เผยเอกสารบันทึกภายในของ มาร์ค ลุคกี้ ผู้จัดการพันธมิตรของ Facebook ที่ส่งให้เพื่อนร่วมงาน ในวันสุดท้ายของการปฏิบัติงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่า มีการร้องเรียนเรื่องปัญหาการเลือกปฏิบัติที่แพร่หลายในบริษัท โดยเฉพาะกับพนักงานผิวสี

โน้ตของ ลุคกี้ ระบุว่าโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่มี “ปัญหาเรื่องคนผิวดำ” เกี่ยวกับการปฏิบัติ โดยมีเหตุการณ์ที่ผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงานเรียกบรรดาคนผิวสีว่า “ไม่เป็นมิตร” หรือ “ก้าวร้าว” และยังมีการปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยที่มุ่งเน้นไปยังกลุ่มคนผิวสีมากกว่าเชื้อชาติอื่นๆ

“ในอาคารบางหลัง มีโปสเตอร์ที่ระบุว่า ‘คนดำมีความหมาย’ มากกว่าจำนวนคนผิวสีจริงๆ” ลุคกี้ระบุ “Facebook จะเชื่อมคนทั่วโลกให้เป็นชุมชนเดียวกันได้อย่างไร ถ้าชุมชนเล็กในหมู่พนักงานเองยัง เชื่อมได้ไม่สนิท

อดีตพนักงานรายนี้ ลงรายละเอียดถึงแนวทางของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ที่มักจะปกป้องผู้บริหาร มากกว่าคนที่ยื่นเรื่องร้องเรียน

“ทีมงานผิวสีของบริษัท รู้ดีว่าการแสดงความเห็นของเราอาจกระทบต่อสถานะและความก้าวหน้าในอาชีพของเรา เราแค่ต้องการแสดงออกว่ามีความไม่สะดวกบางอย่าง แต่พวกเขายังคงเลือกปฏิบัติกับเรา และมันส่งผลกระทบต่อการทำงาน”

ลุคกี้ กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้และอื่นๆ เป็นตัวที่ผลักดันให้เขาตัดสินใจลาออกจากบริษัท ไปมุ่งเน้นการทำพ็อดแคสต์แทน

ที่ผ่านมา มีรายงานว่าบริษัทได้ทำการปรับปรุงบางจุดเกี่ยวกับความหลากหลายในที่ทำงานบ้างแล้ว โดยกล่าวเมื่อต้นปีว่าพนักงานผิวสีเป็นตัวแทนของธุรกิจและบทบาทการขายจำนวน 8% ขณะที่มีบทบาททางเทคนิคเพียง 1% เท่านั้น รวมถึงการมีบทบาทเป็นผู้นำก็เพียง 2%

ในบันทึกของลุคกี้ เขาได้ยกย่องความพยายามของบริษัท แต่ระบุว่านั่นยังไม่ได้แสดงถึงความตั้งใจจริงมากพอ และปัญหาที่แท้จริงก็ฝังรากในวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว

“การต้องทนรับรู้เรื่องเหล่านี้ท่ามกลางความไม่เป็นธรรม มันเกินกว่าที่ผมจะยอมรับได้ ทุกวันนี้ ผมเสียเจตจำนงและความต้องการที่จะสนับสนุนบริษัทไปแล้ว”

ด้าน แอนโธนี่ แฮร์ริสัน โฆษกบริษัท ชี้แจงต่อกรณีนี้ว่า “หลายปีที่ผ่านมา เราพยายามอย่างหนักเพื่อขยายมุมมองของผู้สร้างผลิตภัณฑ์ของเรา และให้บริการประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทั่วโลก”

“การเป็นตัวแทนคนจากกลุ่มที่มีความหลากหลายในหน้าที่ต่างๆของบริษัท คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จ เราต้องการสนับสนุนพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่เมื่อเกิดปัญหา และจะพยายามทำทุกอย่างให้บริษัทมีความหลากหลายจริงๆ”

 

AHEAD TAKEAWAY

การพยายามสร้างบริษัทให้มีความหลากหลายทั้งทางเชื้อชาติ, ผิวสี, อายุ และเพศ เป็นประเด็นที่องค์กรชั้นนำมักถูกวิจารณ์บ่อยครั้ง

ทราวิส คาลานิค เคยถูกวิจารณ์หนักจนต้องลงจากตำแหน่งซีอีโอ เพราะการปล่อยปละละเลยให้วัฒนธรรมองค์กรของ Uber ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

Google แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “บริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก” แต่ก็ยังมีข่าวคราวเรื่องการกีดกันเป็นระยะ และล่าสุด เมื่อไม่นานมานี้ คือการแฉว่าเหตุผลที่ แอนดี้ รูบิน บิดาแห่งแอนดรอยด์ต้องลาบริษัทไป เพราะการล่วงละเมิดทางเพศ

ขณะที่ โซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่ง ก็ดูจะหนีไม่พ้นคำครหาเรื่องเลือกปฏิบัติเช่นกัน หากพิจารณาจากโน้ตของ มาร์ค ลุคกี้

หากจะว่ากันตามตรงแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะในกลุ่มผู้บริหารของบริษัท ก็เป็นชาวอเมริกันผิวขาวแทบทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ ซีอีโอ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก, ซีโอโอ เชอริล แซนด์เบิร์ก, ซีเอฟโอ เดวิด เวห์เนอร์, ซีทีโอ ไมค์ ชโรปเฟอร์ และ ซีพีโอ คริส ค็อกซ์

การแต่งตั้ง เคนเนธ เชอโนต์ อดีตซีอีโอของ American Express เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารเมื่อตอนต้นปี จึงกลายเป็นประเด็นฮือฮาไม่น้อย เพราะเท่ากับ เชอโนต์ คือบอร์ดบริหารผิวสี “คนแรกในรอบ 14 ปี” เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นเพราะเจตนาหรือความเคยชินหรือไม่ การเลือกเดินแนวทางบริหารในลักษณะนี้ ก็เท่ากับบ่มเพาะวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นของคนผิวขาวอยู่ในที

ทั้งที่จากข้อมูลแล้ว คนแอฟริกันอเมริกัน คือกลุ่มผู้ใช้งานหลักของบริษัทด้วยซ้ำ

จากข้อมูลของทางบริษัท ชาวแอฟริกันอเมริกัน 63% ใช้ FB เพื่อติดต่อกับคนในครอบครัวอย่างน้อยวันละครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับข้อมูลจาก Pew Research Center ที่ระบุว่าชาวอเมริกันผิวสี 70% มีบัญชี Facebook และอีก 43% มีบัญชี Instagram

เร็วๆนี้ Color of Change กลุ่มความยุติธรรมทางเชื้อชาติออนไลน์ เคยพยายามเรียกร้องให้บริษัทเปิดเผยการตรวจสอบสิทธิด้านพลเรือน และปลดรองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะ โจเอล แคปแลน ออกในข้อหาให้การสนับสนุนแนวคิดอนุรักษนิยม

อาจไม่เกี่ยวข้องกับโน้ตของ ลุคกี้ โดยตรง แต่ก็มีรายงานว่า Color of Change จะเข้าพบกับผู้บริหารโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ในวันพฤหัสบดีนี้พอดี เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทจะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบบนแพลตฟอร์มต่อไปได้

และการที่ประเด็นของ ลุคกี้ ถูกสื่อต่างๆนำมาเล่นเป็นประเด็นต่อเนื่องในเวลานี้ ก็น่าจะทำให้ ซัคเกอร์เบิร์ก คงต้องตอบคำถามของสังคมอีกหลายข้อ ในวันที่เขาและบริษัทเริ่มสูญเสียความน่าเชื่อถือไปทีละน้อย

 

เรียบเรียงจาก

FB is failing its black employees and its black users

Former Facebook manager calls out company for bad treatment of black employees

Facebook adds first black board member: American Express’ Kenneth Chenault

AHEAD.ASIA คือสำนักข่าวเจาะลึกด้านนวัตกรรม และธุรกิจ
อย่าลืมกดติดตามเพจและคอมมูนิตี้ของเรา สำหรับเรื่องล้ำๆ และข่าวสารกิจกรรมต่างๆ
เพื่อเราจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

Facebook Comments