Huawei ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของจีน เตรียมนำเทคโนโลยี เครือข่ายศูนย์ข้อมูลเคลื่อนที่ (Mobile Data Center – MDC) มาใช้กับ Audi Q7 ในการพัฒนารถไร้คนขับ ตามแผนจับมือกับ Audi ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี

ภายในงาน Huawei Connect 2018 ที่เซี่ยงไฮ้ ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของ MDC 600 ซึ่งใช้ชิปเซตตัวใหม่ Ascend 310 สามารถประมวลผลได้ถึง 352 TeraOPS สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆในรถไร้คนขับ อาทิ กล้อง 16 ตัว, เรดาร์ Millimeter-wave 6 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิค 16 ตัว และไลดาร์เซนเซอร์ 8 ตัว

อุปกรณ์ดังกล่าว จะถูกติดตั้งในรถครอสโอเวอร์ SUV Audi Q7 ในฐานะรถรุ่นทดสอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างสองบริษัท จากการผลักดันโดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ของจีน กับนาง Angela Merkel ของเยอรมนี เพื่อเป็นการทดสอบต่อไป

 

 

Saad Metz รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Audi ของจีน เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้ จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการทดสอบได้ พร้อมยกตัวอย่างว่าปัจจุบัน รถไร้คนขับส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพิงผู้ควบคุม และอุบัติเหตุ 95% ที่เกิดขึ้น ก็มาจากความไม่พร้อมของผู้นั่งรถทดสอบนั่นเอง

ขณะที่ Joy Huang รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ไอทีของ Huawei ก็เสริมว่า MDC 600 จะยกระดับให้รถไร้คนขับ เป็นเสมือนดาต้าเซนเตอร์เคลื่อนที่เลยทีเดียว

การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นการต่อยอดจากการลงนามบันทึกความเข้าใจสำหรับการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายเมื่อเดือน ก.ค.

และยังเป็นความก้าวหน้าไปอีกขั้นของทางฝั่ง Audi หลังจากได้รับใบอนุญาตลงวิ่งรถทดสอบบนท้องถนนในเมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู ช่วงกลางเดือนที่แล้ว

ที่ผ่านมา Audi ของจีน ได้ไลเซนส์การวิ่งทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ เลเวล 4 ในเมืองอู๋ซี พร้อมๆ กับที่พวกเขายังมีแผนการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการจ้างงานด้านรถไร้คนขับและเทคโนโลยี Internet of Vehicles (IoV) ประมาณ 150 อัตรา เป็นลำดับถัดไป

และป็นค่ายรถรายที่ 3 เท่านั้นที่ได้สิทธิ์ทดสอบรถไร้คนขับบนท้องถนนในจีน ถัดจาก Daimler AG (Mercedes-Benz) ในกรุงปักกิ่ง และ BMW ในเซี่ยงไฮ้

 

AHEAD TAKEAWAY

เทคโนโลยีรถไร้คนขับ กลายเป็นสิ่งที่หลายบริษัทยักษ์ใหญ่มุ่งเน้นความสำคัญ ซึ่งการจับมือกันระหว่าง Huawei กับ Audi ก็นับเป็นเคสที่ 3 ในรอบสัปดาห์นี้ที่เป็นข่าว ถัดจาก SoftBank ร่วมมือกับ Toyota และ Honda เข้าลงทุน 2,750 ล้านดอลลาร์ใน GM Cruise (General Motors)

ช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พวกเขาก็สร้างความฮือฮาเล็กๆ ด้วยการสอนให้ AI ในชิปเซ็ตจากสมาร์ทโฟน Mate 10 Pro ควบคุมรถไร้คนขับ ในโปรเจ็กต์ RoadReader ซึ่งสามารถทำหน้าที่พื้นฐาน อย่าง หลบหลีกสิ่งกีดขวางตรงหน้า ทั้งสิ่งมีชีวิต และสิ่งของต่างๆ

แม้จะยังไม่มีรายงานว่ายักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากจีน มีแผนสร้างยานยนต์ไร้คนขับของตัวเอง แต่การจับมือกับ Audi เพื่อนำระบบ MDC มาใช้ ก็นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ของตน

และภายในงาน Connect 2018 ก็ยังมีการประกาศความร่วมมือด้าน AI กับ Tianjin Binhai New Area รวมถึงโซลูชันสมาร์ทแคมปัส และร่วมสร้างห้องแล็บนวัตกรรมร่วมกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนอย่าง Vanke ด้วย

นั่นหมายถึงรถไร้คนขับอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะในภาพกว้างนั้น การก้าวไปสู่เป็นมหาอำนาจด้านปัญญาประดิษฐ์ตามแนวทางของรัฐบาลจีน น่าจะเป็นเป้าหมายหลักของ Huawei และอีกหลายบริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร

เรียบเรียงจาก
Huawei and Audi partner on ‘intelligent self-driving’
Audi granted license for self-driving road test in east China

การที่จีนตั้งเป้าเป็นมหาอำนาจด้านนวัตกรรมนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่ AHEAD ASIA คิดขึ้นมาเองลอยๆ แต่มาจากทิศทางที่ผู้นำจีนแสดงท่าทีมาตลอด เช่นเดียวกับการสังเกตการณ์จากฝั่งตะวันตก ที่เชื่อว่าอีกไม่ช้าพวกเขาอาจเป็นฝ่ายตามหลังจีนแทน หากไม่เร่งพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้น

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments