการจัดซื้อระหว่างผู้ผลิตรถยนต์กับซัพพลายเออร์

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวก็ถูกตั้งข้อสังเกตโดย Dennis Virag ที่ปรึกษาด้านการผลิตที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 40 ปี ว่าการขอรีฟันด์เงินคืนในลักษณะนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ผลิตรถยนต์ทำกัน และตั้งคำถามต่อว่าผู้ผลิตรายนี้กำลังมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดอยู่หรือไม่

“ผมว่ามันตลก แล้วก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังหมดหวัง” Virag กล่าว “เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเริ่มไม่มั่นใจว่าบริษัทจะทำกำไรได้ และก็ไม่สนใจด้วยว่าซัพพลายเออร์ของตัวเองจะเป็นอย่างไร”

Virag เชื่อว่าหากบริษัทยังดำเนินนโยบายแบบนี้ต่อไปจริงๆ อาจทำให้ซัพพลายเออร์บางราย ไม่เต็มใจที่จะร่วมงานด้วยในอนาคต

 

AHEAD TAKEAWAY

นับแต่ก่อตั้งขึ้นมาในยุคของ Martin Eberhard และ Marc Tarpenning เมื่อปี 2003 Tesla ยังไม่เคยมีผลประกอบการเป็นบวก แม้แต่ครั้งเดียว แม้เมื่อเปลี่ยนมือ มาอยู่ในความดูแลของ Musk บริษัทจะได้รับความเชื่อถือท้ังจากนักลงทุน และผู้บริโภคก็ตาม

มีการประเมินว่าปัจจุบัน พวกเขาผลาญเงินไปไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ในทุกๆหนึ่งไตรมาส และปิดไตรมาสแรกไป โดยยังมีเงินสดในมือราวๆ 2,700 ล้านดอลลาร์

แต่บริษัทก็ยังประสบปัญหาเรื่องสมดุล ระหว่างความต้องการเติบโตผ่านค่าใช้จ่ายในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ กับ การวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนธุรกิจของบริษัท

ทางออกของบริษัทคือการเร่งโปรดักชั่น เพื่อส่งมอบรถรุ่น Model 3 ที่เป็นหัวใจสำคัญให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ก็หาวิธีลดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ เพื่อลดภาระทางการเงิน หนึ่งในนั้นคือการลดจำนวนคนงานลง (ซึ่ง Musk ได้ลงมือไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา)

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Financial Times หลายรายก็มองว่าช่วงเวลาหนึ่งถึงสองไตรมาสจากนี้ อาจเป็นช่วงสำคัญที่สุดของ Musk ในการพาบริษัทพ้นจากวิกฤติทางการเงินให้ได้

เพราะในอนาคต มาร์เก็ตแชร์ในเซกชั่น EV ระดับไฮเอนด์ของบริษัท น่าจะเริ่มไม่มั่นคงอีกต่อไป เมื่อยักษ์ใหญ่ที่พร้อมกว่าอย่าง BMW และ Mercedes พร้อมโดดเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มตัว

“ณ ตอนนี้ Tesla ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรที่โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆอีกแล้ว” Bob Lutz รองประธาน GM สรุป

 

เรียบเรียงจาก
Tesla reportedly asked suppliers for cash back to help it reach profitability
Tesla is seeking cash from suppliers, Wall Street Journal reports

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน