ที่ผ่านมา เราพูดถึง Paul Allen กันเฉพาะในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ขณะที่ความโดดเด่น และชื่อเสียงนั้นเทไปทาง Bill Gates เป็นส่วนใหญ่

แต่ในความเป็นจริง Allen มีบทบาทสำคัญไม่น้อยกับบริษัทแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงก่อตั้ง หรือแม้แต่ตอนที่เจ้าตัวลาออก และผันตัวมาเป็นนักลงทุน ก็มีผลงานที่น่าทึ่งอีกมากมาย

และนี่คือ 5 ข้อคิดจาก “อีกครึ่งหนึ่งของ Microsoft” ผู้มีส่วนพลิกโฉมวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปตลอดกาล Paul Allen

 

1
ผสมไอเดีย คือการสร้างนวัตกรรม

Tim Paterson ผู้เขียน QDOS ตัวจริง ที่สุดท้ายลงเอยด้วยการเป็นลูกจ้างของ Gates และ Allen

 

“ผมสนใจเรื่องการหาหนทางต่างๆเพื่อสร้างนวัตกรรม…มันเป็นเรื่องของการผสมผสาน ไม่ใช่โฟกัสที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง”

ในทรรศนะของ Allen นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเกิดจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจงเสมอไป เพราะการผสมผสานหลายๆสิ่งเข้าด้วยกัน ก็สามารถก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นได้

หรือแม้แต่การที่จุดเริ่มต้นของบางสิ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่พวกเขาเขียนขึ้นเอง

ย้อนไปในปี 1980 Microsoft ซึ่งยังเป็นบริษัทเล็กๆ ได้รับการติดต่อจาก IBM ให้เขียนระบบปฏิบัติการให้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่

ทั้งคู่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวในทันที แม้จะไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ว่าในมือก็ตาม

แต่ Allen รู้มาว่ามีอีกบริษัทในซีแอตเทิล มีสิ่งที่ทั้งคู่ต้องการอยู่

เขาและ Gates จึงติดต่อไปหา Seattle Computer Products เพื่อขอซื้อ QDOS (Quick and Dirty Operating System) ในราคา 50,000 ดอลลาร์ และนำมาดัดแปลงเป็นระบบปฏิบัติการ DOS ของตนเอง

เมื่อดีลกับ IBM ลุล่วง โดยที่ทั้งคู่เพียงแต่ขายไลเซนส์ให้กับ IBM และถือกรรมสิทธิ์ระบบดังกล่าวไว้ขายให้กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นๆได้ด้วย

มันก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งสำหรับ Microsoft และวงการคอมพิวเตอร์

ว่า ซอฟต์แวร์ สามารถทำกำไรได้มากกว่า ฮาร์ดแวร์

ขณะที่ Tim Paterson ผู้เขียน QDOS ตัวจริง ในฐานะพนักงานของ SCP ในเวลานั้น (ก่อนจะลาออกมาเป็นพนักงานของ Microsoft ในเวลาต่อมา) กลับไม่ได้ร่ำรวยจากผลงานของตัวเอง มีเพียงการให้เครดิตในเวลาต่อมาว่าเป็น ‘Father of Dos’ เท่านั้น

 

2
เมล็ดพันธุ์ของความสำเร็จ

Traf-O-Data โปรเจกต์แรกของ Gates และ Allen ที่ให้ประสบการณ์ล้ำค่าแก่ทั้งคู่

 

“จากประสบการณ์ของผม ทุกความล้มเหลวจะมีเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จครั้งต่อไปอยู่ด้วย ขอเพียงคุณพร้อมที่จะเรียนรู้จากมัน”

ความสำเร็จของ Allen และ Gates ไม่ได้เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด

ทั้งคู่เคยร่วมกันก่อตั้ง Traf-O-Data ระบบรวบรวมข้อมูลการสัญจรบนท้องถนน สำหรับเทศบาลเมืองซีแอตเทิล เพื่อใช้เป็นรายงานสำหรับงานวิศวกรจราจร ในการพัฒนาถนนและปรับปรุงสัญญาณไฟ

โปรเจกต์ดังกล่าวประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกไป หลังรัฐวอชิงตันเสนอให้มีบริการคล้ายๆกันนี้สำหรับทุกเมืองในรัฐแบบไม่คิดมูลค่า

แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง Allen และ Gates ได้รับ ก็คือประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมภาษา Altair BASIC สำหรับเครื่อง MITS Altair 8800

 

3
ผู้ชนะคือคนที่คว้าโอกาสไว้ได้

คอนเทนต์เกี่ยวกับ Altair 8800 ในหนังสือ Popular Science ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Microsoft

 

“เกือบทุกครั้ง โอกาสดีที่สุดเกิดขึ้น เมื่อคู่แข่งของคุณยังไม่ทันตั้งตัวได้ ไม่ใช่ที่ๆพวกเขาปักหลักได้แล้ว”

จุดเริ่มต้นของ Microsoft และการดร็อปเรียนของ Bill Gates ก็มีที่มาจากเรื่องนี้

Allen และ Gates ซึ่งอ่อนกว่าสองปี รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว

และเมื่อเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย Allen ก็เป็นฝ่ายที่ดร็อปจากการเรียนที่ ม.วอชิงตัน สเตทก่อน เพื่อทำงานในฐานะโปรแกรมเมอร์ของบริษัทแห่งหนึ่งใกล้ๆกับฮาวาร์ด ที่ซึ่ง Gates เรียนอยู่นั่นเอง

จนวันหนึ่ง เมื่อเจ้าตัวอ่านเจอบทความเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ Altair 8800 ในนิตยสาร Popular Science ก็เกิดไอเดียที่จะสร้างเวอร์ชั่นเฉพาะของภาษา BASIC ให้กับคอมพิวเตอร์รุ่นนี้โดยเฉพาะ

ก่อนออกปากชวนให้ Gates มาร่วมงานกัน จนเป็นที่มาของการดร็อปจากมหาวิทยาลัยของอีกฝ่ายตั้งแต่ตอนปีสอง แทนที่จะรอจนเรียนจบ

เพราะทั้งคู่รู้ว่าหากช้าเกินไป ก็จะมีคนที่คิดเหมือนๆกัน ผลักดันไอเดียนี้ให้เป็นจริงขึ้นมาก่อนนั่นเอง

 

4
มองไปยังอนาคต

Vulcan นั้นลงทุนในกิจการหลากหลาย และประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือการนำ ซีฮอคส์ เป็นแชมป์ซูเปอร์โบว์ล

“ความเป็นไปได้นั้นถูกเขียนนิยามใหม่ขึ้นเสมอ และผมก็ใส่ใจเป็นพิเศษถึงการช่วยให้มนุษยชาติก้าวไปข้างหน้า”

หลังมีเรื่องขัดแย้งกับ Gates และ Steve Ballmer จนลาออกจาก Microsoft ในปี 1983 Allen ก็เริ่มหันมาสนใจด้านการลงทุนมากขึ้น

กระทั่งในปี 1986 เขากับ Jody น้องสาว ก็ร่วมกันก่อตั้ง Vulcan กองทุน Venture Capital ที่มีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์

หลายคนอาจจะคิดว่าชื่อ Vulcan นั้นโยงกับตัวละครใน Star Trek เพราะ Allen นั้นเป็นสาวกนิยายไซไฟ

แต่ที่มาจริงๆของชื่อนี้ ก็คือเทพแห่งไฟ โลหะ และการช่าง ที่มีอีกชื่อคือ Hephaestus (เฮฟเฟสตุส) ในเทพปกรณัมกรีก ซึ่งเป็นผู้สร้างวังที่ประทับ และอาวุธของเหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัส

ซึ่งบุคลิกเก็บตัว ชอบขลุกอยู่ในโรงหล่อ มากกว่าจะขึ้นไปอยู่บนเขาโอลิมปัสของ Vulcan ก็เหมือนกับ Allen ที่สนใจการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ มากกว่าการทำธุรกิจ เหมือนที่เจ้าตัวเคยกล่าวไว้ว่า

“คนเรามักมองหาสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุกไปด้วย แต่สิ่งสำคัญกว่าคือคุณทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้โลกใบนี้ดีขึ้น”

ขณะที่ Gates กล่าวถึงครึ่งหนึ่งของ Microsoft ที่เลือกแยกตัวออกไปว่า “พอล ไม่เคยจำกัดตัวเองไว้ที่การเป็นเจ้าของบริษัทเพียงบริษัทเดียว”

นอกจากเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีแล้ว Allen ยังมีความสนใจในเรื่องดนตรีและกีฬาชนิดเข้มข้นด้วย

เขาเป็นเจ้าของกิจการของ Seattle Seahawks ใน NFL และ Portland Trailblazers ใน NBAรวมถึงเปิดพิพิธภัณฑ์ Experience Music Project เพื่อเป็นเกียรติแก่ฮีโร่ในวัยเด็ก Jimi Hendrix ด้วย

ขณะที่ Quincy Jones โปรดิวเซอร์ระดับตำนานของวงการเพลง ยังยกย่องว่าพรสวรรค์ทางดนตรีของ Allen นั้น สามารถเทียบชั้นกับสุดยอดมือกีตาร์อย่าง Hendrix ได้เลยทีเดียว

 

5
แพสชั่นนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่

Stratolaunch เครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในผลงานชิ้นสุดท้ายของ Allen

 

“เวลาทำงาน ผมพยายามจะจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เร่งให้มันมาถึงเร็วขึ้น และผลักดันให้มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ไม่รู้จบของจักรวาล ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เด็กๆแล้ว และมันก็เป็นแรงขับในทุกๆเรื่อง ทั้งงานของผม สิ่งที่ผมลงทุน หรือแม้แต่งานการกุศล”

ความหลงใหลในนิยายวิทยาศาสตร์ ทำให้ Allen คือบิลเลียนแนร์กลุ่มแรกๆที่ลงทุนพัฒนาโครงการสำรวจอวกาศ จนเป็นที่มาของ SpaceShipOne ยานอวกาศลำแรกที่ได้รับทุนจากภาคเอกชน ในปี 2004

ตามด้วย Stratolaunch เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยระยะระหว่างปลายปีกสองฝั่งที่ยาวถึง 385 ฟุต หรือ 117 เมตร สำหรับนำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในราคาที่ถูกลง

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่ Bill Gates ก็เชื่อว่าการมีความเห็นที่แตกต่าง ระหว่างสองคนนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของการร่วมงานกัน

และย้ำว่าโลกคอมพิวเตอร์ทุกวันนี้อาจต่างออกไปก็ได้ หากเขาไม่ได้ร่วมงานกับ Paul Allen เพื่อก่อตั้ง Microsoft ขึ้น

ซึ่งหากเป็นจริงก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะย้อนกลับไปในปี 1972 Allen มีโอกาสเข้าเรียนที่ รีด คอลเลจ ในโอเรกอน แต่เพราะพ่อแม่ไม่มีทุนทรัพย์มากพอจะสนับสนุนค่าเล่าเรียนที่นั่นได้ เขาจึงต้องย้ายไปเรียนที่ วอชิงตัน แทน

ถ้า Allen ได้เข้าเรียนที่ รีด ตามที่ตั้งใจไว้ ประวัติศาสตร์ก็อาจเปลี่ยนไปจริงๆ เพราะที่นั่น เขาจะได้พบกับ Steve Jobs ซึ่งเป็นนักศึกษาใหม่ในปีเดียวกันพอดี

แต่การพบกับ Gates และทำธุรกิจร่วมกันนั้น ก็ทำให้เขาได้ขัดเกลาวิธีคิดของตัวเองไปด้วย

เพราะใน Idea Man หนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง Allen เล่าว่าไอเดียต่างๆที่อยู่ในหัวเขานั้นล้ำไปไกลมาก

และคนที่ทำหน้าที่ตบให้เข้าที่ จนใข้งานได้จริง ก็คือ Gates

ผู้ที่ช่วยเติมเต็มไอเดียให้กับเขาในฐานะ “ครึ่งหนึ่งของ Microsoft” นั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก
The extraordinary life of Microsoft’s billionaire cofounder

Allen Was So Much More Than Microsoft’s Co-Founder

The Vulcan Story

THOUGHT LIKE A HACKER AND NEVER STOPPED DREAMING

THE WORLD’S LARGEST PLANE

GATES, ALLEN FORM A LITTLE PARTNERSHIP

Allen เป็นอีกหนึ่งคนที่เชื่อว่านวัตกรรมนั้นสามารถเปลี่ยนโลกได้ ขณะที่บ้านเรา ก็มีคนมากมายที่เชื่อในเรื่องนี้เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือสตาร์ทอัพสายไบโอเทคที่มีเป้าหมายในการยืดอายุคนเราให้ยาวนานขึ้น

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments