การขึ้นเวทีพูดต่อหน้าคนหมู่มาก ( Public Speaking ) คืออีกทักษะที่ผู้ประกอบการทุกคนควรมี

ปัญหาคือผู้ก่อตั้งหลายคนที่มีบุคลิกเก็บตัว มักประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน จนลนลานทำอะไรไม่ถูก แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้เลย หลายคนที่ประสบความสำเร็จนั้น มีปัญหาเรื่องการพูดติดขัดมาตั้งแต่เด็กด้วยซ้ำ

หนึ่งในนั้นคือ เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ที่ยอมรับว่าสมัยเด็กกลัวการพูดหน้าชั้นจนขึ้นสมอง เพราะมีปัญหาเรื่องการพูดตะกุกตะกักมาตั้งแต่จำความได้

แต่ด้วยความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แบรนสัน ถึงก้าวข้ามความกลัวนั้นมาได้

5 สุดยอดการพิทช์ ในวงการสตาร์ทอัพ

ไม่ใช่ของถนัด แต่พร้อมทำ

ตั้งแต่เล็ก แบรนสัน นั้นมีอาการป่วยเป็นโรคดิสเล็กเซีย (Dislexia) ซึ่งเป็นความผิดปกติด้านการเรียนรู้ของสมองซีกซ้าย ทำให้มีปัญหาบกพร่องในการอ่านเขียน สะกดและผสมคำไม่ได้

แต่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ไม่มีปัญหาทักษะอื่นๆ ทั้งครูและพ่อแม่จึงต้องคอยสังเกต และหาวิธีดึงศักยภาพด้านอื่นๆของเด็กออกมา

ซึ่งหลายคนนั้นก็เติบโตมาในฐานะอัจฉริยะ เช่น จอห์น เลนนอน แห่ง The Beatles, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือ ปาโบล ปิกัสโซ

รวมถึง แบรนสัน ที่มีปัญหาเรื่องการสะกดคำและออกเสียงจากโรคนี้ จนมีปัญหาในการพูดหน้าชั้นสมัยเรียน

“การเป็นดิสเล็กเซีย ทำให้การพูดเป็นเรื่องยากสำหรับผม”

“ผมโคตรเกลียดการพูดต่อหน้าคนอื่นเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็น ขนาดมีงานที่ต้องขึ้นเวทีพูดตลอด แต่ความรู้สึกของผมก็ยังเหมือนตอนขึ้นพูดต่อหน้าคนอื่นในชั้นเรียนเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว”

“สมัยนั้นที่โรงเรียนผมมีการแข่งพูดหน้าชั้นเรียน แต่ละคนจะต้องท่องข้อมูลเพื่อขึ้นมาพูดสั้นๆหน้าห้อง ถ้าติดขัดเมื่อไหร่ ผมกับอีกหลายคนก็จะยืนทื่ออยู่อย่างนั้น จนถูกเรียกตัวลงมา พร้อมกับเสียงโห่ฮาป่าจากเพื่อนๆ ผมจำได้เลยว่ากลัวจนขึ้นสมองตอนถึงตาตัวเอง แค่นึกย้อนไปถึงตอนนั้น ผมก็เหงื่อตกแล้ว”

และนี่คือคำแนะนำเล็กๆน้อยๆจากเจ้าตัว สำหรับคนที่ไม่อยาก “ติดอ่างกลางเวที”

#3
ใช้จินตนาการช่วย

ถึงจะมีงานที่ต้องขึ้นเวทีพูดบ่อยๆ แต่ แบรนสัน ก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีนัก

แต่เหตุผลหนึ่งที่เขาเชื่อว่าทำให้เอาตัวรอดมาได้ตลอด คือเคล็ดลับที่ได้จาก เกวิน แม็กซ์เวลล์ (ผู้เขียนหนังสือ Ring of Bright Water) ซึ่งให้คำแนะนำ ว่าการใช้จินตนาการช่วย สามารถลดแรงกดดันเวลาอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากได้

“เวลาคุณต้องขึ้นเวทีพูดต่อหน้าคนมากๆ อาจจะหลายร้อยคน ให้ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่คุณจะผ่อนคลาย และพูดได้ดีกว่าแทน เช่น อาจจะคิดว่าคุณกำลังนั่งทานมื้อค่ำกับเพื่อนที่บ้าน และเล่าอะไรให้เขาฟัง ผมรู้ว่ามันอาจจะฟังดูประหลาดๆหน่อย แต่อยากให้ลองดู เพราะมันช่วยให้ผมหายกังวลได้เยอะเลย”

#2
ซ้อม ซ้อม และซ้อม

วินสตัน เชอร์ชิลล์ รัฐบุรุษชาวอังกฤษ คือหนึ่งในนักพูดที่ดีที่สุดตลอดกาล ในมุมมองของ แบรนสัน และความสำเร็จนี้ก็ไม่ได้มาจากพรสวรรค์ใดๆ แต่เกิดขึ้นเพราะการฝึกฝนอย่างหนักนั่นเอง

“เชอร์ชิลล์ เคยอธิบายถึงเรื่องนี้ในหนังสืออัตชีวประวัติว่าเขาใช้เวลาซ้อมประมาณหนึ่งชั่วโมง ต่อการพูดหนึ่งนาที”

“ผมพบว่าการซ้อมอย่างที่ เชอร์ชิลล์ ว่า จะค่อยๆลดความกลัวในการพูดบนเวทีลงทีละน้อย ผมจะพยายามซ้อมจนเก็บคำพูดทุกคำไปฝัน เมื่อไปถึงจุดนั้นได้แล้ว อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น”

นอกจากการซ้อมแล้ว แบรนสัน ยังหยิบเอาเคล็ดลับอีกเรื่องของ เชอร์ชิลล์ มาใช้ นั่นคือการจำกัดความยาวของการพูดให้ไม่เกิน 25 นาที เพราะหากเกินกว่านั้น สมาธิของผู้ฟังจะไม่จดจ่อกับสิ่งที่เราพูดแล้ว

“การพูดที่ดีควรจะเหมือนกระโปรงของสาวๆ คือยาวพอที่จะปกปิดเท่าที่จำเป็น และสั้นพอที่จะดึงความสนใจได้”

#1
เตรียมให้พร้อม

มาร์ค ทเวน นักเขียนชาวอเมริกันคนโปรดของ แบรนสัน นั้น เป็นอีกคนซึ่งเป็นที่ยอมรับในการพูดต่อหน้าสาธารณชน

ในทรรศนะของ ทเวน เขาไม่เห็นด้วยกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ที่ว่านักพูดที่ดีจะต้องสามารถพูดเรื่องต่างๆออกมาได้แบบสดๆ ตรงกันข้าม เขาจะใช้เวลาเตรียมตัวก่อนขึ้นเวทีถึงหนึ่งสัปดาห์ เพื่อร่างสิ่งที่จะพูด และพยายามจำให้แม่น”

อีกหนึ่งคำแนะนำจาก ทเวน ที่ แบรนสัน ชอบ ก็คือ “มีสปีกเกอร์แค่สองประเภทเท่านั้นบนโลก” คือ 1) คนที่ขึ้นพูดทั้งที่ยังกังวล 2) พวกที่โกหกเก่ง

“ถ้าคุณจัดอยู่ในกลุ่มแรก เราคือพวกเดียวกัน”

AHEAD TAKEAWAY

การก้าวข้ามความกลัวในการขึ้นพูดบนเวที ยังมีส่วนหล่อหลอมบุคลิกของ ริชาร์ด แบรนสัน ให้พร้อมรับกับสถานการณ์อื่นๆด้วย

“เคยมีคนถามผมว่ารับมือกับความกดดันยังไง ผมตอบไปทันทีว่าการแบกรับความกดดันถือเป็นเรื่องพิเศษ มันเป็นโอกาสสำหรับการคิดบวก เมื่อเราต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด มันทำให้เราต้องตื่นตัวมากขึ้น คึกคักกว่าเดิม และจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจะช่วยให้คุณทำสิ่งนั้นๆได้ดีขึ้น”

“และอย่าลืมว่ายิ่งเสี่ยงมากแค่ไหน รางวัลที่จะได้รับก็สูงขึ้นตามไปด้วย”

“ผมค่อยๆเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความกดดันให้เป็นพลังงานบวก เพราะผมไม่มีพรสวรรค์ในการพูด ผมเลยถือว่าทุกครั้งที่ขึ้นเวที มันเป็นแค่การสนทนาแบบไม่เป็นทางการที่ผมถนัดกว่า”

นอกจาก แบรนสัน แล้ว ยังมีผู้บริหารและบุคคลที่ประสบความสำเร็จอีกมากมาย ที่มีปัญหาการพูดติดขัดตั้งแต่เล็ก และนี่คือวิธีที่แต่ละคนเลือกใช้

  • ไทเกอร์ วูดส์ อดีตนักกอล์ฟมือหนึ่งโลก มักถูกล้อเลียนเรื่องการพูดติดอ่างในตอนเด็กจนเกือบคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว และที่ระบายความรู้สึกของเจ้าตัวก็คือสุนัขที่บ้าน ซึ่งพร้อมจะนั่งฟัง วูดส์ บ่น จนกระทั่งเจ้าตัวหลับไปเอง
  • โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีคนที่ 47 มีปัญหาเรื่องการพูด จนถึงตอนอายุต้น 20 ทางแก้ของเขาคือการอ่านบทกวีดังๆหน้ากระจก เพื่อขัดเกลาจังหวะการพูดของตัวเอง
  • ซามูเอล แจ๊คสัน นักแสดงฮอลลีวู้ด พยายามที่จะพูดช้าๆ เพื่อดึงสติตัวเองไว้ แต่ก็ยอมรับว่าทุกวันนี้แม้แต่ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ เขาก็ยังเกิดอาการพูดติดอ่างขึ้นมาเป็นบางครั้ง “บางวัน พอได้ยินผู้กำกับสั่งแอคชั่น ผมก็จะ G-g-g-et… แล้ววันนั้น ผมก็จะพูด G สะดุดไปทั้งวัน บางวันก็ S ทุกวันนี้ผมก็ยังติดอ่างอยู่นะ”
  • โรแวน แอตกินสัน นักแสดงคอมเมดี้ระดับตำนานชาวอังกฤษ เล่าว่าการแสดงบทบาทเป็นคนอื่นนั้น ช่วยให้เขาลืมการพูดตะกุกตะกักของตัวเองไปได้
  • แจ๊ค เวลช์ อดีตซีอีโอของ GE มีปัญหาเรื่องการพูดตั้งแต่เด็ก แต่แม่ของเขาก็ยังสนับสนุนและให้กำลังใจว่า “สิ่งที่อยู่ในหัวเขามันยอดเยี่ยม จนลิ้นของเขาพูดตามในสิ่งที่เขาคิดไม่ทัน” นั่นทำให้เขาไม่ยอมให้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแบบนี้กลายเป็นอุปสรรคในชีวิต

 

เรียบเรียงจาก
If Giving A Speech Fills You With Fear It Can Be Hard To Represent Your Business Well.

When You’re Running A Business Pressure Can Come From Many Directions, All At The Same Time.

6 Famously Successful People Who Have Overcome Stuttering

5 เทคนิค Sales สาย introvert : คุยไม่เก่ง ก็ขายได้

นอกจาก แบรนสัน แล้ว อีลอน มัสก์ ก็เป็นผู้ประกอบการอีกคนที่มีปัญหาเรื่องการพูดในวัยเด็ก เจ้าตัวถึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กและการศึกษา (แม้จะเป็นการสอนในแบบฉบับของตัวเองก็ตาม)

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า