แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในแวดวงธุรกิจไอที เปิดเผยกับ AHEAD.ASIA เป็นที่แรก ยืนยันแล้วว่า Apple Store ของจริง สาขาแรกในประเทศไทย จะตั้งอยู่ที่โครงการไอคอนสยาม โดยจะเป็น Flagship Store และมีกำหนดเปิดในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Flagship store ที่ไอคอนสยาม คาดว่าจะใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 2,500 ตารางเมตร

ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร หันหน้าเข้าหาแม่น้ำ ในตำแหน่งโดดเด่นที่เห็นได้ชัด (ตามภาพคือบริเวณพื้นที่ที่มีแผ่นสีขาวปิดไว้) โดยมีไฮไลท์อย่างบริเวณด้านหน้าที่เป็น terrace แบบ outdoor เปิดโล่งขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาอย่างชัดเจน

 

 

 

สำหรับดีไซน์ร้านจะเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple Store เหมือนในมหานครใหญ่ๆ ทั่วโลก คือเป็นกระจกใสรอบด้าน

ออกแบบโดย Foster & Partners บริษัทออกแบบชื่อดังอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานออกแบบโครงการดังมากมาย

ส่วนการจัดพื้นที่ภายในร้าน จะเป็นไปตามสไตล์ Apple Flagship Store ที่มีผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบบครบครัน ทั้งแสดงสินค้า มีมุมสอนเทคนิคต่างๆ และมี Genius Bar ที่เป็นมุมพิเศษของ Apple สำหรับดูแลให้คำแนะนำลูกค้าในเรื่องเทคนิคด้วย

 

AHEAD TAKEAWAYS

นับตั้งแต่เปิดตัวสาขาแรก ที่ เวอร์จิเนีย ในปี 2001 เป็นต้นมา ปัจจุบัน มี Apple Store (ไม่นับรวม Third-Party Store) ทั่วโลก ทั้งสิ้น 503 แห่ง ใน 24 ประเทศ

หลักๆจะตั้งอยู่ในสหรัฐ คือ 272 แห่ง ส่วนที่เหลือจะกระจัดกระจายกันไปยังประเทศอื่นๆ

ส่วนเฉพาะในเอเชียนั้นมีที่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เท่านั้น

ซึ่งไทยจะนับเป็นประเทศต่อไปที่ Apple เลือกเปิด Store ด้วยตัวเอง ซึ่งก็นับเป็นข่าวดีต่อเนื่องสำหรับสาวก Apple ในบ้านเราด้วย

หลังจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Apple เพิ่งได้รับการบันทึกให้เป็นบริษัทแรกในโลกที่มีมูลค่าถึงหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ (33 ล้านล้านบาท)

หลังราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 22% นับแต่เข้าสู่ปี 2018 เป็นต้นมา แม้ว่าบริษัทจะเพิ่งหลุดจากการเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับสองของโลกก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ในมุมของทีมงาน AHEAD.ASIA มองว่าทั้ง Apple และ Huawei มีเป้าหมายที่แตกต่าง จึงเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน

การที่ Apple เน้นเฉพาะสินค้าระดับไฮเอนด์เป็นหลัก การจะแข่งขันกับ Huawei รวมถึง Samsung ที่มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานกว้างกว่าจึงเป็นไปได้ยาก

ทางออกของค่ายผลไม้ จึงหันไปเน้นสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ซึ่งอยู่ใน ecosystem ของตัวเองแทน

ไม่ว่าจะเป็นด้านบริการ (App Store, AppleMusic, iCloud และ ApplePay) ซึ่งในกลุ่มนี้ มีผู้ใช้บริการกว่า 270 ล้านคนทั่วโลก หรือการแตกไลน์ไปยังสินค้ากลุ่ม wearables (AppleWatch, AirPods และ Beats) ที่พวกเขาเป็นเจ้าตลาดตัวจริง

นั่นทำให้แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งในด้านยอดขาย แต่ก็ยังเป็นฝ่ายชนะในเรื่องการสร้างรายได้ และเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ

 

อ่านเพิ่มเติม

Huawei แซงหน้า Apple ขึ้นแท่นมือถือขายดีสุดเบอร์ 2 โลก

สื่อคาด Apple เตรียมให้บริการแพ็คเกจคอนเทนต์รายเดือนแบบเหมาจ่าย

 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรม และธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD.ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน