Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทวีตตำหนิ Google ว่ามีส่วนให้ข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับตน และมักแสดงข้อมูลแง่ลบจากฝ่ายซ้าย ขั้วตรงข้ามกับตน และเตรียมสั่งให้มีการตรวจสอบในเร็วๆนี้ พร้อมกระทบชิ่งไปถึง Facebook และ Twitter ว่ากำลังทำตัวมีปัญหาเช่นกัน

ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ทวีตวิจารณ์ Google ว่าแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตนไปในทางบิดเบือน ภายหลังมีรายงานจาก Fox Business เมื่อวันจันทร์ว่าผลการค้นหาคำว่า Trump ใน Google นั้น กว่า 96% มาจากสื่อฝ่ายซ้าย (National left-wing media) โดยอ้างอิงข้อมูลจาก PJ Media

Trump ทวีตว่า “ผลการค้นหาของ Google สำหรับข่าวเกี่ยวกับผม แสดงเฉพาะการดูหรือการรายงานข่าวของสื่อปลอมๆ เท่านั้น อีกนัยหนึ่งก็คือพวกเขาบิดเบือนข้อมูลของผมและคนอื่นๆ เรื่องราวและข่าวเกือบทั้งหมดจึงไม่ตรงกับความจริง”

“ข่าวปลอมจาก CNN โดดเด่นมาก ขณะที่สื่อฝั่งรีพับลิกันหรืออนุรักษนิยมและยุติธรรม กลับถูกปิด แบบนี้ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่? 96% ของผลการค้นหา ข่าวเกี่ยวกับผมจากสื่อฝั่งซ้ายเป็นเรื่องที่อันตรายมาก Google และสื่อออนไลน์อื่นๆ กีดกันเสียงฝั่งพรรคอนุรักษนิยม และซ่อนข้อมูลข่าวสารที่ดี”

“พวกเขาพยายามควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้และไม่สามารถมองเห็นได้ นี่เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงมาก และมันจะถูกตรวจสอบ!”

ให้หลังจากการทวีตของ Trump ทางทำเนียบขาวโดย Larry Kudlow ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ ก็ถูกสื่อซักถามว่ารัฐบาลเชื่อว่าควรมีการออกกฎบางอย่างมาเพื่อควบคุมเสิร์ชเอ็นจิ้นชั้นนำหรือไม่ และเจ้าตัวชี้แจงว่า “เราจะแจ้งให้คุณทราบ เราจะมีการตรวจสอบต่อไป”

ด้าน Google ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในเวลาต่อมา โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกกรณีของผู้นำประเทศวัย 72 ว่า “เมื่อผู้ใช้พิมพ์ข้อความในแถบค้นหาของ Google เป้าหมายของเราคือพวกเขาจะได้รับคำตอบที่เกี่ยวข้องที่สุดในเวลาไม่กี่วินาที การค้นหาไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการกำหนดวาระทางการเมือง และเราไม่ได้ให้ผลที่เป็นไปตามอุดมการณ์ทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น”

“ในทุกๆ ปี เรามีการปรับปรุงอัลกอริธึมหลายร้อยครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาเหล่านี้จะมีคุณภาพสูงตอบสนองต่อข้อความค้นหาของผู้ใช้ เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุง Google Search และเราไม่เคยจัดอันดับผลการค้นหาเพื่อจัดการกับความรู้สึกทางการเมือง”

พร้อมกันนั้น หลังจากทวีตดังกล่าวไปแล้ว Trump ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อเพิ่มเติม ย้ำถึง Google ว่าพยายามฉกฉวยประโยชน์จากผู้คน เช่นเดียวกับโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitter ที่ก็โดนหางเลขไปด้วย

“ผมคิดว่า Google กำลังใช้ประโยชน์จากผู้คนจำนวนมาก และผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก สิ่งที่ Google และสิ่งที่คนอื่นกำลังทำอยู่ ถ้าคุณดูสิ่งที่เกิดขึ้นที่ Twitter หรือสิ่งที่เกิดขึ้นใน Facebook มันจะดีกว่า ถ้าพวกเขาจะระมัดระวังขึ้นกว่านี้ เพราะคุณไม่สามารถทำแบบนั้นกับคนอื่นได้”

“เราได้รับข้อร้องเรียนมากมายนับพันๆ ชิ้น และกำลังจะมีเพิ่มอีกเป็นพันๆ ชิ้นเช่นกัน ดังนั้นผมจึงคิดว่า Google, Twitter และ Facebook พวกเขากำลังเหยียบย่างเข้าสู้พื้นที่ที่เป็นปัญหามาก และจะต้องระมัดระวัง มันไม่ยุติธรรมกับประชากรส่วนใหญ่เลย” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว

AHEAD TAKEAWAY

ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน กับบริษัทในซิลิคอน วัลลีย์ นั้น มีปัญหามาตลอด นับแต่เจ้าตัวเข้ารับตำแหน่ง

ทั้ง Airbnb, Microsoft, Apple, Intel, Expedia และ Facebook ต่างก็เคยแสดงท่าทีต่อต้านนโยบายแข็งกร้าวของเจ้าตัวที่มีต่อคนหลายๆกลุ่ม ทั้งผู้หญิง ชนกลุ่มน้อย หรือแม้แต่กลุ่ม LGBT

หรือแม้แต่บริษัทที่พยายามเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความเห็นทางการเมือง อย่าง Amazon ก็ไม่วายโดนหางเลขไปด้วย เพราะเมื่อเดือน เม.ย. Trump ก็ทวีตโจมตี ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ว่า ทำธุรกิจอย่างเอารัดเอาเปรียบต่อร้านค้ารายย่อย, ตั้งใจหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี รวมทั้งยังหาประโยชน์จากไปรษณีย์อย่างโจ่งแจ้ง

อย่างไรก็ตาม รายงานของ PJ Media ที่ระบุว่า 96% ของการค้นหาคำว่า Trump ใน Google มาจากสื่อฝ่ายซ้าย ก็ยังถูกทักท้วงจาก Joshua New นักวิเคราะห์อาวุโสแห่ง Center for Data Innovation ว่าเป็น “ข้อมูลที่ปราศจากข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์”

New กล่าวเพิ่มเติมว่า บริการอย่าง Google และ Facebook นั้น “มีพันธะทางธุรกิจที่จะไม่ลดอันดับของข่าวสาร เนื่องมาจากการเอียงข้าง เพราะการทำแบบนั้น มีแต่จะลดทอนคุณค่าของการเป็นแพลตฟอร์มข่าวสารโดยตรง”

“การจัดอันดับการค้นหาข่าวใช้ปัจจัยต่างๆ เช่น เงื่อนไขทางเวลา, ความเที่ยงตรง, ความนิยมของเรื่องราว, ประวัติการค้นหาประวัติส่วนตัวของผู้ใช้, ตำแหน่งที่ตั้ง, คุณภาพของเนื้อหา รวมถึงชื่อเสียงของเว็บไซต์ นั่นหมายถึงมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน”

หรือพูดง่ายๆคือ Google, Facebook และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ไม่มีความจำเป็นจะต้องควบคุมการกรองข้อมูลข่าวสารใดๆ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะข้อมูลที่ปราศจากอคติ เป็นสิ่งที่จำเป็นในทางธุรกิจสำหรับบริษัทโฆษณาออนไลน์เหล่านี้มากกว่านั่นเอง

หรือหากจะมีช่องโหว่ให้ใช้งาน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองจริง Trump เอง ก็ไม่ควรลืมว่าการที่เขาได้ชัยชนะเหนือ Hilary Clinton ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด ส่วนหนึ่งก็มาจากกลยุทธ์การใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์ จนพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในช่วงท้ายนั่นเอง

เรียบเรียงจาก
Trump claims Google is suppressing positive news about him and ‘will be addressed’
Trump says Google, Twitter, and Facebook are on ‘troubled territory’ and ‘better be careful’
Trump accuses Google of rigging search results against him

 

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน