เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือน เราจะย่างเข้าสู่ปี 2019 แล้ว

เราจะเห็นว่าทุกวันนี้ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อเตรียมรับมือกับมัน

เพื่อให้คุณและองค์กรต่างๆพร้อมที่สุดสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง ไปดูกันว่า 10 คำทำนาย เกี่ยวกับวงการไอทีในปีหน้าและปีต่อๆไปจะเป็นอย่างไร โดย IDC (International Data Corporation) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) โทรคมนาคม และการตลาดชั้นนำของโลก

ถ้าสนใจอยากได้รายละเอียดที่มากขึ้น สามารถดาวน์โหลดตัวฉบับเต็มไปอ่านต่อได้ ที่นี่

#1
เศรษฐกิจดิจิทัล

Amazon Go คือหนึ่งในตัวอย่างของการปรับค้าปลีกที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม ให้เข้ากับยุคดิจิทัล

IDC เชื่อว่าภายในปี 2022 กว่า 60% ของ GDP บนโลก จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ไม่ว่าอุตสาหกรรมไหน การเติบโตขององค์กรจะถูกขับเคลื่อนผ่านโลกดิจิทัล ในทางใดทางหนึ่งเสมอ (การให้บริการ การผลิต การติดต่อ หรือทำการตลาด ฯลฯ)

แปลว่าองค์กรที่จะอยู่รอด ต้องสามารถปรับธุรกิจปัจจุบันให้ทันความเปลี่ยนแปลงนี้ หรือไม่ก็สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่เหมาะกับยุคดิจิทัลได้

กลับกัน องค์กรที่ไม่พยายามปรับตัวก็อาจถูกกลืนหายไปตามกระแส เพราะ IDC คาดว่ากลุ่มที่ขยับตัวช้า อาจสูญเสียตลาดในปัจจุบัน ไปถึง 2 ใน 3

 

#2
ยุคทองของ 3rd Platform

โครงสร้างหลักทั้งสี่ของ 3rd Platform หรือที่เราเรียกกันว่า Internet of Things

ต่อเนื่องจากข้อแรก IDC คาดว่าภายในปี 2023 เม็ดเงินที่จะหมุนเวียนอยู่ในโลกไอที กว่า 75% จะเป็นการใช้จ่าย ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยียุค 3rd Platform

เทคโนโลยี 3rd Platform ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คลาวด์ เซอร์วิส, โมบาย คอมพิวติ้ง, โซเชียล และ บิ๊กดาต้า / อนาไลติกส์

เพราะปัจจุบัน ประชากรส่วนใหญ่ของโลกมีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลทในมือ สำหรับรับส่งข้อมูล ทำธุรกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ในคลาวด์ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมและนำมาวิเคราะห์โดยองค์กรต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งต่อไป เช่น ทำการตลาด นำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ฯลฯ

 

#3
ติดสปีดให้คลาวด์ ด้วย เอดจ์ คอมพิวติ้ง และ AI อัลกอริทึม

Edge Computing จะช่วยลดภาระเซิร์ฟเวอร์ของคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น จัดเก็บข้อมูลเฉพาะที่จำเป็น

เมื่อข้อมูลแทบทุกอย่างถูกนำขึ้นสู่คลาวด์ สถาปัตยกรรมในเรื่องนี้ก็ต้องได้รับการปรับปรุงให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นตามไปด้วย

จากคลาวด์แบบดั้งเดิมที่รับเหมาหน้าที่ทั้งเก็บข้อมูลและประมวลผลแบบรวมศูนย์

IDC ประเมินว่าภายในปี 2022 ราว 40% ขององค์กรต่างๆ จะหันมาใช้สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ คือ เอดจ์ คอมพิวติ้ง (Edge Computing) ซึ่งจะผลักหน้าที่ในการประมวลผลให้อุปกรณ์ปลายทาง (endpoint devices) เช่น พีซี หรือ สมาร์ทโฟน แทน

วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาโหลดแบนด์วิธ และประหยัดเนื้อที่บนคลาวด์ให้ไม่ต้องเก็บข้อมูลบางอย่างที่ไม่จำเป็น ขณะที่ อุปกรณ์ปลายทางเหล่านี้ ราว 25% ในท้องตลาด ก็จะมาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลที่ดีขึ้น โดย AI อัลกอริทึม ซึ่งถูกเขียนมาให้วิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะเรื่องได้อย่างแม่นยำ

 

#4
ปฏิวัติการเขียนแอพด้วย Microservices และคลาวด์

สถาปัตยกรรมแบบ Microservices ทำให้การพัฒนาแอพ สามารถทำแบบแยกส่วน และแก้ไขได้ผ่านคลาวด์

IDC คาดว่าภายในปี 2022 การพัฒนาแอพบน Microservices (แยกพัฒนาเซอร์วิสต่างๆจากกัน ผ่านการกำหนด API ให้ชัดเจน) ที่ปัจจุบันนิยมใช้กันในองค์กรใหญ่ๆ จะกลายเป็นเรื่องทั่วไป

แอพยุคใหม่กว่า 90% ในสโตร์จะเปลี่ยนมาพัฒนาบนสถาปัตยกรรมแบบนี้แทน โดยที่ผู้พัฒนายังสามารถส่งต่อข้อมูล อัพเดท หรือเข้าไปแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆบนคลาวด์ ทำให้การทำงานสะดวกและเร็วยิ่งขึ้น

 

#5
นักพัฒนาสายพันธุ์ใหม่

นักพัฒนาที่สามารถเขียนโค้ดแบบง่ายๆไม่ซับซ้อน จะถูกผลักดันขึ้นมาอุดช่องว่างในตลาดแรงงาน

ปัจจุบัน นักพัฒนาซอฟต์แวร์มืออาชีพ กำลังเป็นที่ต้องการตัวในตลาดมาก เนื่องจากธุรกิจต่างๆล้วนจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล จนคนที่มีทักษะด้านนี้ไม่พอใช้งาน

ทางออกขององค์กรต่างๆ จึงอาจเบนเข็มไปที่นักพัฒนากลุ่มใหม่ สำหรับการทำงานทั่วๆไป โดยไม่ต้องจัดการเรื่อง Custom scripts (สคริปต์ที่เขียนเป็นลูกเล่นให้ยูสเซอร์มีปฏิสัมพันธ์ต่างๆกับแอพหรือเว็บของเราได้)

IDC คาดว่าจะมีการเรียนการสอน เพื่อผลักดันนักพัฒนากลุ่มนี้สู่ตลาดแรงงาน เพิ่มจากปัจจุบัน ถึง 30% ภายในห้าปีข้างหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลน

 

#6
500 ล้านแอพใน 5 ปี

จำนวนแอพที่ถูกป้อนสู่ท้องตลาดในห้าปีจากนี้ จะมีปริมาณมากเท่ากับที่เขียนกันมากว่า 40 ปี

ขณะเดียวกัน การเติบโตของจำนวนนักพัฒนาฯในตลาดแรงงาน พ่วงด้วยเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นจากเดิม รวมถึงการนำโค้ดเก่าๆกลับมาใช้หรือดัดแปลง

ทำให้ IDC คาดว่าในระยะเวลาห้าปีนับจากนี้ (ระหว่าง 2018 ถึง 2023) จะมีแอพใหม่ๆถูกเขียนขึ้นไม่ต่ำกว่า 500 ล้านแอพเลยทีเดียว หรือเทียบจำนวนเท่ากับที่มีการเขียนขึ้นทั้งหมดในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา

 

#7
ยุคของหน่วยประมวลผลเฉพาะด้าน

ตารางเปรียบเ่ทียบรูปแบบการใช้งานของ CPU, GPU, FPGA และ ASIC

ในเรื่องของหน่วยประมวลผล IDC คาดว่า ภายในปี 2022 ราว 25% ของคลาวด์ คอมพิวติ้ง จะเปลี่ยนไปใช้หน่วยประมวลผลแบบเฉพาะทาง (ASIC) แทนการใช้ซีพียูแบบทำงานครอบคลุมหลายๆด้าน ซึ่งมีพื้นฐานจาก x86 (เช่นตระกูล Pentium ของ Intel)

IDC อธิบายต่อว่า แม้ในช่วงแรก การเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่จะค่อยๆเห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อ Intel รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ ทยอยวางตลาดหน่วยประมวลผลแบบ ASIC ในปี 2019

รวมถึงการที่บริษัทต่างๆ เริ่มปรับพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยการเปิดให้ใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ ในรูปแบบ SaaS (Software As A Service) ผ่านแอพหรือเบราเซอร์บนอินเตอร์เน็ต โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งลงในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานอีกต่อไป

 

#8
การสั่งงานด้วยเสียง คือ UI ยุคต่อไป

Voice Assistant จะเข้ามาทดแทน User Interface ในที่สุด

IDC มองว่าเทคโนโลยีการเรียนรู้ภาษาต่างๆ ที่เรียกกันว่า Natural Language Understanding (หรือ NLU) ในผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Siri, Google Assistant, Alexa หรือ Cortana จะทำให้การสั่งงานด้วยเสียง กลายเป็น User Interface ของยุคต่อไป

เมื่อผู้ช่วยอัจฉริยะเหล่านี้รับคำสั่งจากเรา ก็จะทำงานผสานกับฟีเจอร์และแอพต่างๆ เช่น การแปล การค้นข้อมูล การวิเคราะห์ ฯลฯ เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการสั่งงานผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์ (หรืออธิบายให้เห็นภาพใกล้เคียงที่สุด คงคล้ายกับ Jarvis ใน Ironman นั่นเอง)

IDC ยังคาดว่าภายในปี 2022 องค์กรราวๆ 30% จะนำเทคโนโลยีนี้มาช่วยให้บริการผู้บริโภค ในลักษณะการตอบคำถามต่างๆเหมือนแชทบอท

และภายในปี 2024 UI ที่ปรากฏบนสกรีนของแอพต่างๆ ราว 1 ใน 3 ในท้องตลาด จะถูกแทนที่โดยการสั่งงานผ่านเสียง

 

#9
สกัดการโจรกรรมข้อมูลด้วย Zero Trust Security 

Zero Trust Security จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพือความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล

เมื่อข้อมูลแทบทุกอย่างของเราถูกอัพโหลดขึ้นสู่โลกออนไลน์ และคลาวด์เซอร์วิส การเก็บรักษาจากการโจรกรรมและอาชญกรรมในโลกออนไลน์ ก็ต้องพัฒนาตาม

ด้วยการนำเทคโนโลยีอย่าง อนาไลติกส์, แมชีน เลิร์นนิ่ง หรือ บล็อกเชน มาใช้

IDC มองว่าการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ โดยเรียกรวมๆกันว่า Zero Trust Security (ZTS) นอกจากจะป้องกันการเจาะข้อมูลต่างๆได้ดีขึ้นแล้ว ยังจะลดแรงงานมนุษย์จากงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ลงอย่างน้อย 50% ด้วย

 

#10
มัลติคลาวด์ กำลังมา

องค์กรต่างๆจะกระจายการใช้คลาวด์ไปยังหลายๆผู้ให้บริการ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและราคาที่ดีทีสุด

ณ ปัจจุบัน เราคงไม่สามารถปฏิเสธบทบาทของคลาวด์เซอร์วิสที่มีต่อองค์กรต่างๆได้อีกต่อไป

2022 IDC ประเมินว่า ในอีก3-4 ปีจากนี้ ยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์แพลตฟอร์มทั้งสี่ (AWS, Azure, Google Cloud และ IBM) จะยังครองส่วนแบ่งตลาดทั้งหมดต่อไป (ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ Platform as a Service หรือ Infrastucture as a Service)

แต่ภายในปี 2024 นั้น 90% ขององค์กรชั้นนำ ก็มีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้งานบริการในลักษณะของ มัลติคลาวด์

คือการใช้งานผู้ให้บริการหลายๆรายควบคู่กัน ตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมกับเพิ่มโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายลง

 

AHEAD TAKEAWAY

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน

แต่ที่จริง มันอยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด และเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนจะตั้งตัว

ทุกวันนี้ ธุรกิจอย่าง sharing economy อย่าง Uber หรือ Airbnb ส่งแรงกระเพื่อมรุนแรงต่อคนทำธุรกิจแบบเดิมๆ เช่นเดียวกับตัวเลขการใช้จ่ายในอีคอมเมิร์ซหลายๆแห่งบนโลกนั้นแซงหน้าค้าปลีกแบบดั้งเดิมไปแล้ว

ทางออก (ซึ่งอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภาคบังคับ) สำหรับเรา คือการปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ได้

มิฉะนั้น จะถูกกลืนหายไปเหมือนที่ IDC เตือนไว้ว่า ธุรกิจที่ไม่ตลาดเดิมในมืออาจหายไปถึง 2 ใน 3

คำทำนายของ IDC ทั้งสิบข้อ จะว่าไปแล้ว แทบไม่มีอะไรที่ “ล้ำ” จนเกินไปเลย ทุกอย่างนั้นมีอยู่ตรงหน้าเราแล้ว และกำลังเริ่มถูกใช้งานในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆด้วยซ้ำ

อีกไม่ช้า แทนที่เราจะกดโทรศัพท์สั่งอาหารเหมือนเคย กระบวนการอาจเปลี่ยนเป็นการสั่งงานด้วยเสียงให้ Siri หรือ Alexa จัดการที่เหลือแทน

ในอนาคต เมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกนำขึ้นคลาวด์ แนวโน้มที่เราจะใช้งานโปรแกรมหรือแอพต่างๆ ในแบบ SaaS ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ผลที่ตามมา คือการใช้งานก็จะง่ายและสะดวกขึ้น เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องดาวน์โหลด หรือติดตั้ง ซึ่งหลายครั้งเป็นกระบวนการที่ยากสำหรับบางคน

เช่นกัน เมื่อบริษัทส่วนใหญ่ต้องทำการปรับเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ก็จะต้องการนักพัฒนาที่มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนการสอนเพื่อสร้างคนสำหรับป้อนสู่ตลาดแรงงาน เท่ากับเป็นการชดเชยอาชีพเดิมๆที่อาจจะหายไปจากผลของการเปลี่ยนแปลง

ฯลฯ

คำถามก็คือคุณและคนรอบข้างสนใจแค่ไหนกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ และเตรียมพร้อมแค่ไหนในการรับมือกับมัน?

 

เรียบเรียงจาก

IDC FutureScape: Worldwide IT Industry 2019 Predictions

IDC Top 10 Predictions For Worldwide IT, 2019

ในยุคที่ทุกอย่างเปิดกว้างด้วยพลังของเทคโนโลยี ธุรกิจแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน พร้อมจะเกิดขึ้นได้เสมอ หนึ่งในตัวอย่างที่ต้องพูดถึง คือ Airbnb สตาร์ทอัพชั้นนำที่ปัจจุบันมีมูลค่านับล้านล้านบาท

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments