Airbnb ยื่นเรื่องฟ้องเทศบาลนิวยอร์กแล้ว หวังแก้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้ต้องเปิดเผยข้อมูลเจ้าบ้านในระบบให้บริการ เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของรัฐบาล

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เพิ่งลงนามอนุมัติการใช้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มแชร์ที่พักระยะสั้น ว่าต้องเปิดเผยข้อมูลเจ้าบ้านในระบบ (Hosts) รวมถึงการรายงานข้อมูลธุรกรรมอื่นๆ แก่เจ้าหน้าที่ และกำหนดค่าปรับสถานหนัก สำหรับการไม่ยอมปฏิบัติตามข้อกำหนด ขั้นต่ำ 1,500 ดอลลาร์ (ราว 50,000 บาท) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ก.พ. ปีหน้า

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นับเป็นหนล่าสุด นับจากการกำหนดค่าปรับถึงผู้ประกอบการที่ยกเลิกสัญญากับผู้ให้เช่า ที่ไม่มีผู้เข้าพักในระยะน้อยกว่า 30 วัน เมื่อปี 2016

อย่างไรก็ตาม การแก้กฎหมายครั้งนี้ทำให้เกิดข้อพิพาท ระหว่างสตาร์ทอัพมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ กับเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดในประเทศโดยปริยาย ส่งผลให้ทางบริษัทยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลแมนฮัตตัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำหรับใจความสำคัญในการฟ้องร้องครั้งนี้ คือต้องการให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็น “แคมเปญมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ที่ได้รับการล็อบบี้จากโรงแรมที่มีอำนาจของเมือง”

คำสั่งฟ้องจำนวน 29 หน้า ชี้ว่าการออกกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องผิด และละเมิดการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่สำคัญ สำหรับทั้งแพลตฟอร์มโฮมแชริ่งและพลเมืองนิวยอร์ก

ด้าน Christian Klossner ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์ตอบโต้คำสั่งฟ้องดังกล่าวว่า “กฎหมายฉบับนี้ทำให้เมืองมีข้อมูลสำคัญที่จำเป็นในเรื่องที่พักอาศัย, รักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจว่าผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกปลอดภัย เราจะยึดถือในกฎนี้อย่างถึงที่สุด”

กลุ่มผู้สนับสนุน ยังอ้างว่ากฎหมายใหม่จะช่วยลดจำนวนการเช่าระยะสั้นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีส่วนทำให้ค่าเช่าห้องพักในนิวยอร์กสูงขึ้น และลดทอนกำลังซื้อของประชาชน

ทั้งนี้ ในหนังสือสั่งฟ้องคดี ยังเสริมว่าบริษัทมีปริมาณบ้านที่เปิดให้บริการเข้าพักแบบเต็มรูปแบบ อยู่เพียง 0.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในเมืองที่มีประชากรจำนวนกว่า 8.5 ล้านคน

 

AHEAD TAKEAWAY

ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นล่าสุดในนิวยอร์ก นับเป็นอีกครั้งที่ผู้ให้บริการโฮมแชริ่งชั้นนำ ต้องต่อสู้คัดง้างกับข้อบังคับทางกฎหมายในประเทศต่างๆทั่วโลก

เมื่อเดือน เม.ย. ศาลสิงคโปร์จัดการลงดาบพวกเขาเป็นจำนวน 45,800 ดอลลาร์ สำหรับการทำผิดกฎที่พักระยะสั้น เช่นเดียวกับเทศบาลกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ยื่นฟ้องข้อหาไม่ยอมเผยเลขทะเบียนที่พักกับทางการ ตามกฎหมายใหม่เกี่ยวกับที่พักอาศัยระยะสั้นที่มีออกมาเมื่อปลายปีก่อน

จากนั้นในเดือน มิ.ย. กิจการในญี่ปุ่นต้องปิดตัวลงหลายแห่ง จากเดิมที่มีอยู่ราว 62,000 แห่ง ลดมาเหลือเพียง 13,800 แห่งเท่านั้น คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ด้วยกฎหมายใหม่ของทางการ ซึ่งกำหนดว่าเจ้าของบ้านต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานราชการ

สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า แม้จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง กิจการมีอัตราการเติบโตที่ดีมาตลอด แต่รูปแบบการทำธุรกิจของบริษัทนั้น มักขัดต่อกฏระเบียบเก่าๆของทางการ รวมถึงผู้ให้บริการธุรกิจโรงแรมแบบดั้งเดิม

คำถาม ก็คือที่สุดแล้ว Airbnb จะต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถหาจุดร่วมที่ลงตัวได้ ระหว่างการทำธุรกิจของตน และการทำความเข้าใจกับผู้ออกและดูแลกฏหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่น แทนที่จะต้องยื่นเรื่องฟ้องหรือเป็นผู้ถูกฟ้องสลับกันไปอย่างที่ผ่านมา

 

เรียบเรียงจาก
Abnb sues New York over ‘government overreach’
NY mayor signs into law new crackdown on Abnb

 

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน