ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Google ชี้แจงกับรัฐสภาสหรัฐอเมริกา การที่เสิร์ชเอ็นจินของบริษัทแสดงผลการค้นหาคำว่า ‘idiot’ เป็นรูปประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรืออคติ แต่เป็นเพราะกลไกของอัลกอริทึม ในการจับคู่คีย์เวิร์ดกับภาพและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

พิชัย ซึ่งถูกเรียกตัวเข้าให้ปากคำกับสภาคองเกรสสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ต้องตอบคำถามจากคณะกรรมการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ ในหลายประเด็น

หนึ่งในนั้นมาจาก ซู ลอฟเกรน จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่หยิบยกประเด็นที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่า Google และโซเชียลมีเดียต่างๆจากฝั่ง ซิลิคอน วัลลีย์ นั้นมีอคติกับตน และมักนำเสนอข่าวในเชิงลบตลอด

ลอฟเกรน ยังได้ยกตัวอย่างการเสิร์ชหาคำว่า idiot ใน Google Images และตั้งคำถามกับ พิชัย ว่าทำไมภาพของประธานาธิบดี ทรัมป์ ถึงปรากฎขึ้นเป็นภาพแรกๆในการค้นหา

ด้าน ซีอีโอของ Google พยายามอธิบายหลักการค้นหาของเสิร์ชเอ็นจิน ว่าเมื่อมีการพิมพ์คีย์เวิร์ดลงไป อัลกอริทึมจะทำการประมวลผลจากเพจและเว็บไซต์จำนวนหลายพันล้านในดัชนีที่รวบรวมไว้

เพื่อทำการจับคู่และจัดอันดับ โดยยึด ความเกี่ยวข้อง (relevance) ความสดใหม่ (freshness) ความนิยม (popularity) ฯลฯ จนได้ผลการค้นหาที่ตรงที่สุด

และการที่คีย์เวิร์ดดังกล่าว ปรากฎเป็นภาพของผู้นำสหรัฐ ก็เป็นไปตามกลไกดังกล่าว ซึ่งไม่มีแรงงานคนเข้าไปแทรกแซง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีอคติกับ ปธน.ทรัมป์ แต่อย่างใด

ส่วนเรื่องความกังวลของพรรครีพับลิกัน ว่าผลการค้นหาของเสิร์ชเอ็นจิน มีความลำเอียงต่อพรรคอนุรักษนิยม และบริษัทเข้าไปมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016

พิชัยกล่าวว่าเครื่องมือค้นหาของบริษัทตน พยายามที่จะช่วยคนลงทะเบียนในการลงคะแนนเสียง หรือหาสถานที่เลือกตั้ง แต่ปฏิเสธว่าพวกตนได้จ่ายเงินให้กับชาวละตินอเมริกัน เพื่อการทำผลสำรวจในบางรัฐ

เผยยังไม่มีแผนเปิดเสิร์ชเอ็นจินในจีน

ส่วนกรณีของโครงการ “Project Dragonfly” เสิร์ชเอ็นจิ้น ที่จะรองรับการเซนเซอร์ทุกอย่างจากรัฐบาลจีน ที่ถูกต่อต้านจากคนในบริษัท ที่รวมตัวประท้วงและลงชื่อว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

ที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐ และพนักงาน Google กังวลว่าบริษัทจะต้องปฏิบัติตามนโยบายการเซ็นเซอร์และการเฝ้าระวังทางอินเทอร์เน็ตของจีนอย่างเข้มงวด หลังมีโอกาสกลับไปเปิดตลาดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับแต่ถูกทางการจีนบล็อกตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม พิชัย ก็ตอบคำถามคณะกรรมการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ ว่า “ตอนนี้ เรายังไม่มีแผนเริ่มบริการการค้นหาในประเทศจีน” แม้จะยอมรับว่ามีพนักงานกว่าร้อยคนที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการพัฒนาโครงการนี้อยู่ก็ตาม  

เมื่อเดือน ส.ค. พิชัย ได้ส่งจดหมายถึงฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการจัดหาเครื่องมือค้นหาดังกล่าวจะทำให้เกิด “ประโยชน์อย่างกว้างขวาง” แก่จีน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถเปิดให้บริการที่นั่นได้จริงหรือไม่ ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีน เปรยว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีการอนุญาตให้เปิดตัวบริการค้นหาของทาง Google ภายในปี 2019

สำหรับข้อซักถามอื่นๆนั้น พิชัย ยืนยันว่า ยินดีที่จะมีส่วนร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่จะช่วยให้คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลาง สามารถดำเนินการคัดค้านทางออนไลน์ได้

ส.ส. เดวิด ซิซิลลิน บอกกับพิชัยว่า “เป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะจินตนาการว่าคุณสามารถดำเนินธุรกิจในตลาดจีน ภายใต้กรอบการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน และรักษาความมุ่งมั่นต่อคุณค่าที่เป็นสากล เช่นเสรีภาพในการแสดงออกและความเป็นส่วนตัว”

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้จะเป็นการเข้าให้การกับสภาคองเกรสเหมือนกัน แต่กรณีของ ซุนดาร์ พิชัย เป็นการตอบข้อซักถามทั่วไป มากกว่าจะถูก “ซักฟอก” เหมือนที่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอ Facebook เจอในกรณี Cambridge Analytica

เพราะสิ่งที่ Google ถูกเพ่งเล็ง ไม่ใช่ประเด็นที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคทั่วไป แต่เป็นการถูกมองว่ามีอคติต่อรัฐบาลและผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน

จากคลิปการตอบคำถามของ สส. ซู ลอฟเกรน แม้ พิชัย จะอธิบายเรื่องนี้ “ตามหลักการ” แต่ท้ายที่สุด ก็ดูจะไม่ได้สร้างความพอใจให้กับผู้ถาม (และอาจรวมถึงประธานาธิบดี ทรัมป์ มากนัก)

หากพิจารณาจากท่าทีของ ลอฟเกรน ที่พูดในเชิงประชดประชันว่า “นี่ไม่ได้มีคนซ่อนตัวอยู่หลังม่าน คอยเลือกว่าคุณจะแสดงผลแบบไหนให้ผู้ใช้ดู แน่นะ?”

ส่วน Project Dragonfly ซึ่งนอกจากจะถูกต่อต้านจากภายในและภายนอกก่อนหน้านี้

การเลือกตอบว่าโครงการนี้ถูกยุติไป “ชั่วคราว” ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังระอุ จากกรณีซีเอฟโอของ Huawei ถูกจับกุมตัวที่แคนาดา เพื่อส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐ

เพราะดูจากแนวโน้มแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่ Google จะได้กลับไปเปิดให้บริการเสิร์ชเอ็นจินที่นั่นในเร็วๆนี้แน่นอน

 

เรียบเรียงจาก

Sundar Pichai had to explain to Congress why Googling ‘idiot’ turns up pictures of Trump

Google has ‘no plans’ to launch censored Chinese search engine, CEO Sundar Pichai says

Google studies steps to open representative office in Vietnam, government says

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า