Elon Musk พร้อมอำลาตำแหน่งประธาน Tesla และจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อขอยอมความกับ ก.ล.ต. ของสหรัฐ หลังถูกเอาผิดว่ามีเจตนาปั่นหุ้น จากกรณีทวีตข้อความเตรียมซื้อหุ้นคืน เพื่อนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์

หุ้นร่วง 13% หลังโดนฟ้อง

มีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ก.ย. ว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สหรัฐอเมริกา ได้ยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ Musk ในความผิดฐานปั่นหุ้น โดยต้องการให้ศาลสั่งปลด Musk ออกจากเก้าอี้ประธานบริษัทด้วย

โดยย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือน ส.ค. Musk วัย 47 ทวีตถึงการซื้อหุ้นคืนในราคาหน่วยละ 420 ดอลลาร์ (ราว 13,650 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดถึง 20% พร้อมระบุว่า “เงินทุนได้ถูกเตรียมไว้แล้ว” ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 16 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเจ้าตัวจะประกาศระงับแผนดังกล่าว ในอีกสองสัปดาห์ถัดมา

การกระทำครั้งนี้ ส่งผลให้มีนักลงทุนบางรายยื่นเรื่องฟ้องร้องเอาผิดกับ Musk ในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่ง ก.ล.ต. ก็ได้นำเรื่องนี้มาพิจารณา เนื่องจากเห็นว่าเป็นการอ้างความเท็จเรื่องได้ระดมเงินทุนสำหรับการซื้อหุ้นคืนไว้แล้ว ก่อนยื่นเอกสารฟ้องร้องต่อศาลนิวยอร์กอย่างเป็นทางการ ซึ่งนอกจากโทษทางแพ่ง ก็ยังจะขอให้ศาลออกคำสั่งปลด Musk ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้อำนวยการของบริษัทมหาชนด้วย

“คำกล่าวของ Musk ไม่เป็นจริง และทำให้เข้าใจผิด” Stephanie Avakian ผู้อำนวยการกองบังคับคดีของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน “สิ่งที่เขาทวีต ไม่มีพื้นฐานความเป็นจริง”

การยื่นฟ้องของ ก.ล.ต. ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของ Tesla เสื่อมราคาลงถึง 13% ไปอยู่ที่ 270 ดอลลาร์ (ราว 8,775 บาท) ต่อหนึ่งหน่วย

ยอมความ ก.ล.ต. ลาประธาน แต่ยังรั้งซีอีโอ

แม้ Musk จะยืนกรานปฏิเสธถึงเรื่องนี้ แต่เมื่อช่วงดึกคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็มีรายงานว่า Musk ได้ทำข้อตกลงกับ ก.ล.ต. ยื่นขอยอมความ โดยจะลงจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการ Tesla โดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่กลับมาทำหน้าที่ดังกล่าว ภายใน 3 ปีนับจากนี้ แต่ยังคงจะเป็นซีอีโอตามเดิม

นอกจากนี้ Musk และบริษัทก็ตกลงที่จะจ่ายค่าปรับ รายละ 20 ล้านดอลลาร์ โดยในกรณีของ Tesla นั้น มีความผิดฐานไม่สามารถควบคุม Musk ไม่ให้ทำการข้อความหรือเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณชนได้ อีกทั้งยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น ครบถ้วนหรือมีรายละเอียดที่ถูกต้องหรือไม่

“จากผลของการยอมความ Elon Musk จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทต่อ ส่วนบอร์ดบริหารจะมีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญ รวมถึงกบทบาทในการควบคุมการสื่อสารระหว่าง Musk กับนักลงทุน” Steven Peikin ผู้อำนวยการร่วม ก.ล.ต. สหรัฐ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับบริษัท หลังการยอมความครั้งนี้ คือ

  • Musk จะลงจากตำแหน่งประธาน ภายใน 45 วัน และถูกแทนที่โดยประธานกรรมการอิสระ โดยไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้ภายใน 3 ปีนับจากนี้
  • บริษัทจะต้องแต่งตั้งกรรมการอิสระเพิ่มอีกสองคนในบอร์ดบริหาร
  • บริษัทจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อควบคุมดูแลการสื่อสารของ Musk
  • ทั้ง Musk และบริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับจากกรณีนี้ รายละ 20 ล้านดอลลาร์ รวมเป็นเงิน 40 ล้านดอลลาร์

ทั้ง Musk และ Tesla ยังไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธแถลงการณ์เรื่องการยอมความครั้งนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

เป็นอีกครั้งที่ Musk ทวีตข้อความและสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ เพียงแต่หนนี้มันย้อนกลับมาส่งผลเสียกับเขาและบริษัท มากกว่าจะเป็นผลดี

ข้อมูลจากบางแหล่งว่า ทวีตการซื้อหุ้นคืนที่จำนวน 420 ดอลลาร์นั้น เป็นเพียงมุกตลกส่วนตัว ระหว่าง Musk กับแฟนสาวนักร้องดัง Grimes เท่านั้น เนื่องจากตัวเลข 420 ถือเป็นมุกเฉพาะในแวดวงนักสูบกัญชา

เป็นที่ยึดถือกันในนักสูบอเมริกัน ว่าในทุกๆ วันที่ 20 เม.ย. หรือเดือน 4 วันที่ 20 ชาวสายเขียวจะรวมตัวกันตอน 4.20 pm เพื่อสูบกัญชาพร้อมๆ กัน โดยถือว่าเป็นวันฉลองกัญชาโลกไปโดยปริยาย

การที่ Musk ระบุถึงตัวเลข 420 เป็นเพราะเขาต้องการสื่อความนัยแบบขำๆ ไปยัง Grimes นั่นเอง

แต่ก็มีความเห็นโต้กลับว่า ถ้าเป็นทวีตล้อเล่น ทำไม Musk ถึงยังระบุถึงประเด็นนี้ซ้ำๆต่อมา โดยไม่ปฏิเสธให้ชัดเจน จนเกิดกระแสข่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนตะวันออกกลาง รวมถึงการจัดประชุมในบอร์ด Tesla เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก่อนที่ Musk จะประกาศยุติแผนการไปในช่วงปลายเดือน ส.ค.

สำคัญสุดคือ เรื่องแบบนี้ไม่ควรใช่สิ่งที่นำมาล้อเล่นกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะคนที่อยู่ในตำแหน่งซีอีโออย่าง Musk

และ ก.ล.ต. ก็ไม่มองว่าทวีตดังกล่าวเป็นการล้อเล่นด้วย

Martha Stewart นักธุรกิจและพิธีกรคนดังของสหรัฐฯ เคยถูก ก.ล.ต. เล่นงานในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อปี 2004 ผลคือโดนจำคุก 5 เดือน, คุมประพฤติ 2 ปี และติดแบนห้ามนั่งเก้าอี้ผู้บริหารในบริษัทของเธอเองเป็นเวลา 5 ปี

ในกรณีของ Musk ต้นเหตุทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นจากการทวีตเพียงสั้นๆ แต่ก็นับเป็นหนึ่งในหลายกรณีที่ซีอีโอหนุ่มถูกเพ่งเล็งเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์นัก

ศ.จ. Joseph Grundfest แห่ง Stanford Law School (เคยเป็นคณะกรรมการ ก.ล.ต. เช่นกัน) แสดงทรรศนะกับ BBC ว่าบางที Musk อาจต้องการ “พี่เลี้ยงทวิตเตอร์” ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยกำกับดูแลการใช้โซเชียลมีเดีย

“ทิศทางสำหรับทางออกหลังจากนี้มีมากมาย ในทางเลวร้ายที่สุด คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเขาจะถูกลดระดับไปเป็นเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ และมีคนมารับตำแหน่งซีอีโอแทนที่เขา”

“ในทางหนึ่ง เขาอาจจะต้องมีสิ่งที่ผมเรียกว่า ‘พี่เลี้ยงทวิตเตอร์’ ซึ่งจะทำให้เขาไม่สามารถสื่อสารได้หากไม่ผ่านการคัดกรองจากผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบเสียก่อน”

 

เรียบเรียงจาก
SEC Sues Musk and Seeks Ban for His Tweets on Go-Private Deal

Will Elon Musk be forced to leave Tesla?

Musk resigns as Tesla chairman to settle SEC fraud case

Musk and Tesla to pay $40m to settle SEC case over tweets

เรามักคุ้นกับการเรียก Musk ว่าเป็น Iron Man ตัวจริง แต่หลายคนกลับคิดว่าผู้ชายคนนี้ Larry Ellison ต่างหาก ที่มีบุคลิกเหมือน Tony Stark ไปรู้จักผู้ก่อตั้ง Oracle จากคลิปนี้กัน

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน