Steve Jobs, Bill Gates, Mark Zuckerberg หรือ Jeff Bezos คือ สุดยอดผู้บริหาร ขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี

หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของคนเหล่านี้ คือการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อช่วงเวลาที่เหลือไปจนจบวัน

เราจะไปติดตามเคล็ดลับในการเริ่มต้นวันให้ดีของบุคคลระดับโลก 8 รายด้วยกัน ซึ่งมีตั้งแต่ตื่นเช้ามืดตอนตีสี่ครึ่ง ไปจนถึงคนที่ลุกจากเตียงตอน 11 โมง

Steve Jobs

“ตั้งคำถาม”

ทุกเช้า ผู้ก่อตั้ง Apple และอดีตซีอีโอรายนี้ จะเริ่มต้นวันด้วยการส่องกระจก

และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ฉันจะยังมีความสุขกับสิ่งที่กำลังจะทำรึเปล่า?”

Jobs อธิบายว่าถ้าคำตอบที่ได้คือ “ไม่” บ่อยครั้งมากขึ้น นั่นแปลว่ามีบางอย่างในชีวิตคุณที่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

Mark Zuckerberg

“เสื้อสีเทา”

ภาพของ Mark Zuckerberg ที่เราคุ้นเคยคือชายหนุ่มในเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์ และรองเท้าสนีกเกอร์ ซึ่งในชีวิตของเจ้าตัวก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

สองปีก่อน Zuckerberg เคยโพสต์รูปตู้เสื้อผ้าส่วนตัวลงใน Facebook ที่มีแต่เสื้อยืดสีเทาเต็มไปหมด

เหตุผลหลักๆที่เขาเลือกแต่งกายแบบนี้ เพราะคิดว่าการเลือกเสื้อผ้าหรืออาหารเช้าในแต่ละวันเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะในแต่ละวัน เขามีเรื่องสำคัญกว่าให้คิดและตัดสินใจ

“ผมต้องการเคลียร์ชีวิตตัวเองให้ชัดเจน เพื่อจะได้ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้”

Winston Churchill

“ทำงานบนเตียง”

ว่ากันว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผู้นำสหราชอาณาจักรเอาชนะนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สองได้นั้น ไม่เคยลุกจากเตียงก่อนเวลา 11 โมงเช้าเลย

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารัฐบุรุษรายนี้ จะเอาแต่นอน เพราะเจ้าตัวจะตื่นตั้งแต่ 7.30 น. เพื่อทานอาหารเช้า อ่านหนังสือพิมพ์ และเริ่มสั่งการผ่านเลขาจากบนเตียงนอน

ทั้งหมดนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลาทำงานนั่นเอง แม้จะดูเหมือนคนขี้เกียจไปบ้างก็ตาม

Bill Gates

“วิ่งไป เรียนไป”

ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และหนึ่งในคนรวยที่สุดในโลก เป็นอีกคนที่ตื่นตั้งแต่เช้าเช่นกัน

แม้ในระยะหลัง Gates จะถอยจากบทบาทผู้บริหารขององค์กรแล้ว แต่งานด้านการกุศลที่เจ้าตัวทำก็จัดว่างตารางชุกไม่แพ้กัน การใช้เวลาในแต่ละวันจึงต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทุกเช้าหลังตื่นนอน Gates จึงเลือกออกกำลังกายด้วยการวิ่งบนสายพานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ไปพร้อมกับการดูวิดีโอประเภทความรู้รอบตัว และคอร์สสอนทักษะต่างๆจากบริษัท The Teaching Company เป็นการเสริมทั้งสุขภาพและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในเวลาเดียวกัน

Barack Obama

ประธานาธิบดีลำดับที่ 44 ของสหรัฐ เป็นอีกคนที่เคร่งครัดมากในเรื่องการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและเวลางาน

และเจ้าตัวก็เชื่อว่าการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเป็นองค์ประกอบสำคัญ นั่นคือเหตุผลว่าทุกเช้า Obama จะตื่นขึ้นมาออกกำลังกายในโรงยิม ก่อนทานอาหารเช้ากับภรรยาและลูกๆอีกสองคน

หลังจากพาเด็กๆไปส่งที่โรงเรียนแล้ว Obama จึงจะเริ่มต้นงานประจำวันต่อไป

David Cameron

อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษรายนี้ ก็เข้าข่ายแฟมิลี่แมนเช่นเดียวกับ Barack Obama

ทุกเช้าหากไม่ติดธุระด่วน หรืออยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ Cameron จะใช้เวลาอยู่กับลูกๆให้มากที่สุด ก่อนเด็กๆไปโรงเรียน โดยจะหากิจกรรมบางอย่างเพื่อทำร่วมกัน และไม่มีการเปิดโทรทัศน์เด็ดขาด

ส่วนในช่วงที่ต้องเดินทาง และไม่ได้อยู่บ้าน Cameron จะใช้เวลาในช่วงเช้าติดตามข่าวสารต่างๆ ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์

 

Howard Schultz

“สุนัข และ กาแฟ”

ซีอีโอผู้พลิกโฉม Starbucks จนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก เป็นอีกคนที่ตื่นเช้ามากๆ คือราวตีสี่ครึ่ง

และกิจวัตรแรกของเจ้าตัวก็คือการพาสุนัขทั้งสามตัวออกไปเดินเล่น จากนั้นเมื่อถึงเวลา 5.45 น. Schultz ก็จะชงกาแฟสำหรับดื่มพร้อมภรรยา

สำหรับเมล็ดกาแฟพันธุ์ที่ Shcultz ชอบเป็นการส่วนตัว ก็คือ สุมาตรา ที่มีรสชาติเข้มข้นของสมุนไพร โดยไม่ออกรสเปรี้ยวของผลไม้เลย

Jeff Bezos

ถึงจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์รายล่าสุด และมีสถานะเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกคนปัจจุบัน แต่ Jeff Bezos ก็ไม่ได้ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำอย่างที่หลายคนคิด

เขาให้ความสำคัญกับการนอนพักผ่อน วันละ 8 ชั่วโมง เพื่อจะได้เต็มที่กับการทำงานระหว่างวัน

นอกจากนี้ เขาก็เคยย้ำหลายครั้งว่าไม่นิยมการประชุมในตอนเช้า เพราะต้องการทานอาหารเช้ากับสมาชิกในครอบครัว คือ Mackenzie ภรรยาและลูกๆทั้งสี่คนมากกว่า

การไม่นิยมตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน ทำให้ Bezos ไม่ตั้งนาฬิกาปลุก แต่จะให้ร่างกายตื่นเองตามธรรมชาติเมื่อพักผ่อนเพียงพอ ส่วนมื้อเช้าก็เน้นอาหารเพื่อสุขภาพโดยไม่เน้นไขมัน

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะเคยมีงานวิจัยในปี 2008 ที่ชื่อ “Why night owls are more intelligent” ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Psychology Today ระบุว่าคนที่ชอบนอนดึก และตื่นสายๆ มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นอัจฉริยะ

งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งมาจากการสอบถามนักเรียน 130 คน แบบสุ่ม พบว่า กลุ่มเด็กนักเรียนที่นอนดึก ตื่นสาย มี IQ ที่สูงกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆ

และนอกจากจะมี IQ ที่สูงแล้ว ยังเป็นคนที่สามารถรับฟังความต้องการของตัวเองของร่างกายตัวเองได้ แทนที่จะทำตามกฎของนาฬิกา

แต่เมื่อพิจารณาหลักฐานจากข้อมูลของคนที่ประสบความสำเร็จระดับสูงจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ตื่นแต่เช้ามืดแทบทั้งนั้น

อาทิ Arianna Huffington (ผู้ก่อตั้ง Huffington Post) Richard Branson แห่ง Virgin, Jack Dorsey แห่ง Twitter และ Jeff Bezos แห่ง Amazon ต่างก็ตื่นตั้งแต่ตี 5 ส่วน Elon Musk และ Barack Obama ก็ตื่นตอน 7 โมงเช้า

นอกจากการนอนตื่นเช้าแล้ว ระยะเวลาในการนอนก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน

Bill Gates และ Jeff Bezos สองคนที่รวยที่สุดของโลกในปัจจุบันนั้น ต่างก็ใช้เวลานอนคืนละ 7 และ 8 ชั่วโมงตามลำดับ

Gates อธิบายว่าการนอนดึกเพื่อทำอะไรบางอย่างอาจจะสนุกก็จริง แต่ในกรณีที่ต้องการสมองที่ปลอดโปร่งเพื่อการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆนั้น เขาต้องการนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมง

เช่นกัน Bezos ก็รับว่าหากต้องการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ เขาต้องได้หลับถึง 8 ชั่วโมงด้วยกัน

ไม่ใช่เพียงแค่สมองที่ปลอดโปร่งเท่านั้น การตื่นเช้ายังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย

ผลวิจัยจาก Northwestern Medicine และมหาวิทยาลัย University of Surrey ในสหราชอาณาจักร ที่ทำการรวบรวมกลุ่มอาสาสมัครเกือบ 5 แสนคน พร้อมกับเก็บข้อมูลนานถึง 6 ปีครึ่ง

ผลที่ได้ก็คือ กลุ่มคนนอนดึกตื่นสาย มีความเป็นไปได้ที่จะเสียชีวิตเร็วกว่ากลุ่มคนตื่นเช้ามากถึง 10%

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า พฤติกรรมการนอนดึกนั้น เป็นตัวทำลายการนอนที่เหมาะสมนั่นเอง

ฉะนั้น การเข้านอนเร็วและตื่นขึ้นมาสะสางงานในตอนเช้า อาจจะดีต่อสุขภาพของคุณ มากกว่าจะฝืนอดตาหลับขับตานอนทำงานจนดึกดื่น

เพราะนอกจากจะไม่สดชื่นในการทำงานระหว่างวันแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรงด้วย

เรียบเรียงจาก

HOW SUCCESSFUL PEOPLE START THEIR DAY

How Bill Gates, Mark Zuckerberg and Other Successful People Start Their Day

The Wake-Up Times Of The World’s Most Successful People

และบางที การที่ Billl Gates คิดไอเดียดีๆแบบนี้ได้ ก็อาจจะมาจากการได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอด้วย

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน