Advertisement

บรรดาผู้ใช้สมาร์ทโฟน คงไม่มีใครไม่รู้จักอีเวนท์สำคัญ อย่าง Thailand Mobile Expo ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP ผู้อยู่เบื้องหลังงานนี้มานานกว่าหนึ่งทศวรรษ

แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่านอกจากงานดังกล่าวแล้ว MVP นั้นยังแตกแขนงไปสู่การทำธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย

ในโอกาสที่ทางบริษัท จะทำ IPO ในตลาด MAI วันที่ 7 ส.ค. นี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับธุรกิจหลักๆของบริษัทให้มากขึ้น

 

มหกรรมโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่ง Thailand Mobile Expo

MVP คือผู้จัดงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ Thailand Mobile Expo ซึ่งจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง ติดต่อมาแล้วกว่า 12 ปี

บทพิสูจน์ความสำเร็จในการจัดงาน คือตัวเลขสถิติผู้เข้าร่วมงานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งล่าสุด มีการบันทึกว่ามีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 7 แสนคน มียอดเงินสะพัด รวมแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท

และในอนาคต MVP มีแผนที่จะขยายพื้นที่จัดงานในสเกลที่ใหญ่ขึ้นอีกในปีหน้า ด้วยการย้ายไปใช้สถานที่ของ Bitec บางนา ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าชมงานได้มากขึ้น และตอบโจทย์เรื่องการเดินทาง ด้วยพื้นที่จอดรถปริมาณมาก

หรือผู้ที่ต้องการใช้รถโดยสารสาธารณะก็ยิ่งสะดวก เพราะสามารถเดินทางด้วย BTS มายังสถานีบางนาได้โดยตรง

ทั้งปัจจัยเรื่องพื้นที่จัดงาน และการเดินทาง ที่เอื้อให้จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มสูงขึ้น

จะนำไปสู่รายได้จากการจัดงานที่เพิ่มสูงขึ้นไปด้วย สอดรับกับจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย 27 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

เติบโตไปพร้อมเทรนด์ Sport Tourism

นอกจากรายได้หลัก จาก Thailand Mobile Expo แล้ว

MVP ยังเล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism ซึ่งได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกด้วย

ปัจจุบัน มีงานกีฬาต่างๆในประเทศมากกว่า 700 รายการ ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนสำหรับธุรกิจนี้ กว่า 1 หมื่นล้านบาท

และประเทศไทย ก็ติด 1 ใน 5 ของกลุ่มประเทศที่มีสัดส่วนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ต่อ GDP สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับ GDP รวม

สำหรับกิจกรรมต่างๆในธุรกิจ Sport Tourism ที่ทาง MVP เป็นผู้จัดนั้น มีตั้งแต่ workshop ต่างๆ ไปจนถึงรายการวิ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อย่างงาน Samsung Galaxy 10K Thailand Championship และ จอมบึงมาราธอน

เมื่อมีการประเมินว่าภายในปี 2575 หรือราวสิบห้าปีนับจากนี้ ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มากถึง 100 ล้านคน

การที่ MVP ตัดสินใจเลือกจับธุรกิจ Sport Tourism นี้แต่เนิ่นๆ จึงเป็นการมองการณ์ไกลถึงธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

 

บริการรถ caravan มากที่สุดรับการท่องเที่ยว

เมื่อมีประสบการณ์จัดงานวิ่งมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ทาง MVP พบ ก็คือในบ้านเรานั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆมากมาย เหมาะกับการจัดกิจกรรม Sport Tourism

แต่ปัญหาหลักๆคือจำนวนที่พัก-ห้องน้ำ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม ทั้งที่ธุรกิจนี้มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆตามแรงสนับสนุนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

จนเป็นที่มาของการเปิดธุรกิจใหม่เพื่อรองรับตรงจุดนี้

คือ บริการรถบ้าน (caravan) ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับการจัดงานหรือสถานที่ต่างๆ

โดยปัจจุบัน MVP เป็นผู้ให้บริการรถ caravan ที่มีจำนวนรถมากเตรียมไว้มากที่สุดในประเทศ และยังมีแผนจะขยายจำนวนเพิ่มเติม เพื่อรองรับกิจกรรมที่ใหญ่ขึ้นอีกในอนาคต

 

บริการ e-commerce สินค้าจาก Samsung

อีกหนึ่งธุรกิจในเครือของ MVP คือการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก Samsung ทั้ง สมาร์ทโฟน แท็บเลท รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างๆ ทางเว็บไซต์ s-estore.com

ปัจจุบัน e-commerce เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐและจีน จนได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่ธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมในอนาคตอันใกล้

สำหรับในประเทศไทยนั้น ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ระบุว่า มูลค่าของ e-commerce ในปี 2560 นั้นอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท

และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน กำลังโน้มเอียงเข้าหาการเป็น cashless society หรือสังคมไร้เงินสดมากขึ้น เช่นเดียวกับการทำธุรกรรมออนไลน์ที่สะดวกสบายมากขึ้น

อีกทั้งสินค้าของ Samsung ก็ยังเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1

 

สื่อโฆษณา เต็มรูปแบบ

นอกจากธุรกิจข้างต้นแล้ว MVP ยังมีธุรกิจเอเจนซี่ และสื่อโฆษณาเต็มรูปแบบ โดยเน้นหนักไปทางด้านออนไลน์ และดิจิทัลเอเจนซี่ มานานกว่าหนึ่งทศวรรษ

โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้สนใจด้าน ไอที สมาร์ทโฟน เทคโนโลยี และไอซีที เป็นหลัก ภายใต้ชื่อ “WHATPHONE” ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทในการจัดอีเวนท์ Thailand Mobile Expo นั่นเอง

 

ecosystem เชื่อมโยงธุรกิจในมือ เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

จะเห็นได้ว่าทั้งธุรกิจหลักและธุรกิจรองอื่นๆของ MVP นั้น มีความเชื่อมโยงกันอยู่ในลักษณะของ ecosystem ทั้งการจัดอีเวนต์ เอเจนซี่โฆษณา สื่อต่างๆ หรือแม้แต่รถ caravan ที่มีไว้เพื่อซัพพอร์ตธุรกิจอื่นๆอีกที

นอกจากนี้ ธุรกิจที่ MVP เลือกนั้น ก็ยังจับกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหลักที่ยังมีแนวโน้มเติบโตไปได้อีกไกล ทั้งเรื่อง ไอที เทคโนโลยี และไอซีที รวมถึงการจัดแข่งขันกีฬา และการท่องเที่ยวตามแนวคิด Sport Tourism ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

ปัจจุบัน เราจะเห็นว่าองค์กรใหญ่ๆทั้งระดับโลก และในไทย มักนิยมขยายออกในเชิงกว้างเพื่อเป็นแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์ชีวิตผู้บริโภคในทุกด้าน

หรืออย่างน้อย แต่ละขาของธุรกิจ ก็ต้องมีความเชื่อมโยงกันอยู่ในลักษณะของ ecosystem

เหมือนที่ MVP เน้นจับตลาดสมาร์ทโฟนเป็นหลัก โดยแต่ละธุรกิจก็มีความเชื่อมโยงกัน ทั้ง อีเวนท์ (mobile expo) สื่อและเอเจนซี่โฆษณา (WHATPHONE) ไปจนถึง e-commerce (s-estore.com)

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีการขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่นอีเวนท์ Sport Tourism ซึ่งก็ยังโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ (ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน) โดยมีบริการรถบ้าน หรือ caravan คอยซัพพอร์ตการจัดงานอีกที

ทั้งหมดนี้ ทำให้ MVP จัดเป็นอีกตัวเลือกที่น่าพิจารณา โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาธุรกิจใหม่ๆที่มีศักยภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต

โดยในช่วงเช้าวันอังคารที่ 7 สิงหาคม MVP ก็เข้าสู่ตลาด MAI เป็นที่เรียบร้อย ในราคาเปิดที่ 3.02 บาท หรือคิดเป็น 58.95% ของราคา IPO หุ้นละ 1.90 บาท

Facebook Comments