Facebook ปฏิเสธข่าวติดต่อกับธนาคาร เพื่อขอ ข้อมูลการเงินของผู้ใช้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้ไปยังธนาคาร ภายหลัง Wall Street Journal รวมถึงสื่อหลายฉบับเปิดประเด็นนี้ไว้ต่อเนื่อง แม้จะส่งให้มูลค่าหุ้นของบริษัทกระเตื้องขึ้น 4.5 % ก็ตาม

วันจันทร์ที่ผ่านมา Wall Street Journal รายงานว่า Facebook ได้ทำการติดต่อกับธนาคารต่างๆ เสนอการทำสัญญาแบ่งปันข้อมูล ลักษณะเดียวกับที่ Google และ Amazon เคยเป็นข่าว เรื่องแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้กับทางธนาคาร เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มที่มีขนาดใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยี

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้ขอให้ธนาคารแบ่งปันข้อมูลทางการเงินของลูกค้า รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายและยอดคงเหลือในบัญชีธนาคาร เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับ Messenger โดยธนาคารที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ได้แก่ JPMorgan Chase, Wells Fargo & Co., Citigroup และ U.S. Bancorp.

ข่าวระบุว่าธนาคารจะได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้ ด้วยการสามารถเข้าถึงการชำระเงินและการทำธุรกรรมออนไลน์ได้ อันเป็นช่องว่างที่ธนาคารกำลังมองหาอยู่เบื้องหลังแอพชำระเงินต่างๆ เช่น PayPal, Venmo และ Square

อย่างไรก็ตาม โซเชียลมีเดียเบอร์ 1 โลก ปฏิเสธรายงานดังกล่าว และชี้แจงว่าพวกเขากำลังทำงานร่วมกับธนาคารจริง แต่ก็เพียงเพื่อการสร้างระบบชำระเงินและการริเริ่มการพาณิชย์ภายในแอพพลิเคชัน Messenger ซึ่งได้เปิดตัวโครงการนำร่องกับ Citibank ในสิงคโปร์ ไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

Elisabeth Diana โฆษกของบริษัทปฏิเสธรายงานดังกล่าว พร้อมแจกแจงว่า “รายงานที่ทาง Wall Street Journal นำเสนอ ว่าเราได้ขอให้บริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน เปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่เป็นความจริง”

“เช่นเดียวกับบริษัทออนไลน์หลายแห่งที่มีธุรกิจด้านการพาณิชย์ เราได้เป็นพันธมิตรกับธนาคารและบริษัทบัตรเครดิต เพียงเพื่อนำเสนอบริการต่างๆ เช่นการแชทกับลูกค้า หรือการจัดการบัญชี การเชื่อมโยงบัญชีช่วยให้ผู้คนได้รับการอัพเดตแบบเรียลไทม์ใน Messenger ซึ่งผู้คนจะสามารถติดตามข้อมูลการทำธุรกรรมได้ เช่นยอดคงเหลือในบัญชี, ใบเสร็จรับเงิน และการจัดส่งสินค้า”

“ไอเดียคือการส่งข้อความโดยตรงกับธนาคารจะเป็นเรื่องดีกว่าการถือสายโทรศัพท์ค้างไว้ เราไม่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้นอกเหนือจากขอบเขต ไม่ใช่เพื่อการโฆษณาหรือสิ่งอื่นใด ส่วนสำคัญของความร่วมมือเหล่านี้คือการรักษาข้อมูลของผู้คนไว้อย่างปลอดภัย”

และแม้กระแสข่าวจะทำให้ผู้คนหวั่นวิตกกับการถูกเข้าถึงข้อมูลโดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แต่ก็กลับทำให้มูลค่าหุ้นของ Facebook วานนี้ขยับขึ้นมา 4.45% ปิดที่ 185.69 ดอลลาร์ต่อหนึ่งหน่วย อันนับเป็นการขยับขึ้นครั้งแรกๆ หลังจากเจอช่วงเวลาราคาหุ้นตกอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้ว่าจะปฏิเสธข้อกล่าวหาถึงการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินผู้ใช้ไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็แสดงสัญญาณให้เห็นชัดมากขึ้นว่าโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 โลก กำลังพยายามยกระดับแพลตฟอร์มของตนไปอีกระดับ

การทำธุรกรรมทางการเงิน จะเริ่มเข้ามามีบทบาททั้งใน Facebook และ Messenger มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเปิดบริการฟีเจอร์ Marketplace ไปเมื่อปีก่อน

ตามด้วยการดึง Kenneth Chenault อดีตประธานและ CEO ของ American Express มารับตำแหน่งหนึ่งในบอร์ดบริหาร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยหวังพึ่งประสบการณ์เกือบสี่สิบปีของ Chenault ที่ American Express เพื่อชดเชย know how ในสิ่งที่ Facebook ยังขาดอยู่

การบูรณาการกับธนาคารเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถส่งเงินผ่าน Messenger ได้โดยตรง และโครงการนำร่องร่วมกับ Citibank ของสิงคโปร์ ที่เริ่มไปเมื่อเดือน มี.ค. ก็จะทำให้ความสามารถนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่นานนี้ บริษัทของ Mark Zuckerberg เพิ่งเปิดตัวระบบใช้บอทอัตโนมัติช่วยใน Messenger สำหรับธุรกิจ ซึ่งอนุญาตให้มีการบริการลูกค้าโดยอัตโนมัติและฟีเจอร์อื่นๆ

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้ประกาศว่าพร้อมรับข้อเสนอทางธุรกิจสำหรับ WhatsApp แอพพลิเคชันสนทนาในเครือข่าย ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคน

พวกเขามองว่า WhatsApp มีศักยภาพที่จะทำเงินให้บริษัทแม่ได้อย่างมหาศาล และการสร้างแพลตฟอร์มในมือให้เป็นเครื่องมือทางการเงินสำหรับผู้บริโภคได้ ก็จะนับเป็นการเติบโตที่สำคัญของบริษัท

โดยเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ทางบริษัทก็นำร่องทดลองการโอนเงินในลักษณะ p2p ผ่านแอพ ในอินเดียเป็นที่แรกแล้ว ซึ่งน่าจะสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้เศรษฐกิจของอินเดียเข้าสู่ภาวะ cashless society อย่างเต็มตัว เนื่องจากมีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนเรามีแนวโน้มจะโอนเงินให้กับคนที่เรารู้จัก/สนทนากัน มากกว่าการซื้อขายโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ

หากทุกอย่างดำเนินไปได้ดี บางทีนี่อาจเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่แบบจริงจังของ Facebook เพื่อไม่ให้บริษัทหยุดนิ่งอยู่กับที่ เหมือนที่หลายคนมองว่าพวกเขา “ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว”ก็เป็นได้

 

เรียบเรียงจาก
Facebook denies report that it’s coming for your financial data
Facebook Shares Rise on Optimism for Banking Relationships

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน