ต่อให้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมีหรือเคยมี พฤติกรรมแย่ๆ ติดตัวอยู่บ้างทั้งนั้น

และหลายครั้งที่เรื่องเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ขวางไม่ให้คุณไปได้สุดทางอย่างที่ตั้งใจไว้

แต่ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่แก้ไขไม่ได้ ไปดูกันว่า นิสัย และ พฤติกรรมแย่ๆที่ Bill Gates, Elon Musk และ Mark Cuban เคยมี ก่อนสลัดทิ้งจนประสบความสำเร็จได้ คืออะไร? เพื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้คุณนำไปแก้ไขข้อเสียของตัวคุณเองบ้าง

ผัดวันประกันพรุ่ง
Bill Gates

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เล็ก แต่นิสัยเสียอย่างหนึ่งของ Bill Gates ที่แก้ไม่หายในช่วงวัยรุ่นคือการผัดวันประกันพรุ่ง

“คนอื่นๆอาจจะคิดว่าผมพูดเล่น แต่สมัยก่อนผมเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ผมจะไม่ทำอะไรเลยจนไฟลนก้นแล้วนั่นแหละถึงจะเริ่มลงมือ”

Gates เล่าถึงข้อเสียของตัวเอง สมัยเป็นนักศึกษาฮาร์วาร์ด ในการปาฐกถาต่อหน้านักศึกษาวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนแบรสกา-ลินคอล์น

จนเมื่อดร็อปเรียนออกมาก่อตั้ง Microsoft ร่วมกับ Paul Allen เพื่อนซี้ Gates ถึงรู้ว่าเขาจะทำตัวแบบนี้อีกไม่ได้ เพราะเวลานั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลในการทำธุรกิจ

“ไม่มีใครปลื้มที่ผมมานั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำในนาทีสุดท้ายอีกแล้ว”

นั่นทำให้ Gates ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ด้วยการเลียนแบบนักศึกษาคนอื่นๆที่เขาเคยรู้จักสมัยเรียน ด้วยการจัดตารางเวลาให้กับตัวเอง

แต่ถ้าใครรู้สึกว่ายังทำงานให้ตรงตามกำหนดเวลาไม่ได้ ก็อาจต้องย้อนกลับไปปรับวิธีคิดใหม่ ตามคำแนะนำจาก Kevin O’Leary นักลงทุนจาก O’Leary Funds และเมนเทอร์จาก Shark Tank

“ซอยเวลาทำงานของคุณออกเป็นช่วงสั้นๆ 15 นาที และให้ความสำคัญกับมันเป็นพิเศษ”

และที่สำคัญที่สุด คิดไว้ว่าสิ่งที่คุณลงมือทำ มันคือที่มาของเงินที่คุณจะได้

 

ติดกาแฟ
Elon Musk

ซีอีโอของ Tesla เป็นพวก workaholic ที่ทำงานสัปดาห์ละ 120 ชั่วโมง ยังไม่นับเวลาที่ใช้ไปกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

การนอนเต็มอิ่มจึงไม่ใช่วิถีชีวิตของเจ้าตัว (ในการให้สัมภาษณ์กับ CBS เมื่อต้นปี Musk เล่าว่าเขานอนบนโซฟาในห้องประชุมที่โรงงาน Tesla มากกว่านอนที่บ้าน)

วิธีชดเชยการนอนน้อยของ Musk ก็เหมือนอีกหลายๆคน คือการซดกาแฟเพื่อกระตุ้นตัวเอง ยังไม่นับไดเอท โค้ก ที่แม้จะไม่มีน้ำตาล แต่ก็มีคาเฟอีนอยู่ วันละ 8 กระป๋อง

Musk เล่าในการให้สัมภาษณ์กับ Auto Build ว่าการติดกาแฟอย่างหนัก ทำให้เขาดื่มมากเกินปริมาณที่ควร “มีช่วงหนึ่งที่ผมดื่มจนมีปริมาณคาเฟอีนในร่างกายสูงเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย”

ในทางการแพทย์นั้น พบว่าการดื่มกาแฟนั้นมีความเชื่อมโยงกับฮอร์โมนความเครียด ที่ชื่อ “คอร์ติซอล” ซึ่งอยู่ในกลุ่มสเตอรอยด์

หน้าที่ของ คอร์ติซอล คือ เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมสู้ปัญหา

แต่การดื่มกาแฟผิดเวลา หรือดื่มในปริมาณมากไป จะเป็นการเร่งให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนนี้มากจนเกินความจำเป็น ร่างกายและสมองจะตื่นตัวจนทำงานหนัก และกลายเป็นความเครียดแทน

นอกจากนี้ การดื่มกาแฟยังส่งผลต่อวงจรการนอนหลับของคุณด้วย เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการขับคาเฟอีนครึ่งหนึ่งที่ได้รับจากร่างกาย (หรือที่เรียกกันว่า half-life) ประมาณ 6 ชั่วโมง

เท่ากับว่าถ้าคุณดื่มตอนห้าโมงเย็น กว่าที่ร่างกายจะขับคาเฟอีนออกมาครึ่งหนึ่งก็ปาเข้าไปตอนห้าทุ่ม

และยิ่งคุณข่มตาหลับยากเท่าไหร่ มันก็จะกระทบชิ่งไปถึงการทำงานของสมองในวันถัดไป จนต้องดื่มกาแฟเพิ่มเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรทำลายสุขภาพ (toxic cycle) แบบไม่มีจุดสิ้นสุด

ฉะนั้น ใครที่ติดกาแฟแบบหนักๆ ก็อาจจะต้องค่อยๆลดการดื่มลงทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากาแฟเป็นสิ่งไม่ดี มันจะให้ผลดีที่สุด ถ้าคุณรู้จักดื่มแต่พอเหมาะ คือวันละหนึ่งถึงสองแก้ว รวมถึงดื่มน้ำมากๆ

นอกจากนี้ เวลาในการดื่มก็สำคัญ ช่วงที่ดีที่สุดคือ สิบโมงเช้าถึงเที่ยง และบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่คอร์ติซอลลดต่ำสุด

 

ขี้โวยวาย ใช้อารมณ์
Mark Cuban

การพูดจาเสียงดัง หรือตะคอกคนอื่น ไม่ใช่วิธีที่เหมาะในการสื่อสาร ไม่ว่าจะพูดกับใคร คือบทเรียนที่ Mark Cuban ได้เรียนรู้ในช่วงเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ

ในช่วงที่เริ่มทำธุรกิจ Cuban และ Martin Woodall ผู้ร่วมก่อตั้ง MicroSolutions และ Broadcast.com มักมีเรื่องปะทะกันทางความคิดบ่อยๆ เพราะเชื่อว่าไอเดียของตัวเองดีกว่า

“ผมกับเขาตะคอกใส่หน้ากันตลอด จนต่างคนต่างจะเป็นบ้า เขาคิดสารพัดคำมาด่าผม ผมก็ตอบโต้กลับไปแรงๆเหมือนกัน ตอนนั้น เราทะเลาะกันเองบ่อยจนผมคิดว่าเราน่าจะเสียโอกาสดีๆไปหลายเรื่อง”

จนเมื่ออายุมากขึ้น Cuban ถึงรู้ว่าการทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน แทบไม่ได้ให้อะไรกับเขาหรือองค์กรเลย

“เมื่อคุณเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่จะหายไปคือคนใกล้ตัว การทำงานที่ได้ผลดี ผลกำไรหรือแม้แต่ความสามารถในการแข่งขัน”

Jeff Weiner ซีอีโอของ LinkedIn ยังเสริมว่าทักษะในการสื่อสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่ใส่ใจกับน้ำเสียงในการพูด การแสดงออกของสีหน้าท่าทางและเป็นคนที่รู้จักฟังมากกว่าพูด

 

AHEAD TAKEAWAY

จะเห็นได้ว่าการยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ติดตัวมาตลอดของทั้งสามคน คือการต้องยอมรับให้ได้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า Gates ยังเชื่อมั่นในตัวเอง ด้วยการดองงานไว้ทำในนาทีสุดท้ายไม่เปลี่ยน?

Musk ที่ดื่มกาแฟและอดนอนจนสุขภาพทรุดโทรม?

หรือ Cuban ยังคงเกรี้ยวกราดตลอดเวลา จนคนรอบข้างหนีหาย?

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ดีของคุณนั้น ก็คงไม่ต่างจากทั้งสามคนที่ว่ามา นั่นคือต้องเริ่มจากการตรวจสอบตัวเอง ด้วยใจที่เป็นกลาง และการเปิดใจกว้างยอมรับให้ได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แทนที่จะยึดติดกับความคิดของตัวเองฝ่ายเดียวว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้ว

เพราะเมื่อไหร่ที่คุณก้าวข้ามกำแพงความคิดนั้น คุณก็จะมองโลกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น และปรับตัวได้ในที่สุดนั่นเอง

แล้วคุณล่ะ เคยมีคนทักไหมว่ามีข้อเสียอะไร และพร้อมแล้วหรือยังที่จะแก้ไขมัน?

เรียบเรียงจาก

Bill Gates, Elon Musk and Mark Cuban quit these 3 bad habits before they became successful

เรายังมีคอนเทนต์ในรูปของวิดีโอที่น่าสนใจให้คุณติดตามในแชนแนลทาง YouTube ด้วย ลองไปดูกันว่าหนึ่งในสุดยอดการเจรจาที่ทำให้ Bill Gates รวยที่สุดในโลกอยู่หลายปี เป็นอย่างไร

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน