ผลสำรวจล่าสุดจาก Pew Research Center พบแคมเปญ #DeleteFacebook ส่งผลรุนแรงกว่าที่คิด เมื่อชาวอเมริกัน ราว 1 ใน 4 โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ตัดสินใจลบแอพพลิเคชันของโซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่งทิ้งในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลจากกรณีอื้อฉาว Cambridge Analytica ตอนต้นปี

แม้ภาพรวมของยอดผู้ใช้งาน กว่า 2 พันล้านคน จะทำให้ Facebook ยังเป็นโซเชียลเบอร์หนึ่งของโลก แต่ในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ ความนิยมกลับถดถอยลงเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่ตกลงเกือบ 20% เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังผลประกอบการในไตรมาสที่สองไม่เป็นไปตามเป้า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากบริษัทสำรวจต่างๆออกมาเป็นระยะ ถึงยอดผู้ใช้งานที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็น App Annie ที่ระบุว่า Facebook ไม่ติดอันดับ 1 แอพยอดนิยมในประเทศใดเลย ขณะที่บริษัทวิจัยตลาด SimilarWeb ก็ประเมินว่ากำลังจะถูก YouTube แซงไปเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 2 ของประเทศเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ล่าสุดเ ผลสำรวจจาก Pew Research Center ที่ทำการเก็บข้อมูลในระหว่างวันที่ 29 พ.ค. – 11 มิ.ย. ถึงสถิติการใช้งานโซเชียลมีเดียตลอด 1 ปีหลังของชาวอเมริกันอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป จำนวน 4,594 คน พบว่าผู้คน 26% ลบแอพ Facebook ออกจากสมาร์ทโฟนจริง ส่วน 42% เคยหยุดใช้งานมากกว่า 1 สัปดาห์, 54% ปรับเปลี่ยนค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy settings) และ 74% ทำอย่างหนึ่งอย่างใดจาก 3 ข้อดังกล่าว

เมื่อจำกัดวงสำรวจลงไปที่วัยรุ่นอายุ 18-29 ปี พบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 44% ลบแอพออกจากโทรศัพท์มือถือ มากเป็น 4 เท่าของกลุ่มผู้ใช้สูงวัย อายุ 65 ปีขึ้นไป ที่ลบออกเพียง 12% เท่านั้น

 

AHEAD TAKEAWAY

ปัญหาข้อมูลรั่วไหลจากกรณี Cambridge Analytica ดูจะเริ่มส่งผลเสียต่อ Facebook มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย เริ่มตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนตัวกว่าเดิม

ในกรณีนี้ Art Kraiwin ซีอีโอและผู้ก่อตั้งของ AHEAD.ASIA ก็เคยวิเคราะห์ไว้

นอกจากประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือแล้ว แนวโน้มที่ Facebook จะกลายเป็น ‘แอพของคนสูงวัย’ อย่างช้าๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ

เห็นได้จากการที่ในแถบอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) ยอดผู้ใช้ Active Users หยุดนิ่งไม่มีการขยับขึ้นมาตลอด 4 ไตรมาสหลัง จนหยุดนิ่งอยู่ที่ 184-185 ล้านคน

ทั้งที่นับตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงช่วงกลางปี 2017 จำนวน Active Users ในแถบอเมริกาเหนือ เป็นเส้นกราฟที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จาก 124 ล้านคน สู่ 183 ล้านคน

ในบทวิเคราะห์ “หรือ Facebook จะเปลี่ยนผ่านสู่ โซเชียลวัยกลางคน !?!” ทีมงาน AHEAD.ASIA ก็ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใช้งานกลุ่มมิลเลนเนียลส์ และ Gen X มีแนวโน้มจะหนีจากแพลตฟอร์มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งในแง่ความเบื่อหน่ายจากนโยบายบริษัทที่เน้นโฆษณาเป็นหลัก และการหลีกเลี่ยงที่จะแสดงตัวตนบนแพลตฟอร์มที่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของตนใช้งานอยู่

ยิ่งเมื่อเสริมด้วยกระแส #DeleteFacebook ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง FB กับคนรุ่นใหม่จืดจางลงเรื่อยๆด้วย โดยในกลุ่มชาวอเมริกันที่ลบแอพทิ้งมีถึง 44% ที่เป็นวัยรุ่นอายุ 18-29 ปี

คำถามก็คือ Mark Zuckerberg ควรต้องทำอย่างไร เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากคนรุ่นใหม่กลับมา

หรือไม่งั้น อาจต้องเดินหน้าต่อในฐานะแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิตสำหรับคนทั่วไป แทนที่จะจำกัดตัวเองไว้ในฐานะโซเชียลมีเดียเหมือนที่ผ่านมา

 

เรียบเรียงจาก
More than a quarter of Americans say they’ve deleted the Facebook app from their phones
Americans are changing their relationship with Facebook
Facebook building its first Asia data centre in Singapore

 

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน