ไม่มีพลิกโผ Apple กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาด 1,000,000 ล้านดอลลาร์ (หนึ่งล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 33.3 ล้านล้านบาท) ภายหลังราคาหุ้นบริษัทขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมา

มีรายงานตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ว่ายักษ์ใหญ่ค่ายผลไม้ จะเป็นรายแรกแรกที่มีมูลค่าทะลุหลักล้านล้านดอลลาร์ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 17% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ จนมูลค่าตลาดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 950,000 ล้านดอลลาร์แล้ว เหนือผู้ตามอย่าง Amazon (917,000 ล้านดอลลาร์) และ Alphabet (886,000 ล้านดอลลาร์) แต่ในวันพุธ ก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น เมื่อบริษัทยังหวนกลับมาช้อนซื้อหุ้นของบริษัทคืนอย่างต่อเนื่อง

จนเมื่อช่วงก่อนเที่ยงของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น Apple ก็ทะยานสู่หลักล้านล้านดอลลาร์ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยราคาหุ้น 207.05 ดอลลาร์ต่อหน่วย จากทั้งหมด 4,829,926,000 หุ้น

แม้จะไม่ใช่บริษัทแรกสุดของโลกที่ทำได้ เมื่อ Petro China บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีน เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2007 แต่ก็ยังถือว่าผู้ผลิต iPhone เป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งแรก และบริษัทแรกของสหรัฐอเมริกา ที่ไปถึงหลักดังกล่าว

มีการเปิดเผยว่าบริษัททำรายได้ถึง 53,300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเมื่อคิดเฉลี่ยตลอด 90 วัน เท่ากับว่าพวกเขาทำเงินได้ถึง 24.7 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง คิดเป็นกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.32 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงทีเดียว

Cook ยืนยันว่า การพาบริษัทไปถึงหลักล้านล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญที่ได้วางเอาไว้ แต่ก็เป็น “หลักหมุดที่สำคัญ” ซึ่งทำให้บริษัท “สามารถภูมิใจได้อย่างมาก”

“ผลตอบแทนทางการเงิน เป็นผลมาจากนวัตกรรมของเรา ซึ่งยกให้ผลิตภัณฑ์และลูกค้ามาเป็นอันดับแรก และยังคงรักษาคุณค่าของเราไว้อยู่เสมอ” ผู้บริหารชาวอเมริกันวัย 57 กล่าว

“Steve Jobs ก่อตั้งบริษัทขึ้นด้วยความเชื่อว่าอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์สามารถแก้ปัญหาได้แม้กระทั่งความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และคนที่มีความคิดสร้างสรรค์บ้าคลั่งพอจะเชื่อว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ก็จะเป็นคนที่ทำมันสำเร็จ”

“เช่นเดียวกับที่ Steve จะทำในช่วงเวลาแบบนี้ เราทุกคนควรคาดหวังถึงอนาคตอันสดใส และการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน”

 

AHEAD TAKEAWAY

Dan Ives นักวิเคราะห์ของ GBH เชื่อว่าการมีมูลค่าแตะหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นเพียงหลักไมล์หนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตของ Apple เท่านั้น

“มันเป็นแค่การประกาศว่าอีโคซิสเต็มของ Apple นั้นทรงพลังแค่ไหน นี่จะยังไม่ใช่บทสรุปแน่นอน ผมบอกว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปในการเติบโตของบริษัท และการเก็บเกี่ยวผลกำไร”

อีโคซิสเต็ม ที่ว่านั้น เห็นได้ชัดไปไกลเกินกว่าเพียงแค่ยอดขายสมาร์ทโฟนอย่างที่หลายคนปรามาสความสามารถของ Tim Cook ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เพราะแม้จะเพิ่งเสียตำแหน่งบริษัทที่ขายสมาร์ทโฟนได้มากเป็นอันดับสอง แต่ในการประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด พวกเขากลับทำรายได้เป็นสถิติใหม่ของบริษัท คือ 9,550 ล้านดอลลาร์

ผ่านบริการอื่นๆที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น App Store, AppleCare, Apple Pay, iTunes และคลาวด์เซอร์วิส

ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัท ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 30% ในรอบ 12 เดือน และที่น่าทึ่งกว่าก็คือ 22% นั้น เกิดขึ้นภายในช่วงหกเดือนของปี 2018

“มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ Steve Jobs และ Tim Cook ในการสร้างให้บริษัทเป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์”

 

AHEAD FACTS

หนึ่งล้านล้านดอลลาร์ นั้น หากแปรสภาพเงินสดมากองรวมกันจะออกมาในรูปไหน

เราจะลองจินตนาการโดยยึดธนบัตร 100 ดอลลาร์ เป็นหลัก

ธนบัตร 100 ดอลลาร์หนึ่งปึก จะมีมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ (ราว 3.3 แสนบาท) เพียงพอต่อการซื้อรถยนต์หนึ่งคัน หรือเท่ากับค่าเฉลี่ยรายได้ทั้งปีสำหรับคนทั่วๆไปในโลก

และเมื่อขยับไปถึงหลัก 1 ล้านดอลลาร์ กองธนบัตรนั้นจะมีน้ำหนัก 10 กก. พอดี เท่ากับว่าเงินมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ จะมีน้ำหนักถึง 10 ตันเลยทีเดียว หากเปลี่ยนเป็นธนบัตร

ส่วนเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์นั้น จะสามารถวางเรียงจนเต็มสนามอเมริกันฟุตบอลได้เลยทีเดียว

 

เรียบเรียงจาก
Apple is now a $1 trillion company
Tim Cook : $1 trillion market cap is a ‘significant milestone’, but not a focus
Apple’s next task: Perfect what’s next

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน