วอลล์สตรีท เจอร์นัล เผย รัฐโอไฮโอ เตรียมเปิดรับการชำระภาษีจากภาคธุรกิจด้วยสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) อย่าง Bitcoin เป็นรัฐแรกของสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่ในสัปดาห์นี้ แม้ในระยะหลัง เงินดิจิทัลจะประสบปัญหาเสื่อมราคาอย่างหนักก็ตาม

มูลค่าของเงินดิจิทัล ในปี 2017 โดยเฉพาะ Bitcoin เติบโตอย่างรวดเร็ว จากต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ ต่อหน่วย เมื่อ 1 มกราคม จนไต่ไปถึงระดับ 14,000 ดอลลาร์ หรือ 14 เท่าในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นับแต่ฟองสบู่เงินดิจิทัลแตก เมื่อต้นปี 2018 เป็นต้นมา ทุกสกุลก็ประสบปัญหาราคาตกมาตลอด จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่ามูลค่าของเงินดิจิทัลสกุลต่างๆ หายไปรวมกันกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 23.1 ล้านล้านบาท) นับเป็นการเสื่อมราคาครั้งใหญ่ที่สุดนับจากเดือนมกราคมเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม รัฐโอไฮโอ กลับแสดงท่าทีหนุนหลังสกุลเงินดิจิทัล ด้วยการเปิดรับการชำระภาษีด้วย Bitcoin จากบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจในรัฐ ภายในสัปดาห์นี้

จอช เมนเดล เจ้าหน้าที่รัฐโอไฮโอ ยืนยันว่าการชำระภาษีทางธุรกิจด้วยเงินดิจิทัล จะมีประโยชน์หลายอย่างในเว็บไซต์ OhioCrypto.com เช่นความสะดวกและรวดเร็ว ทั้งยังสามารถติดตามผลได้ง่าย, มีความปลอดภัย, โปร่งใส, มีค่าใช้จ่ายต่ำ และอนุญาตให้มีการจ่ายผ่านอุปกรณ์สมัยใหม่อย่างสมาร์ทโฟนด้วย

โอไฮโอ จะเปิดรับบริการชำระภาษีด้วยเงินดิจิทัลในหลากหลายรูปแบบของภาษี จำนวนทั้งหมด 23 ลักษณะ เช่น ภาษียอดขาย และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

OhioCrypto.com ระบุว่าตัวเลือกการชำระเงินรูปแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่มที่จะบูรณาการเทคโนโลยีบล็อกเชนให้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานเทศบาล

“เจ้าหน้าที่เมนเดล เชื่อในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้มากขึ้น และสร้างความผ่อนคลายในการติดต่อราชการ และเราจะมีการทำงานเพื่อช่วยให้โอไฮโอกลายเป็นผู้นำระดับชาติในเทคโนโลยี blockchain ต่อไปด้วย”

เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โฆษกรัฐโอไฮโอ ไรอัน สมิธ จัดงานแถลงข่าวที่รวมตัวนักการเมือง, ผู้นำธุรกิจ และนักวิชาการ blockchain ในโอไฮโอ ซึ่ง สมิธ กล่าวว่า “เพราะนี่เป็นเรื่องใหม่ และเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่เราจะสามารถวางตำแหน่งโอไฮโอไว้ข้างหน้าได้”

และในเดือนเดียวกันนั้น โอไฮโอ ยังได้ออกกฎหมายที่ยอมรับ blockchain อย่างเป็นทางการว่าเป็นรูปแบบของการบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์

ยังมีรายงานว่าในเดือน พ.ค. รัฐแอริโซนา ได้มีการร่างกฏหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถชำระภาษีด้วยเงินดิจิทัลเช่นกัน แต่สุดท้ายการร่างกฏหมายนี้ก็ถูกยับยั้งเอาไว้ก่อน

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้ว่าจะเจอปัญหาเสื่อมราคาอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายที่เชื่อว่า สกุลเงินดิจิทัลจะยังสามารถเติบโตได้ต่อไป แม้อาจไม่บูมเท่าช่วงเปิดตัวแรกๆ ก็ตาม

สตีเฟ่น อินเนส แห่ง Oanda Corp. ระบุว่า เขายังไม่เห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเงินดิจิทัลจะถึงจุดจบ

“ยังมีผู้คนมากมายในเกมนี้” อินเนส กล่าว “จนกว่าที่ Bitcoin จะพังทลายลง ถ้าราคาตกวูบไปถึง 3,000 ดอลลาร์มันถึงจะเป็นเรื่องน่ากลัว และผู้คนคงหนีหายออกไป”

อินเนส กล่าวว่าการคาดการณ์กรณีฐานของเขาคือการค้าระหว่าง 3,500 – 6,500 ดอลลาร์ ในระยะสั้น ที่มีศักยภาพที่จะลดลงถึง 2,500 ดอลลาร์ ในเดือน ม.ค. ศกหน้า

ราคาเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดตัวนี้ ร่วงลง 3.6% แตะที่ 4,270 ดอลลาร์ในวันศุกร์และร่วงลง 11% ในช่วงเวลา 12 สัปดาห์ตามอัตรากำหนดราคาของ Bloomberg แต่ก็ไม่ได้ปิดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์เป็นเวลาเกือบ 14 เดือน ส่วนสกุลเงินอื่นๆ อย่าง Ether, XRP และ Litecoin ลดลงระหว่าง 4.4% – 6.6%

“ผมไม่คิดว่าเงินดิจิทัลจะมีความน่าดึงดูดใกล้เคียงกับการเล่นสินทรัพย์อื่นๆ” อินเนสกล่าว “ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีความสัมพันธ์ผกผันที่เราเริ่มเห็นจากทองคำและเงินดิจิทัล”

เงินดิจิทัลยังคงอยู่ในภาวะถดถอย แต่นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าจะยังคงไปต่อได้ในระยะยาว หลักฐานอย่างหนึ่งก็คือการที่รัฐอย่างโอไฮโอ เปิดรับการชำระภาษีด้วยเงินดิจิทัลนั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก
Ohio will soon be the first state to accept Bitcoin for taxes
The great cryptocurrency crash of 2018 may not be over

 

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments