ถึงจะโดนตั้งแง่ในเรื่องการใช้งานคนหนัก และเต็มไปด้วยความเครียด
แต่ด้วยจำนวนพนักงานทั่วโลกกว่า 5 แสนคน และสถานะ “ผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกคนปัจจุบัน” ของ เจฟฟ์ เบโซส
น่าจะตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของ Amazon ในโลกอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี

แต่ต้นไม้ใหญ่นั้นไม่ได้เติบโตในวันเดียว
ย้อนกลับไปในยุคแรกที่ เบโซส เพิ่งย้ายออฟฟิศจากโรงรถในบ้าน มาอยู่กลางดงยาเสพติดในซีแอตเทิล เมื่อปี 1995 พวกเขามีพนักงานแค่สิบคน และ เบโซส ยังต้องขับรถนำของไปส่งที่ไปรษณีย์ด้วยตัวเอง

แต่หลังจากนั้นเพียงสองปี บริษัทก็สามารถพาตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์จนได้ ขณะที่จำนวนพนักงานบริษัทก็พุ่งขึ้นไปเป็น 2,100 คน ในปี 1998

นอกจากวิสัยทัศน์อันก้าวไกล และความกล้าได้กล้าเสียของ เบโซส แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จนี้ ก็คือการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานนั่นเอง

“มันเป็นไปไม่ได้เลยที่บริษัทจะมีผลประกอบการยอดเยี่ยม ในโลกที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพลังของอินเตอร์เน็ต หากปราศจากบุคลากรชั้นเลิศในองค์กร” คือจดหมายที่ เบโซส เขียนถึงผู้ถือหุ้น เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

“การสร้างมาตรฐานให้สูงไว้ เป็นแนวทางในการจ้างงานของเรามาตลอด และจะยังคงเป็นเช่นนี้เรื่อยไป เพราะมันคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จของเรา”

แม้จะกินเวลานานถึงสองทศวรรษแล้ว แต่หลักการเหล่านี้ ยังใช้ได้ผลเสมอ  และนี่คือสามคำถามที่ เบโซส วางรากฐานไว้ ในการคัดเลือกคนที่ดีและเก่งที่สุดเข้าทำงานที่บริษัทแห่งนี้

และเราก็เชื่อว่าคุณคงอยากรู้เช่นกัน ว่าคุณแน่พอสำหรับที่นี่รึเปล่า?

 

ใครคือบุคคลที่คุณชื่นชอบ?

 

 

“ผมเต็มที่เสมอเฉพาะเวลาร่วมงานกับคนที่ผมชื่นชอบ และก็พยายามกระตุ้นทุกคนในบริษัทให้คิดแบบเดียวกัน เวลาคิดถึงคนเก่งๆที่คุณยกย่องขึ้นมาในชีวิต ก็น่าจะมีบทเรียนบางอย่างที่คุณได้จากเขา หรือเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”

นอกจาก เบโซส แล้ว มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook ก็เป็นอีกคนที่ชื่นชอบแนวคิดนี้

ตัวอย่างของพนักงานที่ ซัคเคอร์เบิร์ก เลือกด้วยแนวคิดนี้ ก็คือคีย์แมนของบริษัท อย่าง เชอรีล แซนด์เบิร์ก หรือ คริส ฟอกซ์ นั่นเอง

“ผมบอกคนในบริษัทตลอดว่าควรเลือกจ้างคนเข้าสู่ทีม เฉพาะคนที่คุณรู้สึกอยากทำงานให้เขาจริงๆเท่านั้น” ซัคเคอร์เบิร์ก ให้สัมภาษณ์กับ Recode “สมมติว่าสถานะเรากลับกันในจักรวาลคู่ขนาน ผมก็อยากจะทำงานให้พวกเขาเหมือนกัน”

 

คุณแน่พอจะยกระดับทีมได้ไหม?

 

 

คำถามนี้เป็นการหยั่งเชิงว่าคนๆนั้น มีศักยภาพในด้านนวัตกรรมที่จะมอบให้องค์กรหรือไม่?

“ผมอยากให้มีการแข่งขันภายในองค์กร มาตรฐานของบริษัทจะต้องสูงขึ้นตลอดเวลา ผมจะถามคนพวกนั้นให้จินตนาการว่าในอีกห้าปีข้างหน้า บริษัทจะเป็นอย่างไร”

Amazon นั้นขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศในการทำงานที่มีระดับการแข่งขันสูง และมาตรฐานดังกล่าวก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของบริษัทที่ส่งให้ Bezos ก้าวขึ้นมาเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกคนปัจจุบัน

ในหลักการด้านผู้นำ 14 ข้อของบริษัท ยังระบุไว้ชัดเจนว่า “ผู้นำจะต้องรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ต่อเนื่องไม่มีตก หลายคนอาจจะคิดว่ามาตรฐานเหล่านี้มันสูงเกินความจำเป็น แต่ผู้นำที่แท้จริง ต้องพยายามยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ และปลุกเร้าให้คนในทีมสร้างผลิตภัณฑ์ ให้บริการ หรือคิดกระบวนการที่ดีกว่าออกมาอยู่เสมอ”

และเพื่อให้แนวคิดนี้เป็นจริง และได้ผลดีที่สุด เบโซส ถึงขนาดลงทุนตั้งหน่วยงานพิเศษที่รวบรวมพนักงานในปัจจุบันขึ้น โดยเรียกกันว่า “bar raisers” ซึ่งคนเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการนำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดการยกระดับมาตรฐานในหน่วยงานต่างๆของบริษัท

 

มีความโดดเด่นเฉพาะตัวแบบซูเปอร์สตาร์รึเปล่า?

 

 

นอกจากการทำงานเป็นทีมแล้ว ศักยภาพส่วนตัวของพนักงานคนๆนั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่ เบโซส ให้น้ำหนักความสำคัญในระดับเท่าๆกัน

“หลายคนมีทักษะเฉพาะตัว ความสนใจ และมุมมองในแบบของตัวเอง ที่จะช่วยเสริมบรรยากาศในการทำงานของเราให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหลายๆครั้ง เรื่องพวกนี้มันอาจไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสายงานที่พวกเขาทำเลยด้วยซ้ำ”

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ เบโซส ตัดสินใจจ้างพนักงานหญิงรายหนึ่ง คือการอ่านเจอในประวัติว่าเคยชนะการแข่งขัน Spelling Bee ระดับประเทศมาก่อน (Spelling Bee = การแข่งขันสะกดคำ)

“ผมคิดว่าคุณสมบัตินี้คงไม่ได้ช่วยอะไรเธอเท่าไหร่ในการทำงาน แต่บางครั้ง มันก็ช่วยให้บรรยากาศในการทำงานสนุกขึ้น เวลาคุณใบ้คำศัพท์ให้เธอทายแบบไม่ทันตั้งตัว”

ความโดดเด่นนี้ยังตรงกับคุณสมบัติที่อยู่ในหลักการ 14 ข้อของบริษัทด้วย ในแง่ที่ว่า “มุมมองที่แตกต่างนั้น จะนำไปสู่การหาทางออกใหม่ๆเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของบริษัท”

 

AHEAD TAKEAWAY

นับตั้งแต่จดหมายถึงผู้ถือหุ้นฉบับนี้ ถูกเผยแพร่ออกไป แม้จะกินเวลานานถึงยี่สิบปีแล้ว แต่มันก็ยังเป็นที่ยอมรับ และถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณารับคนเข้าทำงานในหลายๆองค์กรใหญ่อยู๋เสมอ

หนึ่งในนั้นก็คือ Y Combinator แอคเซเลอเรเตอร์ชั้นนำในซิลิคอน วัลลีย์ ซึ่ง อดอรา ชุง ในฐานะพาร์ทเนอร์ ก็เพิ่งทวีตข้อความ พร้อมภาพส่วนหนึ่งจากจดหมายฉบับดังกล่าวไปเมื่อเร็วๆนี้

 

 

นอกจาก ทั้ง 3 คำถามแล้ว ฌอน เคลลี ผู้อำนวยการของ Worldwide Operations Talent Acquisition ยังแนะนำให้ลองศึกษาหลักการ “Leadership Principles” ทั้ง 14 ข้อ เพื่อให้เข้าใจแนวคิดของบริษัทอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งให้ชัดเจนขึ้น

เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือแม้แต่ผู้บริหารองค์กร หากเข้าใจหลักการของบริษัทชั้นนำระดับโลกจนถ่องแท้แล้ว โอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จก็ย่อมมีมากกว่าเดินดุ่มๆเข้าไปสมัครงาน หรือเริ่มโครงการ โดยไม่มีอะไรในหัวแน่นอน

เรียบเรียงจาก

This is Jeff Bezos’ 3-question test for new Amazon employees

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า