แม้หลายคนจะไม่ค่อยปลื้มนักกับวิธี Cold Call (การโทรหาหรือติดต่อบุคคลที่ไม่มีคอนเน็กชั่นหรือรู้จักกันมาก่อน เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการ) เฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออยู่ในสถานะเป้าหมาย

แต่ในอีกแง่มุม การนิ่งเฉย รอให้โอกาสเข้ามาหา ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเช่นกัน

เร็วๆนี้ มาร์ค คิวบัน นักลงทุนดัง เจ้าของทีม Dallas Mavericks เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาเพิ่งลงทุนกับสตาร์ทอัพหน้าใหม่สองราย ที่ไม่เคยได้ยินชื่อและบริการมาก่อน

หลังตัดสินใจลองเปิดอีเมลของคนที่ไม่รู้จัก ส่งเข้ามาใน inbox ของตน

แม้แต่ สตีฟ จ๊อบส์ หรือ อีลอน มัสก์ ในวันที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน จนได้โอกาสำคัญในชีวิต และเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ค้นพบว่า

“เมื่อกล้าขอ ก็มีคนกล้าให้”

 

เด็กฝึกงานอายุ 12

 

 

จ๊อบส์ เล่าในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เมื่อปี 1994 ว่า “ผมไม่เคยถูกปฏิเสธซักครั้งเลย เมื่อเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ”

ตอนอายุ 12 Jobs ตัดสินใจต่อสายตรงถึง บิลล์ ฮิวเลตต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Hewlett-Packard เพื่อขอชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์เหลือๆ มาใช้สร้าง เครื่องวัดความถี่ (frequency counter)

โชคอาจจะเข้าข้าง จ๊อบส์ เล็กน้อย เมื่อ ฮิวเลตต์ ตัดสินใจรับสาย และยอมคุยด้วย ก่อนจะรู้สึกประทับใจความมุ่งมั่นของเจ้าหนูรายนี้ จนยื่นข้อเสนอให้มาฝึกงานที่บริษัท

“เขาหัวเราะ และตกลงจะแบ่งชิ้นส่วนให้ผมไปใช้ เขายังถามว่าผมอยากจะไปฝึกงานที่ Hewlett-Packard ตอนช่วงซัมเมอร์รึเปล่า ไปช่วยตรงสายการผลิต คอยใส่สกรูขันน็อตเครื่องวัดความถี่ สำหรับผม มันคือสวรรค์ชัดๆ”

จ๊อบส์ เสริมว่ามีคุณสมบัติสองข้อที่จะแยก “คนที่ลงมือทำ กับคนที่เอาแต่เพ้อฝัน” ออกจากกัน คือ ความกล้าที่จะเริ่มต้น และจิตใจที่แกร่งพร้อมจะรับความผิดหวัง

“คุณต้องพร้อมชนกับทุกคน ทั้งอีกคนที่อยู่ปลายสาย ทั้งการตั้งบริษัท ทุกๆอย่าง ถ้ากลัวความล้มเหลว คุณไม่มีทางไปไหนได้ไกล”

 

พิทช์ไอเดียหน้าผู้บริหารธนาคารใหญ่

 

 

ย้อนไปตอนต้นยุค 90 ระหว่างเรียนด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย ควีนส์ ในแคนาดา อีลอน มัสก์ และน้องชาย คิมบาล ยกหูโทรศัพท์หาผู้บริหารบริษัทจำนวนมาก

หนึ่งในนั้น คือ ปีเตอร์ นิโคลสัน ผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร Nova Scotia จนได้โอกาสฝึกงานช่วงซัมเมอร์ แลกกับค่าแรงชั่วโมงละ 14 ดอลลาร์ และโอกาสพิทช์ไอเดียใหม่ๆต่อหน้าผู้บริหารธนาคาร

ในโปรเจกต์หนึ่ง มัสก์ เขียนโครงการตราสารหนี้ ที่เจ้าตัวนิยามว่าเป็น “โอกาสดีที่สุดที่หลายคนอาจไม่ทันคิด”

แม้สุดท้าย ไอเดียนี้จะถูกปัดตกไปโดยซีอีโอของธนาคาร แต่การได้ฝึกงานในซัมเมอร์นั้น ก็ช่วยให้ มัสก์ ได้ประสบการณ์ดีๆกลับไปมากมาย ที่จะเป็นประโยชน์กับเจ้าตัวในภายหลัง

“ทุกครั้งที่ต้องมีเรื่องเจรจากับธนาคาร ผมจะนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องตอนนั้นเสมอ มันทำให้ผมมั่นใจขึ้น เพราะนายธนาคารพวกนี้ก็ลอกไอเดียตามๆกันมา”

“ความตลกของคนพวกนี้ คือถ้ามีทองวางอยู่ตรงกลางห้อง และไม่มีใครไปแตะต้อง คนอื่นๆก็ไม่มีใครกล้าไปแตะมันเหมือนกัน”

AHEAD TAKEAWAY

แม้ภาพลักษณ์ของ จ๊อบส์ และ มัสก์ ที่เราคุ้นเคย คือผู้ประกอบการที่ เก่ง กล้า แกร่ง

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว

จ๊อบส์ ยอมรับว่าการเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ อาจดูไม่ดีนักในบางครั้ง

แต่ความกลัว ความอาย หรือความขี้เกรงใจ จนไม่ร้องขอสิ่งใดเลย อาจทำให้โอกาสดีๆหลุดลอยไปก็ได้

กลับกัน การกล้าเอ่ยปาก “ขอ” ก็ทำให้เขาได้สิ่งที่ต้องการเสมอ

“ในชีวิตผม มีหลายครั้งที่ผมต้องดิ้นรน รวบรวมความกล้าเพื่อร้องขอบางอย่างที่ต้องการ กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ หรือสมเพชตัวเองที่ต้องไปขอร้องใคร แต่ก็มีหลายครั้งที่ได้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจ เพราะผมกล้าที่จะร้องขอ”

แต่การขอความช่วยเหลือเพื่อให้บรรลุผล บางครั้ง ก็ต้องมีกลยุทธ์เช่นกัน อาทิ

  • การเอ่ยปากขอในช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • ประเมินสถานการณ์ให้ดีว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร
  • ยื่นข้อเสนอที่ทำให้ทั้งเราและอีกฝ่ายได้ประโยชน์

ฉะนั้น หากต้องการความช่วยเหลือ อย่ามัวแต่อายจนไม่กล้าพูด
เพราะอย่างน้อยที่สุด การเริ่มเอ่ยปากขอ ก็คือการเริ่มต้นลงมือทำแล้ว

 

เรียบเรียงจาก

How Steve Jobs and Elon Musk used cold calls to jump-start their careers

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า