Tesla เตรียมเปลี่ยนแปลงทิศทางบริษัทครั้งใหญ่ ด้วยการออกจากตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นบริษัทจำกัด หลัง CEO Elon Musk เผยพร้อมลงทุนซื้อหุ้นคืนในราคา 420 ดอลลาร์ต่อหุ้นหนึ่งหน่วย ระบุการเป็นบริษัทจำกัดจะทำให้ฝ่ายปฏิบัติการไม่ต้องสนใจราคาหุ้นที่ขยับขึ้นลงและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จากภายนอก

ผู้ผลิตรถ EV ระดับไฮเอนด์รายนี้ ประสบปัญหาสภาพคล่องมาตลอด และประเด็นเรื่องมูลค่าหุ้นก็ถูกพูดถึงอยู่เสมอในหน้าสื่อ เช่นเดียวกับการเป็นบริษัทมหาชนก็ทำให้พวกเขาต้องเปิดเผยผลประกอบการทุกไตรมาส

กระทั่งล่าสุด Musk ก็ทวีตข้อความว่า“กำลังคิดจะเปลี่ยน Tesla เป็นบริษัทจำกัด (ด้วยการซื้อหุ้นคืน) ที่ 420 ดอลลาร์ เงินทุนได้ถูกเตรียมไว้แล้ว”

 

 

Wall Street Journal ระบุว่าการซื้อหุ้นคืนที่ราคา 420 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดราว 20 เปอร์เซ็นต์นั้น ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์ (2.4 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเป็นการนำกิจการออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้นที่มูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์

หากเกิดขึ้นจริงจะทำลายสถิติการซื้อกิจการออกจากตลาดหุ้นของ Energy Future Holdings Corp ในปี 2007 ที่มูลค่า 48,405 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งนำโดยกลุ่มทุน KKR และ TPG Capital รวมถึง Goldman Sachs Capital Partners

Musk ชี้แจงเพิ่มเติมในอีเมลที่ส่งถึงพนักงาน ถึงประเด็นต่างๆ โดยเขาต้องการให้พนักงานมุ่งเน้นการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายในระยะยาว โดยไม่ต้องเสียสมาธิกับคำวิจารณ์จากภายนอก และหวังให้บริษัทมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับกิจการอีกแห่งของเขาอย่าง SpaceX ซึ่งการนำออกจากตลาดหุ้นครั้งนี้จะไม่ถูกนำไปควบรวมกิจการกับ SpaceX อย่างแน่นอน นอกจากนั้นเขายังจะถือหุ้นในสัดส่วน 20% ต่อไป

ผู้บริหารเชื้อสายแอฟริกาใต้ ยืนยันว่าแนวทางนี้คือทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับการดำเนินงานของบริษัท “ก่อนหน้านี้ผมได้ประกาศว่ากำลังพิจารณาที่จะทำให้เรากลายเป็นบริษัทจำกัด ในราคา 420 ดอลลาร์ต่อหุ้น ผมต้องการแจ้งให้พวกคุณทราบถึงเหตุผลของผม และเหตุผลที่ผมคิดว่านี่คือแนวทางที่ดีที่สุด”

“ประการแรก การตัดสินใจขั้นเด็ดขาดยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่เหตุผลในการทำเช่นนี้คือการสร้างสภาพแวดล้อมให้เราสามารถทำงานได้ดีที่สุด ในฐานะบริษัทมหาชน เรามีการแกว่งไปมาในราคาหุ้น ซึ่งอาจเป็นจุดที่รบกวนจิตใจของทุกคนที่ทำงานที่นี่ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้ถือหุ้น และยังทำให้เราต้องเปิดเผยรายได้รายไตรมาส ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาล ทั้งยังไม่จำเป็นสำหรับการทำงานระยะยาว”

“อีกอย่าง การเป็นมหาชนยังหมายถึงการมีผู้คนจำนวนมากที่มีแรงจูงใจในการโจมตีบริษัท”

อย่างไรก็ตาม Musk แย้มว่า เมื่อนำบริษัทออกจากตลาดหุ้นในครั้งนี้แล้ว ก็ยังมีโอกาสอยู่ที่จะกลับเข้าไปใหม่ในอนาคต “บริษัทของเรามีพันธกิจที่มุ่งหวังในระยะยาว SpaceX เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีสาเหตุจากการเป็นบริษัทจำกัด ผมไม่ได้บอกว่า Tesla จะเป็นแบบนี้ไปตลอด ในอนาคต เมื่อบริษัทก้าวเข้าสู่ช่วงที่นิ่งกว่านี้ และมีอัตราการเติบโตที่สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น ก็มีสิทธิ์ที่เราจะเข้าสู้ตลาดหุ้นอีกครั้ง”

“ข้อเสนอนี้จะได้รับการสรุปผ่านการโหวตจากผู้ถือหุ้นของเรา ถ้ากระบวนการนี้สิ้นสุดลงตามที่ผมคาดหวังไว้ การทำให้เราเป็นบริษัทจำกัดจะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเราทุกคน และไม่ว่าทางไหน อนาคตของเราก็สดใสมาก และเราจะต่อสู้เพื่อให้บรรลุภารกิจของเรา”

 

AHEAD TAKEAWAY

ถือเป็นการเดินหมากที่น่าสนใจของ Elon Musk ให้หลังจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในหลายจุด เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างกำไรภายในไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ของปีนี้

กระนั้น การนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ Musk เล็งไปถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาวมากกว่า เมื่อโมเดลของการดำเนินธุรกิจโดย SpaceX ประสบความสำเร็จด้วยดี และมีความนิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Musk ไม่ได้คิดถึงแผนการนี้ในช่วงข้ามคืน เขาได้ตระเตรียมแหล่งเงินทุนเอาไว้แล้ว ด้วยการเข้ามาของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจรถ EV เป็นมูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ (66,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์กันว่าเป็นไปได้ที่ Musk ได้พูดคุยกับกลุ่มทุนอื่นๆไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะก่อนนี้เคยมีข่าวว่าบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก อย่าง Apple ก็เคยให้ความสนใจจะลงทุน (หรือเทกโอเวอร์) กิจการเช่นกัน ขณะที่ Larry Page ซีอีโอของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ก็อยู่ในข่าย เพราะทั้งคู่มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว

การประกาศของ Musk ยังไม่ใช่ข้อสรุป (แม้ว่าท่าทีของเขาจะแสดงออกชัดว่าเอาแน่) โดยต้องรอการลงความเห็นของผู้ถือหุ้นอีกครั้ง แต่ก็ทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทวานนี้ขยับขึ้นอย่างชัดเจน มาอยู่ที่ 367 ดอลลาร์ต่อหนึ่งหน่วย ขึ้นมาประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์นับแต่เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 เมื่อ 1 ส.ค.

 

เรียบเรียงจาก
Elon Musk explains why taking company private is ‘the best path forward’
Turns Out Musk Might Actually Be Serious About Taking company Private

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน