Wall Street Journal เผยสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการใน ซิลิคอน วัลลีย์ จำนวนหนึ่ง ยังรับเงินทุนสนับสนุนจาก ซาอุดีอาระเบีย เช่นเดิม แม้มกุฎราชกุมาร โมฮาเหม็ด บิน ซาลมาน จะตกเป็นข่าวว่าอยู่เบื้องหลังการสังหาร จามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าววอชิงตันโพสต์ ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อเดือนที่แล้ว

การเสียชีวิตของ คาช็อกกี ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบูล เป็นประเด็นใหญ่ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และ ซาอุดีอาระเบีย ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา เมื่อ มกุฎราชกุมาร โมฮาเหม็ด บิน ซาลมาน ถูกจับตาเป็นพิเศษว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้

จนหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำถอนตัวจากการไปร่วมงาน Davos in the Desert ที่กรุงริยาด ช่วงปลายเดือนตุลาคม ขณะที่นักวิเคราะห์หลายราย ก็คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และคอนเนกชั่นของ SoftBank บริษัทที่ดูแลกองทุน Vision Fund ซึ่งมีผู้สนับสนุนหลักอย่างมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้มีการตรวจสอบ ทาง WSJ ก็เปิดเผยรายงานว่าสตาร์ทอัพใน ซิลิคอน วัลลีย์ หลายแห่งยังคงติดต่อ และรับเงินทุนดังกล่าว ผ่านทาง SoftBank เช่นเดิม

อาทิ View Inc. ที่ผลิตกระจกปรับแสงอัตโนมัติ และ Zume Inc. ผู้ผลิตหุ่นยนต์ทำพิซซ่า โดยมีการเปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทรับเงินลงทุนจากกองทุน Vision Fund รวมกันเกือบ 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 49,500 ล้านบาท)

ส่วน Katerra Inc. ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับรัฐบาลซาอุฯ สำหรับการสร้างที่อยู่อาศัย 50,000 ยูนิตต่อปี ผ่านเงินทุน 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 33,000 ล้านบาท) โดย Vision Fund

และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง SoftBank ก็กำลังพิจารณาเข้าซื้อหุ้นใหญ่ใน WeWork Cos. เป็นเงินราว 15,000 – 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.95 – 6.6 แสนล้านบาท) ซึ่งก็น่าจะเป็นเงินทุนจาก Vision Fund เช่นกัน แม้โฆษกของ WeWork ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม WSJ ยังได้นำเสนอด้วยว่า มีผู้ประกอบการหลายรายเช่นกัน ที่แสดงท่าทีบอยคอตต์เงินจาก Vision Fund และ SoftBank อาทิ Endeavour LLC เอเยนซี่ชั้นนำในฮอลลีวู้ด ที่เตรียมยุติการทำธุรกิจกับซาอุฯ

กลุ่ม Virgin Group ของ ริชาร์ด แบรนสัน และบริษัทหลายแห่งในวอชิงตัน เผยว่ามีแผนยกเลิกหรือระงับข้อตกลงกับรัฐบาลซาอุฯ ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ก็ยังเรียกร้องให้มีการตัดความสัมพันธ์กับซาอุฯ ด้วย

ด้าน มาซาโยชิ ซัน ประธานกลุ่ม SoftBank ก็ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า จะยังร่วมงานกับรัฐบาลซาอุฯ ต่อไป “เรามีพันธกิจต่อประชาชนชาวซาอุดีอาระเบียในช่วยให้พวกเขาจัดการทรัพยากรทางการเงินของตนเพื่อกระจายธุรกิจ” และเชื่อว่าการเสียชีวิตของคาช็อกกี “อาจส่งผลกระทบเล็กน้อย” ต่อการเข้าลงทุนของ SoftBank ในบริษัทต่างๆ ในอนาคต

สำหรับ View Inc. และ Zume Inc. ปฏิเสธจะเผยถึงการมีส่วนร่วมของซาอุฯ ในการระดมทุนครั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าการเจรจากับ Vision Fund เกิดขึ้นก่อนที่ คาช็อกกี จะเสียชีวิต

 

AHEAD TAKEAWAY

จากที่ AHEAD ASIA เคยนำเสนออย่างต่อเนื่องถึงการใช้พลังงานของโลก ที่มีแนวโน้มจะปรับไปเป็นพลังงานสะอาดมากขึ้นนั้น

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ซาอุดีอาระเบีย และชาติอื่นๆในตะวันออกกลาง จะพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองเช่นกัน ด้วยการหันไปลงทุนในด้านอื่นๆเป็นการรองรับ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเรา

นอกจาก กองทุนเพื่อการลงทุนแห่งรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย (PIF) ที่มีหุ้นในบริษัทดังๆอย่าง Tesla หรือ Lucid Motors แล้ว ก็ยังมีการกระจายการลงทุนไปในด้านอื่น ในนาม Vision Fund โดยมีร่างทรงอย่าง SoftBank เป็นผู้ดูแล

ในรายงานชิ้นเดียวกัน WSJ ยังเผยต่อว่าปัจจุบัน ซาอุฯ คือนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด สำหรับสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจในสหรัฐฯ คิดเป็นเงินกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.96 แสนล้านบาท) ตั้งแต่กลางปี 2016

แม้บิ๊กเนมอย่าง อีลอน มัสก์ จะยอมรับการให้สัมภาษณ์กับ Recode เมื่อเร็วๆนี้ ว่าเขาอาจพักการรับเงินทุนสนับสนุนจาก ซาอุดีอาระเบีย (PIF เป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองของ Tesla ที่จำนวน 5%) แต่บทบาทที่มากขึ้นเรื่อยๆของราชวงศ์ซาอุฯ ในซิลิคอน วัลลีย์ ก็ส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวต่อเหล่าสตาร์ทอัพโดยปริยาย เมื่อแทบทั้งหมดเลือกปฏิเสธที่จะพูดถึงแหล่งเงินทุนหลักของพวกตน ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

มีเพียง โร คันน่า ส.ส. พรรคเดโมแครต ตัวแทนซิลิคอน วัลลีย์ ที่เสนอว่า สตาร์ทอัพควรปฏิเสธเงินของซาอุฯ ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหลังการสังหาร คาช็อกกี หรือไม่ ในเมื่อ ซาอุฯ ก็มีส่วนรู้เห็นกับสงครามในประเทศเยเมนอยู่ดี

“คนเหล่านั้นควรทำการพิจารณาการรับเงินจากระบอบการปกครองที่มีความเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่โหดร้ายที่สุดในโลก”

 

เรียบเรียงจาก
In Silicon Valley, Saudi Money Keeps Flowing to Startups Amid Backlash

 

SoftBank, Vision Fund และ มาซาโยชิ ซัน ยังอยู่เบื้องหลังดีลมากมาย ในธุรกิจเรียกรถ ride hailing อีกด้วย นั่นหมายถึงไม่ว่าแนวโน้มการใช้พลังงานจะเปลี่ยนไปทางไหน ซาอุดีอาระเบีย ก็จะยังเป็นผู้ชนะในเกมธุรกิจอยู่ดี ดูคลิปเพื่อเติมเต็มประเด็นนี้ ได้ ที่นี่

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments