YouTube จ่อแซงหน้า Facebook ขึ้นไปเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า อันเป็นผลจากความนิยมที่ลดลงของโซเชียลมีเดียยอดนิยม ที่ผู้เข้าใช้เว็บไซต์ในแต่ละเดือน หดหายไปกว่าครึ่งในช่วง 2 ปีหลัง จากการเก็บสถิติของ Market Intelligence Central (Mi.io) ร่วมกับบริษัทวิจัยตลาด SimilarWeb

ท็อป 5 เว็บไซต์ที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดในสหรัฐ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ 1. Google, 2. Facebook, 3. YouTube, 4. Yahoo และ 5. Amazon ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานานแล้ว

แต่ผลสำรวจล่าสุดที่ยึดข้อมูลจากเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา พบแนวโน้มว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอีก 2-3 เดือนจากนี้ โดย YouTube กำลังจะแซงขึ้นไปเป็นอันดับ 2 แทน ด้วยยอดผู้เข้าชมที่มีอัตราสูงขึ้นทั้งในส่วนของเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน โดยจำนวนผู้ชมเวลานี้อยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านครั้งต่อเดือน

ในทางกลับกัน ยอดผู้ใช้งาน Facebook กลับมีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง ตลอด 2 ปีหลัง จากเดิม 8,500 ล้านครั้งต่อเดือน มาเหลือเพียง 4,700 ล้านครั้งในปัจจุบัน หรือคิดเป็น 55.3% ทีเดียว

“จำนวนผู้ชม youtube.com เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนผู้ชมในแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่นแอพและ Chromecast สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นในหมวดหมู่ของตัวเอง พวกเขากลายเป็นแหล่งบันเทิงและข้อมูลหลักสำหรับเยาวชน และยังมีการเปิดกว้างที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคโดยทั่วไปต่อเนื้อหาที่เป็นวิดีโอ (ไม่ใช่เนื้อหาข้อเขียน)” รายงานระบุ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ลดลง กิจการของ Mark Zuckerberg ก็ยังนับว่าอยู่ในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะการเติบโตของแอพพลิเคชัน และแอพประเภทอื่นๆ ในเครืออย่าง Instagram, Messenger ไปจนถึง WhatsApp

“การเข้าชม facebook.com ลดลงจากจำนวนประมาณ 8,500 ล้านครั้งต่อเดือน เป็น 4,700 ล้านครั้งในระยะสองปี แต่การลดลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่กว้างขึ้น และอยู่ในบริบทที่กว้างขึ้นของระบบนิเวศที่กำลังเติบโต ใช่ที่การเข้าชมเว็บไซต์ในสหรัฐอเมริกากำลังลดจำนวน แต่เครือข่ายทั้งหมดของพวกเขายังคงเติบโตต่อไป”

“อัตราการใช้แอพของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น และยังมีการเติบโตจากส่วนอื่นๆ ที่เป็นของพวกเขาอย่าง Instagram และ Messenger ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้งาน Instagram ในระบบ Android ตอนนี้เฉลี่ย 56 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 27 นาทีในปีที่แล้ว”

“การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามุ่งเน้นไปที่อะไร ไม่ใช่แค่การเติบโตของเว็บไซต์หลัก แต่เป็นการขยายระบบนิเวศทั้งหมด”

สำหรับเว็บไซต์เบอร์ 1 ของสหรัฐฯ Google ยังคงอันดับ 1 ด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ประมาณ 15,200 ล้านครั้งต่อเดือน หรือมากกว่าว่าที่อันดับสองกว่า 3 เท่าตัวทีเดียว

ด้านอันดับ 4 และ 5 มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่ออีคอมเมิร์ซเจ้าดัง Amazon แซงหน้า Yahoo ขึ้นเป็นที่ 4 แล้ว ด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 2,000 ล้านครั้ง กับ 1,900 ล้านครั้งต่อเดือน ตามลำดับ โดยมีแรงส่งจากโปรโมชั่นวันลดกระหน่ำซัมเมอร์เซล Prime Day กลางเดือนที่แล้ว

 

AHEAD TAKEAWAY

Market Intelligence Central (Mi.io) และ SimilarWeb ระบุว่าการลดน้อยถอยลงของจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ไม่ได้สะท้อนถึงภาพรวมทั้งหมด เมื่อระบบนิเวศในกิจการของ Mark Zuckerberg ให้ความสำคัญกับส่วนอื่นๆมากขึ้น

กระนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ฟ้องว่า มีคนจำนวนมากขึ้นที่เริ่มเบื่อหน่ายกับแพลตฟอร์มเดิมๆ โดยผลสำรวจล่าสุดนี้สอดคล้องกับรายงานของ CNBC เดือนก่อน ที่เผยว่ายอดผู้ใช้ในแต่ละวัน (Daily Active Users) ในแถบอเมริกาเหนือ ไม่เพิ่มขึ้นเลยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี และลดลงด้วยในทวีปยุโรป จาก 282 ล้านคน มาเหลือ 279 ล้านคน

ทั้งยังมีผลสำรวจจาก Marketing Resources Incorporated (MRI) เมื่อวันจันทร์ ที่ระบุชัดว่า Facebook ไม่ได้เป็นแอพพลิเคชันยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศใดเลย โดยติดท็อป 5 อยู่เพียง 7 ประเทศเท่านั้น และ หลุดลงไปอยู่อันดับ 4 ในประเทศไทย

Mi.io ระบุว่าการที่ YouTube กำลังจะเป็นเว็บไซต์เบอร์ 2 ของสหรัฐ เป็นเพราะผู้บริโภคเริ่มที่จะเปิดรับคอนเทนท์ที่เป็นวิดีโอคลิป มากขึ้นกว่าจะอ่านข้อเขียน

สำหรับในไทย ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้นกับผู้ทำคอนเทนท์แล้วเช่นกัน ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ YouTube มากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยเหตุผลหลายปัจจัย

หนึ่งในนั้นคือเรื่องของค่าตอบแทน ซึ่งในขณะที่ Facebook มีการจำกัดการเข้าถึงของเพจต่างๆ และต้องลงทุนซื้อโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นวงกว้าง ทางฝั่ง YouTube สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ทำคอนเทนท์ในอัตราที่แน่ชัด ทั้งส่วนแบ่งของค่าโฆษณาและอัตราผู้เข้าชมคลิป

นอกจากนั้นยังมีเรื่องการเก็บรักษาและค้นหาคอนเทนท์เก่า ที่ YouTube มอบความสะดวกให้ผู้รับชมได้มากกว่าอย่างชัดเจน

แม้การลดน้อยถอยลงของจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ facebook.com จะไม่ได้สะท้อนถึงภาพรวมทั้งหมด แต่การที่ YouTube กำลังจะแซงหน้าขึ้นไปเป็นเว็บไซต์เบอร์ 2 ในสหรัฐฯ ก็สะท้อนถึงอะไรหลายๆ อย่างเช่นกัน

 

เรียบเรียงจาก
Facebook gonna lose the second biggest website position in US, according to new study
Paradigm Shift: Impending Shakeup in Top Five Websites

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมและธุรกิจ และต้องการพัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ข้างหน้าเสมอ สามารถกด like เพจ AHEAD ASIA เพื่อติดตามเรื่องราวที่มีประโยชน์ และข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน