Alibaba Group เดินหน้ารุกตลาดอีคอมเมิร์ซรัสเซีย และกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียตแบบเต็มตัว ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Mail.Ru Group ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, MegaFon เครือข่ายสื่อสาร และกองทุนแห่งชาติรัสเซีย RDIF ภายใต้ชื่อ “AliExpress Russia”

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Jack Ma เพิ่งเดินทางไปยังรัสเซียเพื่อทำสัญญา joint e-commerce venture ครั้งนี้ ไม่กี่ชั่วโมงหลังแถลงแผน เตรียมส่งไม้ต่อให้ซีอีโอคนปัจจุบัน Daniel Zhang มารับตำแหน่งแทนในปีหน้า

ภายใต้ดีลดังกล่าว Alibaba ซึ่งลงทุนไปทั้งสิ้น 484 ล้านดอลลาร์ จะถือหุ้นของ AliExpress Russia 48 เปอร์เซ็นต์ Mail.Ru ถือ 15%, RDIF ถือ 13% และ MegaFon ถือ 24%

พร้อมกันนี้ได้มีการแถลงว่าการสัญญานี้เป็นการเปิดตัวกิจการร่วมค้าชั้นนำด้านการพาณิชย์ในประเทศรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (ซีไอเอส) โดย AliExpress Russia จะใช้ประโยชน์จากกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของ Mail.ru ที่มีอยู่กว่า 100 ล้านรายในโซเชียลมีเดีย ทั้งการส่งข้อความ, อีเมล ไปจนถึงเกมออนไลน์

“เราต้องการให้สิ่งนี้เป็นธุรกิจของรัสเซีย สิ่งที่เรานำมาจากประเทศจีนคือประสบการณ์ที่เรามีและเทคโนโลยีที่เรามีจากการสร้างอีคอมเมิร์ซ, ธุรกิจคลาวด์ และระบบการชำระเงิน” Michael Evans ประธาน Alibaba Group ระบุ

ด้าน Boris Dobrodeev ซีอีโอ Mail.Ru เสริมว่านอกจากการลงทุนเพื่อทำสัญญาจัดตั้งบริษัทแล้ว กลุ่มบริษัทในดีลนี้ยังจะมีการลงทุนเพิ่มเติมอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์ รวมถึงยังมีแผนที่จะร่วมมือกับ Mail.Ru Group ลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เช่นเทคโนโลยีด้านอาหาร

ทั้งนี้ ยอดขายอีคอมเมิร์ซในรัสเซียจากการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2015 มีมูลค่าสูงถึงกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ทีเดียว

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะต้องลงทุนมหาศาล แต่ดีลนี้น่าจะทำให้สถานะของ Alibaba ในโลกอีคอมเมิร์ซแข็งแรงขึ้นอีก ในการขยายกิจการมาสู่รัสเซียและกลุ่มประเทศซีไอเอส รวม 10 ประเทศ อาทิ อาเซอร์ไบจาน, เบลารุส, อาร์เมเนีย, มอลโดวา, อุซเบกิสถาน ฯลฯ ที่มีผู้ใช้กว่า 100 ล้านรายจากบริการอินเทอร์เน็ตของ Mail.ru Group

ที่ผ่านมา บริษัทของ Jack Ma ได้เริ่มเปิดตลาดในรัสเซียไปบ้างแล้ว จากแพลตฟอร์มของ AliExpress และ Tmall แต่การสร้าง AliExpress Russia ก็จะยิ่งเพิ่มฐานผู้บริโภคให้กับพวกเขาได้โดยตรง

ขณะที่ฝั่ง Mail.ru Group ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป มูลค่าหุ้นของพวกเขาในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ก็ขยับขึ้นถึง 9.73%

และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัสเซียเปิดรับดีลนี้ ก็คือการที่พวกเขาต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและธุรกิจกับจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากโดนคว่ำบาตรจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับฝั่งแดนมังกรที่ต้องการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของตนไปทั่วเอเชียและยุโรป

ดังนั้น AliExpress Russia จึงไม่ใช่เพียงการสร้างธุรกิจแสวงผลกำไรธรรมดาๆ แต่คือส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเป็นพันธมิตรกันระหว่างรัสเซียกับจีนนั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก
Ali baba, Russian tech firm Mail.ru agree joint e-commerce venture
Ali baba takes joint venture route to Russia expansion

 

จีนไม่ได้มีแค่ Jack Ma เท่านั้นที่เป็นสุดยอดผู้ประกอบการ แต่ยังมี Pony Ma ผู้ก่อตั้ง Tencent ที่รวยยิ่งกว่าอดีตครูสอนภาษาอังกฤษรายนี้ด้วยซ้ำ ไปรู้จัก หม่า อีกคน ที่ไม่ใช่หน้ากากโพนี่กัน ในคลิปนี้

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments