คณะกรรมาธิการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) สั่งเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของชาติให้ไปไกลกว่าปัจจุบัน โดยมีเทคโนโลยีอย่าง big data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างงานจำนวนมากในอนาคต หลังภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด อย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตในระยะกลางของจีน และเกิดความไม่แน่นอนต่อตำแหน่งงานนับล้านภายในประเทศ จนมีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อหลายแห่งว่า สหรัฐ อาจมีเจตนาใช้สงครามนี้ชะลอการพัฒนาของมหาอำนาจแห่งเอเชีย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนกลับกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีมูลค่าราว 3,800,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 124 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างระยะยาว

มีการลดลงของอุตสาหกรรมระดับต่ำ (low-end) และการเกิดขึ้นของโรงงานใหม่ๆ เช่นการผลิตหุ่นยนต์และโดรน ตามแนวทางของคณะกรรมาธิการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เพื่อลดการพึ่งพาการค้าและปัจจัยภายนอกอื่นๆให้น้อยลง

ขณะเดียวกัน ฝ่ายวางแผนพัฒนารัฐ (state planner) ก็เตรียมที่จะขยายขอบเขตไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ internet of things (IoT), big data, คลาวด์คอมพิวติ้ง และ AI เพื่อสร้างงานระดับไฮเอนด์ให้คนในชาติได้มากขึ้น พร้อมดึงดูดผู้ที่มีความสามารถจากต่างประเทศเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

จากข้อมูลของสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจีน (CAICT) พบว่าเมื่อปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนเพิ่มขึ้น 18% เป็น 26 ล้านล้านหยวน (5.2 ล้านล้านดอลลาร์) ในปีที่แล้ว ซึ่งเท่ากับหนึ่งในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เลยทีเดียว

ขณะที่ปัจจุบัน ชาวจีนจำนวนหลายร้อยล้านคน รู้จักการใช้แอพในสมาร์ทโฤน เพื่อเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ค, สื่อบันเทิง, เกม และการช็อปปิ้ง ฯลฯ และยังมีอัตราการเติบโตของสังคมไร้เงินสดในระดับสูง ด้วยการชำระเงินผ่าน WeChat ของ Tencent และ Alipay ของ Alibaba

NDRC ซึ่งเพิ่งลงนามข้อตกลงกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน (CDB) สำหรับเงินทุนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล 100,000 ล้านหยวน ตอนต้นเดือนที่ผ่านมา กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ๆ

เช่น การระดมทุนจากตลาดทุน และยังคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยกระตุ้นภาคการเกษตรได้ ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูพื้นที่ชนบท

นอกจากความพยายามพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีแล้ว จีนยังเล็งจะเพิ่มระดับการใช้พลังงานสะอาด (renewable energy) จากเดิมที่กำหนดไว้ 20% ให้ได้ 35% ของการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ภายในปี 2030 และยังจะกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายอีกด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ ส่งผลให้จีน ต้องปรับตัวสร้างมาตรการสอดรับในหลายจุด

ความพยายามพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสร้างตำแหน่งงานให้คนในชาติ

คำประกาศของ NDRC เกิดขึ้นหลังจาก Jack Ma ประธานบริหาร Alibaba Group เผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า คำสัญญาของตนที่จะสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐฯ คือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้วในตอนนี้

เนื่องจากสถานการณ์สงครามการค้าซึ่งตัวเขามองเห็นว่าอาจคงอยู่ไปนานนับ 20 ปี

อันที่จริง ต่อให้ไม่เกิดสงครามทางการค้ากับสหรัฐ ท่าทีของ รัฐบาลจีน ก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งเป้าไปที่การเป็นมหาอำนาจด้านนวัตกรรมอยู่แล้ว โดยเน้นหนักไปที่การศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้พร้อมสำหรับยุคใหม่

และสถานะของจีนที่เปรียบเสมือน “ซาอุดีอาระเบียแห่งข้อมูล” แล้ว การจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

บางที ในอีกหนึ่งหรือสองทศวรรษข้างหน้า ขั้วอำนาจใหม่ในโลกอาจย้ายจากฝั่งตะวันตกมาอยู่ที่ฝั่งตะวันออกจริงๆก็ได้ ใครจะรู้

 

เรียบเรียงจาก
China to further boost US$3.8 trillion digital economy, create more jobs
China Steps Up Its Push Into Clean Energy

 

จีนพร้อมแค่ไหน หากสงครามการค้ายืดเยื้อไปอีกสองทศวรรษ เหมือนที่ Jack Ma ว่าไว้ หาคำตอบนี้ได้ใน เมื่อมังกรผงาด มหาอำนาจนวัตกรรม

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน