ตลาดวิดีโอออนดีมานด์ และสตรีมมิ่ง ถึงคราวเดือด เมื่อ บ็อบ อีเกอร์ ซีอีโอ Disney ยืนยันระหว่างแถลงผลประกอบการบริษัท ว่า Disney+ บริการสตรีมมิ่งตัวใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 แน่นอน หลังหมดสัญญาฉบับปัจจุบันกับ Netflix

Disney ประกาศเอาไว้ตั้งแต่ปี 2017 ว่าจะดึงภาพยนตร์ที่เป็นของตนทั้งหมดออกจาก Netflix ในปี 2019 เพื่อเดินเครื่องธุรกิจสตรีมมิ่งของตัวเอง จนได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นคู่แข่งตัวจริงของเจ้าตลาดสตรีมมิ่งรายนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา Disney เป็นหนึ่งในผู้ป้อนคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กให้กับอีกฝ่ายมาตลอด ทั้งซีรีส์และภาพยนตร์

และเมื่อกลางปี ทางบริษัท ก็เพิ่งทุ่มซื้อกิจการของ Twenty-First Century Fox เป็นมูลค่า 71,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ทั้งในรูปแบบเงินสดและหุ้น ซึ่งจะทำให้ Disney+ มีคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ อีเกอร์ ยังเผยว่าจะมีคอนเทนต์ใหม่ๆที่เป็นออริจินอลอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยกวับ โลกิ ตัวละครในจักรวาล Marvel ซึ่งรับบทโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ อย่างมาก

ส่วนซีรี่ส์ของ Star Wars อย่าง “Rogue One” ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละคร แคสเซี่ยน แอนดอร์ นำแสดงโดย ดีเอโก้ ลูน่า ก็จะเป็นหนึ่งในลิสต์รายการเช่นกัน

รายการและภาพยนตร์ต้นฉบับอื่นๆ ยังมีอาทิแฟรนไชส์ The ​​High School Musical เวอร์ชั่นรีเมค, Star Wars: The Clone Wars ซีซั่นใหม่ และแอนิเมชั่นชุดใหม่จาก Pixar อย่าง Monsters Inc., Noel หนังเกี่ยวกับลูกสาวซานตาคลอส และ Togo ที่นำแสดงโดย วิลเลี่ยม เดโฟ

พร้อมกันนี้ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Disney+ ก็เปิดตัวไปเรียบร้อยเช่นกัน โดยมีการขึ้นโลโก้ของแบรนด์ต่างๆ เช่น Pixar, National Geographic และ Marvel ซึ่งจะเป็นพันธมิตรของบริษัทในการนำเสนอคอนเทนต์

 

AHEAD TAKEAWAY

ที่ผ่านมา AHEAD ASIA เคยรายงานอย่างสม่ำเสมอว่าธุรกิจสตรีมมิ่ง และวิดีโอ ออน ดีมาน์ (VOD) กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

อ้างอิงรายงาน Global Internet Phenomena Report จาก Sandvine พบว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก มีผู้รับชมคอนเทนท์ที่เป็นวิดีโอ ถึง 58%

และลำพัง Netflix เจ้าเดียว ก็กินปริมาณแบนด์วิธผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกไปถึง 15%

สาเหตุหลักๆ นอกจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป เมื่อสมาร์ทโฟน แท็บเล็ท และแล็ปท็อป กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในการรับชมคอนเทนต์ต่างๆมากขึ้น เช่นเดียวกับโทรทัศน์ยุคใหม่ที่เปลี่ยนเป็นสมาร์ททีวี

เช่นเดียวกับคุณภาพของคอนเทนต์ที่ Netflix ทุ่มทุนไปมากถึง 8,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 264,000 ล้านบาท) เฉพาะในขวบปีที่ผ่านมา

แม้จะมี Amazon Prime เป็นคู่แข่ง แต่เมื่อพิจารณาจากคอนเทนต์ในมือนั้น Netflix ยังถูกมองว่าเหนือกว่าหลายขุม

กระทั่ง เมื่อ Disney ประกาศล่วงหน้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2017 ว่าจะไม่ต่อสัญญาป้อนคอนเทนต์ให้ เพราะมีแผนจะทำธุรกิจนี้เอง

การมาของผู้ท้าชิงรายนี้ถึงได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ

ที่ผ่านมานั้น โรเบิร์ต อีเกอร์ ประสบความสำเร็จมากมายในการนำ Disney ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ลำดับต้นๆของวงการบันเทิง

นอกจากภาพยนตร์แล้ว สถานีกีฬา ESPN+ ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน โดยสามารถเรียกผู้ลงทะเบียนรับชมได้ถึง 1 ล้านคนในเวลาเพียง 5 เดือน

แม้สถานะปัจจุบันของ Netflix จะดูไร้เทียมทาน แต่จากเผยผลประกอบการล่าสุดของ Disney ซึ่งทั้งจำนวนรายได้และผลกำไรเหนือกว่าการคาดการณ์ ซึ่งก็ทำให้ราคาหุ้น ขยับขึ้นไป 2% ด้วยกัน นับเป็นการทำรายได้เกินการวิเคราะห์ถึง 5 ครั้ง จาก 8 ไตรมาสหลังสุด

จากที่เวลานี้ มูลค่าหุ้นของพวกเขาอยู่ที่หน่วยละ 116 ดอลลาร์ (ราว 3,828 บาท) มาริโอ กาเบลลี่ นักลงทุนคนดังเผยผ่านรายการ ฮาล์ฟไทม์ รีพอร์ต ว่าภายในไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ราคาหุ้นของ Disney จะดีดตัวไปอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์ (ราว 6,600 บาท) ได้เลย

และน่าจะพุ่งสูงกว่านั้นอีก เมื่อ Disney+ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า เพราะคอนเทนต์เดิมๆที่สร้างชื่อให้ Netflix จะถูกดึงกลับมา ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกมากนัก หากต้องการทราบบทสรุปของหลายๆซีรีส์ที่ปัจจุบันยังไม่จบ

แม้ก่อนนี้ รีด เฮสติงส์ ซีอีโอของ Netflix ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 137 ล้านรายทั่วโลก จะเคยกล่าวว่าคู่แข่งของบริษัทนั้น ไม่ใช่ Amazon Prime หรือผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเจ้าอื่นๆ แต่เป็น “เวลานอน”

นั่นคือพวกเขาต้องทำให้ผู้บริโภค ยอมลดเวลานอนให้ได้ เพื่อมาใช้เวลาหน้าจอดู Netflix

แต่เมื่อ Disney+ รุกเข้ามาในตลาดนี้จริงๆ เฮสติงส์ อาจจะพบกับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อเกินกว่าจะมองข้ามเหมือนที่ผ่านมาแล้วก็ได้

 

เรียบเรียงจาก
Disney’s new Netflix rival will be called Disney+ and launch late 2019

Billionaire investor Mario Gabelli says Disney can go to $200 in two years

Disney Confirms Tom Hiddleston Will Lead a Loki Series for Streaming Service

 

หนึ่งในอาวุธสำคัญของ Disney ก็คือ Marvel นี่เอง และนี่คือหนึ่งในดีลที่ดีที่สุดจากการเจรจาของ อีเกอร์ ไปติดตามประวัติของ Marvel Studios กันได้ ที่นี่

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน