Uber ผู้ให้บริการเรียกรถชั้นนำจากสหรัฐ เปิดตัวบริการ Uber Ride Pass สำหรับประกันอัตราค่าโดยสารสำหรับสมาชิกรายเดือน ที่จะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (Surge Pricing) ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หรือรถไม่พอให้บริการ ขณะที่ผู้บริหารเสริม สมาชิกยังจะประหยัดค่าเดินทางลงอีกราว 15% ด้วย

นับแต่ ดารา คอสโรวชาฮี เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ อดีตสตาร์ทอัพเบอร์หนึ่งของโลก ก็มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และเพิ่มบริการรูปแบบใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรูปแบบสมาชิกรายเดือน Ride Pass ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา

ความแตกต่างจากบริการสมาชิกรายเดือนทั่วไป คือ Ride Pass ที่มีค่าสมาชิกเดือนละ 14.99 ดอลลาร์ (ราว 495 บาท) ไม่ใช่บริการแบบเหมาจ่ายรายเดือนที่ผู้โดยสารจะเรียกรถไปที่ไหนก็ได้ แต่จะเป็นการประกันอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยว โดยไม่มีราคาดีดตัวตามเงื่อนไขต่างๆเหมือนผู้ใช้บริการทั่วไป

แดน ไบเลน ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า Ride Pass จะช่วยให้ประหยัดค่าโดยสารได้สูงสุด 15% ในทุกครั้งที่ใช้บริการ

“เราต้องการทำให้ Uber เป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือในการเดินทางของคุณ เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในทุกๆ วัน ด้วยเหตุนี้เราจึงนำเสนอตัวเลือกราคาเข้าถึงง่ายเช่น Pool หรือทางเลือกสองล้ออย่างอีไบค์และสกูตเตอร์ JUMP”

“เรายินดีแนะนำ Ride Pass ซึ่งเป็นวิธีใหม่สำหรับผู้โดยสาร ที่จะล็อคราคาให้สม่ำเสมอและถูกลง ไม่ว่าจะนั่งจากที่ใด, เดินทางไปที่ใด, ทุกที่, ทุกเวลา สำหรับค่าบริการรายเดือนเล็กๆ ซึ่งเริ่มต้นที่เพียง 14.99 ดอลลาร์”

“ไม่ว่าคุณจะออกเดินทางตอนกลางวันหรือกลางคืน ในเมืองที่การจราจรคับคั่ง หรือถนนที่เปิดกว้าง Ride Pass ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคาดเดาลักษณะการโดยสาร เพื่อให้คุณสามารถมั่นใจได้สำหรับแผนการของคุณในแต่ละวัน โดยไม่ต้องพบกับเรื่องเซอร์ไพรส์”

ไบเลน อธิบายว่า Ride Pass มีขึ้นเพื่อช่วยผู้โดยสารวางแผนและตั้งงบประมาณสำหรับวันเดินทาง ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกไม่ต้องเจอกับกรณีอย่าง Surge Pricing ซึ่งราคาอาจดีดตัวสูงขึ้นจากปกติหลายเท่าในชั่วโมงเร่งด่วน

ในช่วงแรก 5 เมืองในสหรัฐฯ จะสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ ประกอบด้วย ลอส แอนเจลิส, ออสติน, ออร์แลนโด, เดนเวอร์ และ ไมอามี่ ซึ่งทั้งหมดมีค่าสมัครใช้บริการ 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน พร้อมต่ออายุให้โดยอัตโนมัติในระบบ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในเมืองอย่าง ลอส แอนเจลิส ราคาอาจเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 24.99 ดอลลาร์ (ราว 825 บาท)

 

AHEAD TAKEAWAY

ไอเดียการ “ผูกปิ่นโต” ด้วยการสมัครสมาชิกสำหรับรถโดยสาร ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด

เพียงแต่ Ride Pass นั้น เป็นไปในลักษณะของการประกันราคามากกว่า เนื่องจากบริการ ride hailing มีอัตราค่าโดยสารที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หรือจำนวนผู้ใช้งานมากกว่าจำนวนรถที่กำลังให้บริการ

แต่ก็ใช่ว่าในต่างประเทศจะไม่มีระบบเหมาจ่ายรายเดือน เหมือนที่ ส.แท็กซี่ ผุดไอเดียดังกล่าวขึ้นมาเมื่อเร็วๆนี้ (และถูกขนส่งเบรคไปเรียบร้อยแล้ว)

เพราะก่อนหน้านี้ คู่แข่งไรด์แชริ่งรายสำคัญในสหรัฐอย่าง Lyft ก็เคยนำระบบเหมาจ่ายรายเดือนมาใช้

โดยหลักการคือให้ผู้โดยสารสามารถเรียกรถได้สูงสุด 30 ครั้ง (ที่อัตราค่าโดยสารปกติจะไม่เกิน 15 ดอลลาร์) ในราคา 299 ดอลลาร์ (ราว 9,867 บาท) ต่อเดือน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มีปริมาณการใช้งานบ่อยครั้ง ในการเดินทางระยะสั้นๆมากกว่า แต่ก็ไม่มีรายงานเพิ่มเติมว่าสุดท้าย ระบบเหมาจ่ายนี้ เวิร์คสำหรับทั้งผู้ขับและผู้ใช้บริการหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ระบบเหมาจ่ายรายเดือน 12,000 บาทของ ส.แท็กซี่ นั้น ต่อให้ไม่ถูกเบรคจากขนส่ง เพราะถือเป็นการใช้รถผิดประเภท

โอกาสที่จะมีคนยอมจ่ายเงินก้อนดังกล่าว ก็คงมีน้อยเต็มที

ไม่ใช่แค่เพราะเป็นเงินก้อนที่ถือว่ามาก สำหรับค่าครองชีพเท่านั้น

แต่ยังคงเป็นปัญหาเดิมๆ เรื่อง service mind ที่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตามมากกว่า

 

เรียบเรียงจาก
Uber Launches $14.99 Ride Pass Monthly Subscription
Introducing Ride Pass: A new way to plan your day (and budget) with Uber

รู้จริงเรื่องปิ้ง เอ๊ย เรื่อง ride hailing คงต้องยกให้ผู้ชายคนนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังดีลมากมายในแวดวงเรียกรถ Masayoshi Son แห่ง Softbank ผู้นี้นี่เอง

 

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments