Tesla ผลิตรถยนต์ได้เป็นสถิติใหม่ของบริษัท คิดเป็นจำนวนกว่า 80,000 คัน ในช่วงไตรมาส 3 โดยเฉพาะ Model 3 ที่ขยับขึ้นถึง 187% จากไตรมาสที่แล้ว ส่งผลให้มีลุ้นสร้างตัวเลขผลกำไรได้เป็นครั้งแรก ตามที่ Elon Musk ประกาศไว้ว่าจะทำให้ได้ภายในสองไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ท่ามกลางข่าวไม่สู้ดีหลากหลายประการ โดยเฉพาะกับตัว Musk ที่โดนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สหรัฐอเมริกา สั่งฟ้องข้อหาทวีตปั่นหุ้น จนกระทั่งมีการยอมความ Musk ยอมสละเก้าอี้ประธานบอร์ดบริหาร คงเหลือไว้เพียงตำแหน่งซีอีโอ และตัวเขากับบริษัทยอมจ่ายค่าเสียหายรวม 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,300 ล้านบาท) นั้น ก็ยังคงมีข่าวดีอยู่บ้างในเรื่องยอดผลิตประจำไตรมาสล่าสุด

สื่อหลายสำนักรายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถ EV เจ้าดัง สามารถทำลายสถิติการผลิตของตัวเองได้เรียบร้อย กับการผลิตรถรุ่นต่างๆ รวมแล้ว 80,142 คันในช่วง 3 เดือนหลังสุด โดยที่สามารถเร่งผลิตได้ถึง 2,000 คันในเวลาเพียง 2 วันครึ่งสุดท้ายของเดือน ก.ย.

ในจำนวน 80,142 คันดังกล่าว เป็นรถ Model 3 จำนวน 53,239 คัน ซึ่งหมายถึงการขยับยอดผลิตขึ้นได้ถึง 187% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว

นอกจากนั้น ยอดการผลิตรถยนต์ในไตรมาสล่าสุดนี้ ยังมากกว่าทั้ง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้รวมกันด้วย

ยังมีการเปิดเผยว่า บริษัทสามารถจัดส่งรถถึงมือผู้สั่งจองได้เป็นจำนวนถึง 83,500 คันในไตรมาสล่าสุด คิดเป็นจำนวน 80% ของการจัดส่งรถในตลอดปี 2017

ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจาก Musk มีการส่งอีเมลถึงพนักงานเมื่อ 30 ก.ย. เพื่อแจ้งเตือนถึงการบรรลุเป้าหมายการผลิตประจำไตรมาส 3 “เราใกล้จะบรรลุผลกำไร และพิสูจน์ถึงข้อครหาทุกประการ แต่เพื่อให้มั่นใจที่สุด เราจึงต้องดำเนินการให้ดีในวันพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์)” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “ถ้าเราทุ่มเต็มที่ในวันพรุ่งนี้ เราจะบรรลุชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเหนือกว่าความคาดหมายทั้งหมด”

หลังการเปิดตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว Musk ตั้งเป้าหมายการผลิต Model 3 เอาไว้ที่ 5,000 คันต่อสัปดาห์ ก่อนที่จะมาบรรลุเป้าเอาในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา (พร้อมกับคำนิยาม “production hell” ระหว่างทาง) แต่ยอดผลิตล่าสุดแสดงให้เห็นว่า พวกเขาสามารถไปไกลกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้แล้ว

เป็นที่คาดว่า บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการของไตรมาส 3 ในช่วงต้นเดือน พ.ย. ซึ่งด้วยยอดผลิตที่ออกมาน่าประทับใจ พร้อมกับกลยุทธ์ต่างๆ ที่งัดมาใช้ ทั้งบริการเดลิเวอรี่จัดส่งรถถึงบ้าน, การตัดงบเลิกจ้างพนักงานส่วนต่างๆ จนถึงการปรับโครงสร้างอค์กรบางส่วน ก็ทำให้มีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นครั้งแรก ภายในปีนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

ยอดการผลิตรถยนต์ที่ปรากฎในไตรมาสล่าสุดนี้ คือข่าวดีของ Tesla ที่เจอความผันผวนมาตลอดทั้งปี และเริ่มแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานของ Elon Musk มีประสิทธิภาพจับต้องได้

ยอดการผลิตและจัดส่งที่กำลังไปได้สวย แง่หนึ่งสะท้อนถึงคำของ Musk ที่กล่าวไว้ (ต่อคำสั่งฟ้องของ ก.ล.ต.) ว่า “ข้อเท็จจริงทุกอย่างก็จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมไม่เคยทำให้บริษัทต้องเสียหาย”

กระนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของซีอีโอคนดัง นำพาปัญหามาสู่บริษัทและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขาเอง ในหลายกรณี โดยเฉพาะเคส ก.ล.ต. ล่าสุดที่โดนปรับกันไปฝ่ายละ 20 ล้านดอลลาร์

มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อบางเจ้า ว่าอันที่จริง หากว่า Musk ก้มหน้าก้มตาทำงานของเขาไปโดยไม่เสียสมาธิไปกับการใช้ทวิตเตอร์ บริษัทจะเติบโตได้ดีกว่านี้อีกมาก

Will Oremus ของ Slate แม็กกาซีนออนไลน์ในสหรัฐฯ วิเคราะห์ไว้ในหัวข้อ “การลงโทษ Elon Musk ของ ก.ล.ต. คือสิ่งที่ Tesla ต้องการ” ว่าเป็นเรื่องดีของบริษัทแล้วที่ Musk โดนลงดาบและต้องหาประธานบอร์ดคนใหม่มาทำหน้าที่แทน

“ความตั้งใจของ ก.ล.ต. ในการลงโทษต่อทวีตนั้น บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับบริษัทของพวกเขา ท้ายสุด Musk เลือกจะยอมความ ถอยตัวจากการเป็นประธานบอร์ดและจ่ายค่าปรับ จากนี้บริษัทจะต้องใส่กรรมการอิสระเข้าไป 2 ตำแหน่ง และต้องระแวดระวังการสื่อสารสาธารณะของ Musk ซึ่งรวมถึงทวีตที่เกี่ยวข้องกับ Tesla”

“มันเป็นมากกว่าการตบหน้า และเป็นเรื่องซีเรียสมาก แต่ก็นับเป็นยาแรงที่ทั้งตัว Musk และบริษัทต่างต้องการ”

“ที่ SpaceX พวกเขามีซีโอโอ Gwynne Shotwell คอยดูแลงานวันต่อวัน รวมถึงคอยคานอำนาจของ Musk ซึ่งเขาไม่มีคนแบบนั้นที่นี่ แต่เร็วๆ นี้ เขาจะมีคนมาคอยโต้ตอบแล้ว นี่เป็นสิ่งดีสำหรับเขา, สิ่งดีสำหรับบริษัท และเป็นสิ่งดีสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในภารกิจของบริษัท”

 

เรียบเรียงจาก
Tesla Reportedly Smashes Factory Records as Elon Musk Teases Profitability
Tesla confirms that Model 3 production hit its ambitious target last quarter
The SEC’s “Punishment” of Elon Musk Is Exactly What Tesla Needed

ธุรกิจของ Musk นั้น มีมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือบริษัททัวร์และสำรวจอวกาศ Space X ที่เจ้าตัวเปรียบว่าเป็นเหมือนลูกอีกคน (นอกเหนือจาก Tesla) เขาจริงจังกับธุรกิจนี้มากแค่ไหน ไปดูกัน

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน