รายงานจาก Reuters อ้างแหล่งข่าววงใน ระบุ Grab ผู้ให้บริการ ride-hailing จากสิงคโปร์ อยู่ระหว่างเจรจาขายหุ้นจำนวนหนึ่งในไทยให้กับ เซ็นทรัล กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีก เพื่อยกระดับบริการของทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบัน Grab คือผู้ให้บริการเรียกรถรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน ภายหลังเข้าซื้อกิจการของ Uber ในภูมิภาคนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และยังได้รับการสนับสนุนจาก SoftBank Group และ Toyota Motor ของญี่ปุ่น รวมถึง Didi Chuxing ผู้ให้บริการ ride-hailing ยักษ์ใหญ่จากจีนด้วย

เมื่อเดือนกรกฎาคม Anthony Tan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ยังได้เผยถึงแผนต่อยอดธุรกิจไปสู่การให้บริการอื่นๆ ในลักษณะที่เรียกว่า “everyday super-app”

โดยระบุว่าบริษัทจะไม่ดำเนินการเองในทุกเรื่อง แต่จะใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น ซึ่งตรงกับรายงานล่าสุดจาก Reuters เรื่องการเจรจากับกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขยายธุรกิจของบริษัทออกไปให้กว้างขึ้น นอกจากการเรียกรถ

อาทิ การชำระเงินออนไลน์ หรือการจัดส่งสินค้าและอาหาร ไปจนถึง อีคอมเมิร์ซ ซึ่งทางกลุ่มเซ็นทรัลนั้นมี JD Central ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของไทยกับ JD.com จากจีนอยู่แล้ว

แหล่งข่าวรายดังกล่าวระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีรูปแบบธุรกิจที่เติมเต็มกันและกัน แต่การเจรจานั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งเรื่องระยะเวลา รวมถึงมูลค่าของหุ้นที่จะมีการซื้อขาย

ขณะที่ตัวแทนของทั้งสองบริษัทยังปฏิเสธไม่ให้ความเห็นใดๆถึงเรื่องนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะครองตลาด ride hailing ในหลายประเทศอาเซียน (รวมถึงไทย) ได้แบบเกือบเบ็ดเสร็จ

แต่ Anthony Tan ก็เคยประกาศไว้แล้วว่า ต้องการให้บริษัทยกระดับไปเป็นแพลตฟอร์ม มากกว่าจะหยุดอยู่แค่ผู้ให้บริการเรียกรถ

เพราะอีกไม่ช้า บริษัทจะต้องแข่งขันกับ Get ที่เป็นกิจการร่วม ระหว่าง Go-Jek กับผู้ให้บริการท้องถิ่นอื่นๆ ในการเข้ามาแชร์ตลาดดังกล่าว

กลยุทธ์ในการเตรียมรับมือกับผู้ท้าชิงรายนี้ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือการจับมือกับผู้ให้บริการในท้องถิ่นเพื่อเติมเต็มกันและกัน

เหมือนที่เคยจับมือ HappyFresh (ดีลิเวอรี่สินค้าอุปโภคบริโภค) ในสิงคโปร์ หรือ Yahoo! (บริการด้านข่าวสาร) ใน สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์

ในรายงานจาก Retuters ยังนำเสนอความเห็นของ คุณณัฐพร จึงสงวนสิทธิ์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท เอเซีย กรุ๊ป แอดไวเซอร์ (ประเทศไทย) และ Jay Harriman ผู้อำนวยการอาวุโสของ BowerGroupAsia ว่าหากดีลนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย

เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายค่าขนส่งของเซ็นทรัลกรุ๊ป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีลิเวอรี่อาหารหรือการจัดส่งสินค้า

ส่วน Grab เองก็หวังว่าการจับมือกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของไทย จะส่งผลให้ภาครัฐพร้อมแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อรองรับบริการเรียกรถ (โดยเฉพาะรถป้ายดำ ที่ปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายรองรับ) ได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก

Singapore’s Grab in talks to sell Thai unit stake to Central Group: sources

 

พูดถึงธุรกิจ ride-hailing แล้ว เรานึกถึงชายคนนี้ทันที แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งบริหารไหน แต่ Masayoshi Son นั้น มีความเกี่ยวโยงกับผู้ให้บริการ ride-hailing รายใหญ่ “แทบทุกราย” ในโลกนี้ไปแล้ว

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน